กมธ.ฯการเมืองสุดทน! ลุยสอบคุณสมบัติ "หมอสรณ" ประธาน กสทช. ชี้พบ "องคาพยพ" ปกป้องเป็นระบบ ขู่ฟันอาญาผู้ให้ข้อมูลเท็จ เผยนายกฯ ส่อโดน 157 ประวิงเวลาถอดถอน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หสส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ได้แถลงข่าวให้ถึงการเดินหน้าตรวจสอบและใช้อำนาจเรียกเอกสารกรณีสถานะการทำงานและคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้เดินหน้าพิจารณาประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ เป็นครั้งที่ 3 แต่กลับพบความพยายามในการปกป้องประธาน กสทช. อย่างเป็นระบบจากหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการไม่ได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลตรงไปตรงมา โดยคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันจะดำเนินคดีอาญาต่อผู้ที่ให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดข้อมูล และจะเดินหน้าตรวจสอบจนกว่าผู้เกี่ยวข้องจะเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง
น.ส.ชลณัฏฐ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้เรียกปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายศุภชัย ปทุมนากุล มาให้ข้อมูล แต่กลับมีการส่งตัวแทนมา ซึ่งตัวแทนนั้นก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ชัดเจน และเอกสารประกอบก็ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดคำถามว่า "คุณหมอสรณ เป็นใคร ทำไมถึงมีการปกป้องกันอย่างเป็นองคาพยพเป็นระบบขนาดนี้" นอกจากนี้ ผู้แทนจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ร้องเรียน ได้ให้ข้อมูลว่าข้อมูลที่ผู้แทนหน่วยงานรัฐให้มาอาจขัดแย้งกับข้อเท็จจริง และอาจเข้าข่ายการให้ข้อมูลเท็จ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเป็นความผิดทางอาญาที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ
ประเด็นที่น่าสังเกตอีกประการคือ ข่าวที่มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิมของ ศ.คลินิก นพ.สรณ เคยแถลงว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ไม่มีคุณสมบัติขาดหายนั้น เมื่อสืบค้นหาผู้แถลงกลับไม่พบ ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็น "ข่าวปั่น" หรือข้อมูลเก่าที่ไม่เคยส่งให้กรรมาธิการฯ โดยตรง สะท้อนถึงการขาดความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยมหิดลในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และตัวแทนภาคประชาสังคม ยังได้กล่าวเสริมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการร้องเรียน โดยข้อมูลหลักฐานจากการตรวจสอบของกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) วุฒิสภา ตั้งแต่ปี 2567 ก็พบความผิดปกติ แต่หน่วยงานรัฐหลายแห่งกลับไม่ให้ความสนใจและให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบ ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ เองก็มีรายงานว่าไม่อยู่ในประเทศ และให้ข้อมูลหลักฐานที่เป็นเอกสารเก่า
ที่สำคัญที่สุดคือ การร้องเรียนเพิ่มเติมถึงกรรมาธิการฯ กรณีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ได้แก่ เลขาธิการวุฒิสภา, ประธานวุฒิสภา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (พ.ร.บ. กสทช.) และรัฐธรรมนูญ ในการยื่นเรื่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่กลับพยายามประวิงเวลา และมิได้ดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที ซึ่งอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และจงใจฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง โดยก่อนหน้านี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคและ ครป.ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2567 แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
คณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าจะทำงานด้วยความเป็นกลาง โดยเปิดโอกาสให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงหลายครั้ง และยึดหลักฐานที่เป็นเอกสารข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ พร้อมเน้นย้ำว่าการประชุมกรรมาธิการมีการจดชวเลขทุกอย่าง และมีผลผูกพันทางกฎหมาย หากมีการเรียกแล้วไม่มา หรือให้ข้อมูลเท็จ จะนำไปสู่คดีอาญาอย่างแน่นอน โดยคณะกรรมาธิการฯ จะเร่งตรวจสอบและหากพบความผิด จะส่งผลการพิจารณาไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลรัฐธรรมนูญต่อไป เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยตรง.




