' อนุทิน' แจง MOU ก.เกษตรฯ ไทย-มาเลเซีย คืบหน้า ชี้ 'ทักษิณ' พบ ปธน.อินโดฯเรื่องส่วนตัว ยันสัญญาภาครัฐโครงการ EEC ยกเลิกไม่ได้ง่ายๆ ลั่นโครงการเงินกู้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลั่นกรองเข้มข้น ไร้กังวลล็อกสเปกโครงการรถขยะอีวี เพราะวันนี้นายกฯ มีประสบการณ์ตรวจสอบทุกสเปน แจงข่าวตัดงบแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ไม่เป็นความจริง สั่งบูรณาการทำงานยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่อ่อนไหว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังประชุมเกี่ยวกับการมอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยได้ชี้แจงประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน ทั้งความคืบหน้าการหารือกับประเทศมาเลเซียในหลายมิติ การเคลื่อนไหวของอดีตผู้นำ การเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เผชิญกับการขอยกเลิกสัญญา ตลอดจนงบประมาณสำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในวงกว้าง
เร่งรัดบันทึกความเข้าใจด้านเกษตรกับมาเลเซีย
นายอนุทิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าสำคัญของการทำงานร่วมกับประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่าขณะนี้ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐมนตรีเกษตรของประเทศไทยและมาเลเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศ
นายอนุทินกล่าวเน้นย้ำว่า ตนและนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเอา MOU ดังกล่าวเป็นแนวทางปฏิบัติไปก่อนภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ในระหว่างที่รอการบันทึกอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจใช้เวลาระยะหนึ่งในการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบราชการ ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาทางที่จะทำให้ MOU ฉบับนี้กลายเป็นรูปธรรมและนำไปปฏิบัติได้จริงโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและประชาชนของทั้งสองประเทศโดยไม่ล่าช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความร่วมมือด้านการเกษตรที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทย
'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดฯเรื่องส่วนตัว
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นการเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ซึ่งไปหารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชน นายอนุทิน กล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า การเดินทางดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและเป็นเรื่องภายในครอบครัวของอดีตนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนของรัฐบาลแต่อย่างใด
นายอนุทินอธิบายว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยเป็นผู้นำประเทศมาก่อน และยังคงมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีและเป็นเพื่อนสนิทกับผู้นำของหลายประเทศทั่วโลก ท่านจึงมีอิสระที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อนฝูง หรือการเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัว ดังที่เคยปรากฏในอดีตว่าแม้แต่ประธานาธิบดีปปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ก็ยังเคยบินมาเยี่ยมท่านที่กรุงเทพฯ ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
"ท่านไม่ได้ไปในฐานะของรัฐบาลซะเมื่อไหร่หรอก" นายอนุทินกล่าว พร้อมเสริมว่า "ก็เป็นเรื่องในครอบครัว ก็ผู้สื่อข่าวไม่เห็นต้องไปสงสัยอะไรเลยใช่มั้ย ผมก็ไม่เห็นมีใครสงสัยสักคน"
นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ตนเองไม่ได้มองการเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในมุมของการเมือง หรือการมีนัยยะแอบแฝงใดๆ หากแต่เป็นการพบปะด้วยความเป็นมิตรกันระหว่างอดีตผู้นำประเทศและผู้คนที่ท่านมีความสัมพันธ์ด้วยในฐานะส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คนปกติทั่วไปก็สามารถทำได้ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประเทศหรือรัฐบาลปัจจุบัน
ยืนยันสัญญาโครงสร้างพื้นฐาน EEC ต้องเดินหน้า ไม่มีการยกเลิกง่ายๆ
ในประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับการขอยกเลิกสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของกลุ่มซีพี นายอนุทิน ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลว่า "รัฐบาลยึดถือกฎหมายเป็นหลัก" และ "สัญญาภาครัฐไม่สามารถขอยกเลิกได้ง่ายๆ จากภาคเอกชน"
