News Logo
หน้าแรก
'หมอสรณ' ลั่น'ไม่มีอะไรใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ' ย้ำยังเป็น ปธ.กสทช.

'หมอสรณ' ลั่น'ไม่มีอะไรใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ' ย้ำยังเป็น ปธ.กสทช.

27 ก.ค. 2569 11:28
ผู้ชม 29 คน

"หมอสรณ" ลั่น "ไม่มีอะไรใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ" ยืนยันตำแหน่ง ปธ.กสทช.ไม่สิ้นสุด เหตุ กก.สรรหาฯ ไร้อำนาจปลด-ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯให้ออกจากตำแหน่ง เตรียมเดินหน้าฟ้องศาลปกครองปมอำนาจ กก.สรรหาฯ ย้ำต้องเดินหน้าทำงานต่อเพื่อชาติและประชาชน ไม่รอคำวินิจฉัยศาล ชี้งานสำคัญระดับประเทศเกือบ 20 วาระที่ต้องเร่งพิจารณา ยอมรับหวั่นใจไม่เคยปรากฏมาก่อน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. ต้องล่มลงอีกครั้ง โดยท่านได้ยืนยันถึงสถานะการดำรงตำแหน่งของตนว่ายังคงมีหน้าที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง โดย นพ.สรณ ได้กล่าวย้ำถึงหลักการสำคัญว่า "ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ" ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 20 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

นพ.สรณ ได้ชี้แจงถึงปัญหาเรื่องคุณสมบัติที่คณะกรรมการสรรหาได้มีมติไปก่อนหน้านี้ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสรรหามาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของตน และได้มีการโต้แย้งมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้ท่านกำลังดำเนินการใช้สิทธิ์ทางศาลปกครองภายใน 90 วัน ตามที่คณะกรรมการสรรหาได้แจ้งไว้ในมติว่าหากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้ฟ้องต่อศาลปกครอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงยังเป็นประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติเป็นที่สุด และอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย

นพ.สรณ ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ต้องเป็นไปตามที่มาตรา 20 วรรค 2 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ระบุไว้ ซึ่งคือการมีการทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญบัญญัติกำหนดให้มีการแต่งตั้ง การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งจึงต้องมีการโปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉะนั้น เมื่อกฎหมายระบุชัดเจนว่าการพ้นตำแหน่งต้องมีพระบรมราชโองการ ตราบใดที่ยังไม่มี ตนก็ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานต่อไปตามกฎหมาย การที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาจะถือว่าใหญ่กว่าพระบรมราชโองการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้

สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้การประชุม กสทช. ในวันนี้ต้องล่มลงนั้น นพ.สรณ ได้อธิบายว่า เดิมทีมีกรรมการทั้งหมด 6 ท่าน และในระหว่างที่ตนกำลังชี้แจงอยู่นั้น กรรมการจำนวน 3 ท่านได้เดินออกจากห้องประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อไปได้ตามข้อบังคับ และต้องเลื่อนการประชุมออกไป ก่อนที่จะมีการปิดประชุมในที่สุด ซึ่งสร้างความเสียหายและผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรและประเทศชาติได้

อย่างไรก็ตาม นพ.สรณ ได้ยืนยันว่า การทำงานของ กสทช. ไม่สามารถหยุดชะงักได้ เนื่องจากมีวาระสำคัญและเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งมีเกือบ 20 เรื่อง เช่น ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิทัลและดาวเทียม ทุกวาระล้วนมีความสำคัญและมีกำหนดเวลาที่ต้องพิจารณา ตนจึงเห็นว่าไม่สามารถรอการวินิจฉัยจากศาลได้อย่างไม่มีกำหนด และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามกำหนดการประชุมใหม่ที่ได้นัดหมายไว้ในวันที่ 5 และ 6 สิงหาคม 2569 โดยท่านกรรมการทุกคนก็ควรทำหน้าที่และดำเนินให้เป็นไปตามกฎหมาย

นพ.สรณ ยังได้กล่าวตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการที่องค์กร กสทช. กำลังอยู่ในภาวะสุญญากาศว่า ตนยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถแม้จะมีความกังวลใจ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจกระทบต่อองค์กรและหน่วยงานอื่น ๆ อีกหลายฝ่าย จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่ากระบวนการที่ดำเนินการอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกและทำให้การทำงานต้องหยุดชะงักไป ท่านยอมรับว่าการปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

