News Logo
หน้าแรก
‘ทวี’แฉเพิ่ม ฮั้ว สว.ไม่ใช่แค่ 138 แต่สูงถึง 149 ราย จี้ กกต.ส่งศาลฟัน

‘ทวี’แฉเพิ่ม ฮั้ว สว.ไม่ใช่แค่ 138 แต่สูงถึง 149 ราย จี้ กกต.ส่งศาลฟัน

5 ส.ค. 2569 18:57
ผู้ชม 30 คน

‘ทวี’ เปิดข้อมูลบัตรเลือกตั้งพบ 'บล็อกโหวต' ฮั้ว สว.สูงถึง 149 ราย พร้อมจี้ กกต. เร่งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ชี้เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเปิดหลักฐานที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ข้อค้นพบสำคัญในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นรูปแบบการลงคะแนนที่ซ่อนอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการประกาศเลือกตั้งที่สื่อมวลชนเผยแพร่ พบว่ากลุ่มผู้สมัครที่ใช้ชุดหมายเลขเดียวกันนั้นได้รับเลือกเป็น สว. สูงถึง 149 คน 

พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า ผลคะแนนรอบเช้า จากจำนวนผู้สมัคร 3,000 บัตรเลือกตั้งที่ปรากฎ พบว่าผู้ลงคะแนนเขียนหมายเลขผู้สมัครทั้ง 10 ช่อง เช่น กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาชีพการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ผู้สมัครเขียนหมายเลขตรงกันและเรียงลำดับตรงกัน หมายเลข 84, 111, 95, 7, 126, 49, 148, 107, 137 และ 14 เรียงตั้งแต่ลำดับที่ 1 ถึงลำดับที่ 10 เหมือนกันครบทุกตำแหน่งจำนวน 18 ใบ  นอกจากนี้ ยังปรากฏบัตรอีก 5 ใบที่แตกต่างจากชุดหลักเพียงตำแหน่งเดียว ได้แก่ การเปลี่ยนหมายเลข 148 เป็น 149 การเปลี่ยน 111 เป็น 112 การเปลี่ยน 126 เป็น 125 การเปลี่ยน 148 เป็น 184 และการเปลี่ยน 107 เป็น 12 ขณะที่ช่องที่เหลือหมายเลขอีก 9 ตำแหน่งยังคงเหมือนชุดหลักทั้งหมด 

อีกทั้งยังมีบัตรรวมอีก 20 ใบ ที่เลือกหมายเลขเหมือนกันอย่างน้อย 9 หมายเลข (อีก 1 หมายเลขคาดว่าเลือกตนเอง) พบว่า เป็นชุดการลงคะแนนแบบเดียวกัน (Block Vote) กลุ่มละ 10 คน ทั้งหมด 20 กลุ่มอาชีพ เป็นแบบนี้ทั้งหมด และเมื่อรวมชุดที่เลขเรียงเหมือนกันทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ จำนวน 200 คน ในรอบเช้าเปรียบกับหลักฐานที่ กกต. ประกาศได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด 200 คน (เสร็จรอบบ่าย) มีผู้สมัครหมายเลขใน Block Vote มากถึง 149 คน ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือประมาณ 74.5%

พ.ต.อ. ทวี ระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบบัตรลงคะแนนรอบเช้าของทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ พบว่าในแต่ละกลุ่มอาชีพ มีบัตรลงคะแนนจำนวนมากที่ผู้ลงคะแนนเขียนหมายเลขผู้สมัครครบทั้ง 10 ช่อง โดยใช้หมายเลขชุดเดียวกัน เรียงลำดับตรงกันทุกช่องโดยไม่มีการสลับตำแหน่งแม้แต่หมายเลขเดียว ตั้งแต่ช่องที่ 1 ถึงช่องที่ 10 รวมถึงมีบัตรที่แทรกเปลี่ยนหมายเลขบ้างประมาณ 1-2 ช่อง แต่หมายเลขช่องอื่นยังคงเหมือนเดิมตามที่กล่าวมาข้างต้น และเมื่อรวบรวมข้อมูลครบทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ พบชุดหมายเลขตรงกันตั้ง แต่ 11-20 ใบต่อกลุ่ม รวมแล้วไม่น้อยกว่า 332 ใบ หากนับเฉพาะบัตรที่ใช้หมายเลขชุดเดียวกันและเรียงลำดับตรงกันทุกช่องโดยไม่มีการสลับตำแหน่งแม้แต่หมายเลขเดียว

หลักฐานในหีบบัตร-01

-1-


ทั้งนี้ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลคะแนนรอบเช้า พบว่าผู้สมัครในชุดหมายเลขดังกล่าวเกือบทั้งหมดได้คะแนนอยู่ในอันดับสูงของแต่ละกลุ่ม โดยส่วนใหญ่อยู่ในลำดับที่ 1 ถึง 10 หรือไม่เกินลำดับที่ 15 ทำให้สามารถผ่านเข้าสู่การเลือกระดับประเทศรอบบ่าย (แบบลงคะแนนไขว้ กลุ่มละ 40 คน) ได้สำเร็จ

จากนั้น เมื่อนำชุดหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 200 คน ไปตรวจสอบเทียบกับประกาศผลการเลือกระดับประเทศของ กกต. จึงพบข้อสังเกตสำคัญว่า ผู้สมัครในชุดหมายเลขดังกล่าว ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภามากถึง 149 คน อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กลุ่มที่ 18 นางสาวคอดียะฮ์ ทรงงาม ถูกตัดสิทธิ์ออกจากบัญชีผู้ได้รับเลือก และมีการเลื่อนผู้สมัครบัญชีสำรองขึ้นแทน จึงเหลือ สว. ที่ตรงกับชุด Block Vote จำนวน 148 คน

นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มที่ 9, กลุ่มที่ 10 และกลุ่มที่ 12 ผู้สมัครในชุด Block Vote ได้รับเลือกเป็น สว. ยกทีมครบทั้ง 10 คน ขณะเดียวกันในหลายกลุ่มกลับพบผู้สมัครจำนวนมากได้ 0 คะแนน ทั้งที่ผู้สมัครทุกคนมีสิทธิลงคะแนนให้ผู้สมัครคนอื่นในกลุ่มเดียวกันได้ ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ลงคะแนนแบบ Block Vote ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งมีผู้สมัครในกลุ่มนี้ถึง 149 คน ได้เป็น สว. นั้น ปัจจุบันได้รับการประกาศรับรองผลไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ที่บัญญัติว่า เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของผู้อื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ซึ่งกฎหมายจึงกำหนดให้เป็น ‘หน้าที่’ ของ กกต. ที่ต้องยื่นคำร้อง มิใช่เรื่อง ‘ดุลพินิจ’ ว่าจะส่งหรือไม่ส่ง

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 226 วรรคสอง ยังกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ศาลฎีกาคือองค์กรผู้มีอำนาจวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง โดยใช้สำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนของ กกต. เป็นหลักในการพิจารณา และหากเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกายังมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงรวมถึงพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้เอง

หลักฐานในหีบบัตร-02

-2-

"การเคารพขอบเขตอำนาจของแต่ละองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ มิใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย หากแต่เป็นการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมในการเลือกตั้ง" พ.ต.อ.ทวีระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘BCPG’ โชว์กำไร 6 เดือนแรกปี 69 พุ่ง 810 ล้าน เพิ่มขึ้น 146%
‘BCPG’ โชว์กำไร 6 เดือนแรกปี 69 พุ่ง 810 ล้าน เพิ่มขึ้น 146%