'อนุทิน' ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่เกี่ยวโกงสอบท้องถิ่น อัดฝ่ายค้านปล่อยข่าวลวงสร้างประเด็น พร้อมเดินหน้าฟันยกเลิกบรรจุผู้ทุจริต ลั่นทำงานถูกต้องตามกระบวนการ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พาดพิงว่า นายกฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ผ่านการเลือก TOR และการกีดกันไม่ให้มหาวิทยาลัยบูรพารับงาน ซึ่งเดิมที่เป็นมหาวิทยาลัยที่ชนะในการรับจ้างจัดสอบ
โดยนายอนุทินยืนยันว่า ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการทุจริต และไม่ได้มีหน้าที่พิจารณา TOR เนื่องจากมีบทบาทเพียงการมอบนโยบายเท่านั้น ส่วนกรณีที่ถูกพาดพิง มองว่าเป็นการพูดเพื่อสร้างประเด็นข่าวโดยปราศจากข้อเท็จจริง และเป็นการคาดเดาไปเอง
“คุณโรมเคยพูดอะไรแล้วมันเป็นไปตามนั้นหรือเปล่า เขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น ให้เป็นข่าว แต่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยที่เป็นข้อเท็จจริง เขาใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี เขาก็พูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา มันก็ไม่เคยเกิดอะไรตามที่เขาคิด ปล่อยเขาไปเถอะ” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินเน้นย้ำด้วยว่า หน้าที่ของฝ่ายบริหารคือการดำเนินการตามรับผิดชอบ เร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ปลดผู้ทุจริตออก และคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบอย่างสุจริต ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายอนุทิน ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) เพื่อนำผลสรุปจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เข้าสู่ที่ประชุม
โดยที่ประชุมได้ยึดตามมติของ กสถ. คือการสั่งยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งผู้ที่พบการทุจริตกว่า 5,000 ราย สำหรับขั้นตอนถัดไป ก.กลาง จะแจ้งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อส่งต่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ซึ่งยืนยันว่าเป็นไปตามกระบวนการอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่การดึงเวลาอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้หากนำเรื่องนี้ไปอภิปราย นายอนุทินถามกลับว่า "คำว่ามั่นใจคืออะไร" ก่อนระบุว่า สิ่งสำคัญคือความมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิดหรือทุจริตมิชอบ หากทำผิดจริงก็คงไม่มีความมั่นใจ แต่ที่มั่นใจได้เพราะทำงานด้วยความสุจริต
นายกฯ ระบุด้วยว่า ขอให้กลับไปดูสิ่งที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบายไว้ ซึ่งนำมาสู่การจัดการปัญหานี้ ส่วนข้อสงสัยว่าการดำเนินงานล่าช้าไป 1 เดือนหรือไม่นั้น ตนมองว่าบางคดีต้องใช้เวลานานถึง 5–10 ปี เช่น กรณี 44 สส. ที่กระบวนการสอบสวนลากยาวไปถึงปีหน้า แต่กรณีทุจริตสอบนี้มองเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าเขา (ฝ่ายค้าน) อยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดีกับรัฐบาล เขาก็จะพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งขณะนี้คนพูดข่าวลวงเยอะ แต่พูดมากแล้วพลาดก็มีเยอะ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องไม่ทำพลาด

-1-




