‘อนุทิน’ พร้อมทูลเกล้าฯ ให้ ‘นพ.สรณ’ พ้น กสทช. ยันไม่มีดึงเรื่อง รอกรรมการสรรหาฯรับรองมติ 24 ก.ค. ส่งมาทำเนียบดำเนินการตามกระบวนการทันที
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กรรมการ กสทช.) เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2569 ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 4 (2) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ประธาน กสทช. ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากกรรมการสรรหา กสทช.มีมติดังกล่าวแล้ว จะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และรับรองรายงานการประชุม จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า หากสำนักงานเลขาวุฒิสภาส่งมติดังกล่าวมายังทำเนียบรัฐบาลแล้ว ก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนที่จะให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำเรื่องทูลเกล้าฯ ให้นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่มีการดึงเรื่องอะไร เพราะมติของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ถือเป็นที่สุดแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนกรณีที่นายวิษณุ วรัญญู ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. ระบุว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม แต่ไม่ขาดคุณสมบัตินั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช.ไม่ได้มีการหารือกันถึงประเด็นดังกล่าว คงเป็นการอธิบายส่วนตัวของนายวิษณุต่อผู้สื่อข่าวว่าตอนสรรหาครั้งแรก นพ.สรณ มีคุณสมบัติครบ แต่หลังวุฒิสมาชิกรับรองให้นพ.สรณ เป็นกรรมการ กสทช.แล้วไม่ยอมลาออกจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำให้มีลักษณะต้องห้ามในภายหลัง ตามมาตรา 4 (2) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553