เมื่อมีการสอบถามถึงกำหนดการประชุมครั้งต่อไป นพ.สรณตอบว่า มีการนัดหมายประชุมวันที่ 5 และ 6 สิงหาคม และท่านประธานยังคงเรียกประชุมตามกรอบเดิมอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่กรรมการบางคนพูดว่า กสทช. กำลังอยู่ในภาวะสุญญากาศ และคำนี้ใช้ได้หรือไม่ นพ.สรณตอบว่า อย่างที่ตนเรียนไปแล้ว ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาไม่ได้หมายความว่าใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ

มีถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ไม่เลื่อนการประชุมออกไปจนกว่าศาลปกครองจะรับฟ้อง หรือจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ประชุมล่มซ้ำรอย นพ.สรณตอบว่า หากเลื่อนไปก็เหมือนกับการเลื่อนไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด ทุกอย่างต้องดำเนินการไป เพราะการประชุม กสทช. มีความสำคัญและมีวาระเรื่องราวที่ต้องพิจารณาเต็มไปหมด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้องศาลปกครอง นพ.สรณตอบว่า กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

เมื่อถามต่อถึงข้อโต้แย้งจากรรมการ กสทช.ที่วอล์กเอาต์ว่า ศาลปกครองตามหลักการแล้วอาจใช้เวลาไม่เกิน 1-2 อาทิตย์ก็อาจมีคำสั่งคุ้มครองออกมาได้แล้ว ทำไมไม่รอเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ นพ.สรณตอบว่า ไม่สามารถทราบได้ว่ากระบวนการจะใช้เวลานานเท่าไหร่ เมื่อมีการเรียกประชุมไปแล้วและได้นัดหมายล่วงหน้าไว้ กรรมการก็มาตามกำหนดเวลาแล้ว

ในประเด็นความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ นพ.สรณกล่าวว่า ทุกอย่างมีความเสี่ยงทั้งนั้น แต่ต้องใช้ดุลยพินิจกัน ตนถูกเลือกมาเป็นกรรมการเพื่อให้ใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าที่ ทุกอย่างมีความเสี่ยงแต่เราทำเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ หากนี่คือประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ก็ต้องทำ

เมื่อมีการอ้างถึงกรรมการบางท่านที่กล่าวว่าท่านนายกฯ มีอำนาจตามกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไปได้ นพ.สรณตอบว่า ก็เป็นไปตามกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาราชการตามพระราชบัญญัติ

เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการสรรหา นพ.สรณตอบว่า ตนไม่เห็นด้วยในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาตั้งแต่ต้น โดยมองว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้

เมื่อถามถึงกำลังใจในขณะนี้ นพ.สรณตอบว่า กำลังใจต้องดี ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้ามานั่งอยู่ต่อหน้านักข่าว แต่ก็ยอมรับว่าต้องกังวลใจเป็นธรรมดา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และกระทบองค์กรอื่น ๆ หลายหน่วยงาน หลายฝ่ายและหลายส่วน จึงต้องชั่งใจว่ากระบวนการที่ดำเนินอยู่นั้นถูกต้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกแล้วทำให้งานดำเนินไปไม่ได้ ทั้งนี้ ก็ยังมีกลไกอื่น ๆ อีกหลายด้าน เช่น ทางรัฐสภา ทางรัฐบาล ซึ่งคงจะต้องเข้ามาพิจารณาในเรื่องนี้ และตนกำลังดำเนินการอยู่เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก และยืนยันว่ายังไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรี

เมื่อถูกสอบถามว่าหลังเหตุการณ์นี้จะยังทำงานปกติและมาทำงานทุกวันเหมือนเดิมหรือไม่ นพ.สรณย้ำว่า "อย่างที่ผมเรียน จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการ"

เมื่อมีการขอให้ชี้แจงถึงวาระการประชุมที่สำคัญต่อประเทศชาติ นพ.สรณตอบว่า มีวาระสำคัญเยอะมาก มีประมาณเกือบ 20 เรื่องที่มีกำหนดเวลาต้องพิจารณา เช่น เรื่องทีวีดิจิทัลและดาวเทียม ซึ่งทุกวาระล้วนสำคัญ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องไหนเร่งด่วนมากน้อยกว่ากันและต้องเร่งรัดในการพิจารณาอย่างไร วาระมีจำนวนมาก งานก็เยอะขึ้น พวกตนพยายามจะประชุมมากขึ้นและนานชั่วโมงขึ้น แต่ปัจจุบันก็เป็นอะไรที่คงจะต้องดูกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประธานกสทช.ขาดคุณสมบัติ
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง กสทช.ประชุมล่ม ปมครหาสถานะปธ.-กรรมการหวั่น กม.ไม่คุ้มครอง
เบื้องหลัง กสทช.ประชุมล่ม ปมครหาสถานะปธ.-กรรมการหวั่น กม.ไม่คุ้มครอง