รมว.ดีอี ยัน TH-AI Passport ไร้ตัวเลขผี ยอดลงทะเบียนทะลุ 1.3 ล้านคน ใช้จริงกว่า 5 แสนคน พร้อมจับมือ อว. เร่งลดค่าเน็ตช่วยครู-นักศึกษา ส่วนกรณี AI ให้คำตอบผิดเพี้ยน ชี้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ผู้ใช้
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงถึงจำนวนผู้ใช้งานโครงการ TH-AI Passport ว่า ปัจจุบันมียอดผู้เข้าใช้งานจริงแล้วกว่า 500,000 คน ส่วนตัวเลขที่ปรากฎเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้เป็นเพียงข้อมูลสถิติเฉพาะช่วงเวลา 09.00-10.00 น. ของวันเปิดระบบวันแรกเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทีมงานกำลังดำเนินการอัปเดตระบบเพื่อแสดงผลยอดผู้ใช้งานปัจจุบัน
เมื่อถูกถามถึงกรณีไม่มีการเปิดเผยยอดผู้ใช้งานจริง (Active User) จนเกิดข้อสังเกตเรื่องการแต่งตัวเลขเนื่องจากค่าใช้จ่ายคำนวณตามจริง นายไชยชนกยืนยันว่า ไม่มีตัวเลขผีอย่างแน่นอน เพราะทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งทีมงานกำลังเร่งดำเนินการเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันมียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 1,300,000 คน แต่ยอมรับว่ามีบางช่วงที่ยอดชะลอตัวลง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังพบปัญหาสำคัญเรื่องค่าบริการอินเทอร์เน็ต เนื่องจากยอดผู้ลงทะเบียนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เมืองเป็นหลัก ยังไม่กระจายไปสู่กลุ่มเป้าหมายผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มครูและนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางลดค่าบริการอินเทอร์เน็ตให้มีราคาถูกลง และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
นายไชยชนกเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้ประสานงานกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้รับการยืนยันพร้อมร่วมขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวผ่านกระทรวง อว.
ทั้งนี้ สำหรับประเด็นปัญหาการใช้งาน TH-AI Passport ที่พบว่าข้อมูลบางส่วนมีความผิดเพี้ยนหรือไม่ถูกต้องนั้น นายไชยชนกชี้แจงว่า TH-AI Passport เป็นเพียงแพลตฟอร์มกลาง ไม่ได้เป็นผู้พัฒนาหรือสร้างโมเดล AI ขึ้นมาเอง แต่เป็นการดึงโมเดล AI ของภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งมีหลายโมเดลเปิดให้ใช้งานฟรี เข้ามารวมไว้ให้บริการในระบบเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ประชาชนนำไปเปรียบเทียบกับโมเดล AI ฟรี แล้วพบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั้น นายไชยชนกอธิบายว่า ขึ้นอยู่กับบริบทและวัตถุประสงค์การใช้งาน เนื่องจาก AI ทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ หากใครเคยใช้ AI ตัวเดิมมานาน 2-3 ปี ระบบก็จะจดจำสไตล์และความชอบ ทำให้ตอบคำถามได้ตรงใจมากกว่า ในขณะที่การเริ่มใช้งานบนแพลตฟอร์มของรัฐบาลเปรียบเสมือนการนับหนึ่งใหม่ คำตอบที่ได้จึงแตกต่างกัน ซึ่งผู้ใช้สามารถนำชุดคำสั่งหรือประวัติข้อมูลเดิมมาเชื่อมต่อเพื่อปรับการประมวลผลได้
นอกจากนี้ AI แต่ละรุ่น เช่น Claude, Gemini, Grok หรือ ChatGPT ต่างก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่แตกต่างกัน หากนำโมเดลที่เก่งด้านการเขียนโค้ดมาใช้งานด้านการสร้างรูปภาพ ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงตามต้องการ จึงต้องเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
เมื่อถามว่าผู้ใช้งานจะทราบได้อย่างไรว่า AI แต่ละตัวมีความถนัดด้านใดและประชาชนจะเหมาะกับ AI ตัวไหน นายไชยชนกกล่าวว่า ภายในแพลตฟอร์มมีการระบุคำแนะนำไว้อย่างชัดเจนว่าโมเดลใดเหมาะกับงานประเภทใด ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของโครงการคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทดลองใช้งานโมเดลฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อจะได้เรียนรู้ด้วยตนเองว่า AI ตัวไหนตอบโจทย์แนวทางการทำงานของตนมากที่สุด ดังนั้นการที่ประชาชนเข้ามาใช้งานและได้รู้ว่าโมเดลไหนไม่เหมาะกับเรื่องไหน ก็ถือว่าตรงตามเป้าหมายของโครงการแล้ว