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า สัญญาภาครัฐแตกต่างจากสัญญาเอกชนทั่วไป โดยมีข้อผูกพันและเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก ก่อนที่ภาคเอกชนจะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับรัฐ จะต้องรับทราบและยอมรับสภาพรวมถึงเงื่อนไขทุกประการที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย หากเอกชนเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือต้องการยกเลิกสัญญา จะต้องเผชิญกับบทลงโทษที่รุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ การถูกปรับ, การถูกขึ้นบัญชีดำในฐานะผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถประมูลงานของรัฐได้อีกต่อไปในอนาคต, การถูกริบหลักประกันต่างๆ ที่วางไว้ รวมถึงการต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับรัฐบาล หากรัฐต้องทำการประมูลโครงการใหม่และต้องจ่ายในราคาสูงขึ้นกว่าสัญญาเดิม
นายอนุทินเน้นย้ำว่า "รัฐเท่านั้นที่จะเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียว" หากคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา โดยรัฐบาลจะมีการพิจารณาเป็นช่วงๆ ว่าแต่ละช่วงของโครงการจะต้องดำเนินการไปถึงขั้นใด หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐก็มีสิทธิ์ที่จะบอกเลิกสัญญาได้
"โครงการยังต้องเดินไปครับ ถ้าไม่เดินนั่นแหละผิดสัญญา รัฐคือฝ่ายบอกเลิกสัญญา อย่าเข้าใจอะไรผิ" นายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมเตือนว่า หากปล่อยให้เอกชนสามารถยกเลิกสัญญาภาครัฐได้ง่ายๆ เมื่อขาดทุนหรือไม่สามารถหาวัสดุอุปกรณ์ได้ เราก็จะเจอแต่โครงการที่มันมีแต่ตออยู่ทั่ว
โวมีประสบการณ์เอกชน รู้หมดทุกสเปก ยืนยันรถขยะอีวีไม่มีล็อก
นายอนุทินยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการโครงการกู้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีวงเงินจำนวนมาก ว่าต้องมีขั้นตอนการพิจารณาที่โปร่งใสและเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้จะมี พ.ร.ก. กู้เงินออกมาแล้ว แต่โครงการต่างๆ ที่จะขอใช้งบประมาณภายใต้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ในทันที เพราะยังต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากคณะกรรมการที่มีหน้าที่โดยเฉพาะ ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองชุดนี้ โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) และผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง รวมถึงข้าราชการระดับสูงอีกหลายท่านร่วมเป็นกรรมการ
"ทุกอย่างก็ต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อพี่น้องประชาชนเท่านั้นถึงจะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองขั้นนี้ไปได้" นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าโครงการของกระทรวงมหาดไทยมีการล็อกสเปกใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า โครงการอะไร ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เป็นโครงการที่เกี่ยวกับรถเก็บขยะอีวี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีเลย ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีโครงการของใคร ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของแต่ละหน่วยงาน สามารถเขียนมาได้หมด แต่จะผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรอง ส่วนการอนุมัติให้ใช้งบนี้ ก็ยังเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย อย่าไปหวังและอย่าไปฟังอะไร แล้วนำไปสรุปง่ายๆ
นายอนุทินยังกล่าวเสริมด้วยว่า การอนุมัติให้ใช้งบประมาณจากเงินกู้ก้อนนี้ยังคงเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีอยู่ดี ดังนั้นจึงไม่ง่ายอย่างที่บางคนอาจคิด หรือมีการสรุปง่ายๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น
"สมัยก่อนไปล็อกสเปกกัน... วันนี้คนถนัดทุกสเปกคนนึงมาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ เพราะนายกฯ ช่วยสรุป พอได้ว่าจะลงพื้นที่เนี่ยมันจะได้ครับ จะมาล็อกมาเลิฟอะไรได้ ผมเป็นคนอ่านสเปก ผมอ่านทีเดียว ผมเข้าใจหมดเลย" นายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากสามารถใช้เงินกู้ก้อนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดการกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระดับหนึ่งอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาคส่วนต่างๆ ของประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม
ไม่ตัดงบแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้
ส่วนกรณีข่าวการตัดงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่ นายอนุทินยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่ามีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งรวมถึงสงขลาและ 3-4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และเน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองบูรณาการทำงานร่วมกัน แชร์ข้อมูล เคารพวัฒนธรรมและวิถีชีวิตประชาชน พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด ของเถื่อน อาวุธเถื่อน และการค้ามนุษย์ในพื้นที่อ่อนไหว




