News Logo
หน้าแรก
ผอ.JIC โต้ เขมรบิดเบือน อ้างกระสุนคลัสเตอร์ไร้หลักฐานตรวสอบร่วม

ผอ.JIC โต้ เขมรบิดเบือน อ้างกระสุนคลัสเตอร์ไร้หลักฐานตรวสอบร่วม

26 ก.ค. 2569 13:48
ผู้ชม 9 คน

ผบ.ทอ. ในฐานะผอ. JIC ไทย โต้ข้อมูล ศูนย์ทุ่นระเบิด CMAC กัมพูชา บิดเบือน ยันตัวเลขกระสุนคลัสเตอร์ขาดการตรวจสอบร่วม พร้อมหนุนพิสูจน์ข้อเท็จจริงโปร่งใส หวังรักษาบรรยากาศความไว้วางใจชายแดน

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (Joint Information Center : JIC) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปนเปื้อนวัตถุระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและการลดผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้ง โดยสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างตามหลักมนุษยธรรมสากล อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขและข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับจำนวนกระสุน ปริมาณลูกระเบิดย่อย และพื้นที่ปนเปื้อนที่ CMAC เผยแพร่นั้น เป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว และยังไม่ผ่านการตรวจสอบร่วม หรือได้รับการรับรองจากกลไกระหว่างประเทศที่เป็นอิสระ จึงยังไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน

ผู้อำนวยการ JIC กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยไม่สามารถรับรองความถูกต้องของข้อกล่าวอ้างที่ว่ากองทัพไทยยิงกระสุนคลัสเตอร์จำนวน 120,000-130,000 นัด หรือมีลูกระเบิดย่อยตกค้างหลายล้านลูก เนื่องจากไม่มีการนำเสนอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์ทางเทคนิค หรือผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระที่สามารถยืนยันข้อกล่าวอ้างดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นกลาง และตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากมีความจำเป็น โดยผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน หรือผ่านองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.อ.ประภาส แสดงความกังวลว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่กล่าวโทษอีกฝ่ายโดยปราศจากการตรวจสอบร่วม อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ และไม่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภายหลังการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุและส่งเสริมการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

ผู้อำนวยการ JIC ย้ำว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา กลไกทวิภาคี กฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมสนับสนุนมาตรการที่ช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยเชื่อว่าการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์ ความโปร่งใส และความร่วมมือจากทุกฝ่าย มากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลหรือข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบร่วม

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'คดีฮั้ว สว.' กับเกมเปิดหน้าชนของไอลอว์ และโจทย์ใหญ่ในมือ กกต.
'คดีฮั้ว สว.' กับเกมเปิดหน้าชนของไอลอว์ และโจทย์ใหญ่ในมือ กกต.