ปี่กลองการเมืองดังขึ้นอีกครั้ง พลันที่ ‘ฝ่ายค้าน’ เดินเกมเร็วยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ พุ่งเป้าไปที่ ‘นายกรัฐมนตรี+17 รัฐมนตรี’ บนธีม ‘ระบอบน้ำเงิน ระบอน น.หนู กินรวบประเทศ’ เน้นหลักไปที่บรรดาคนที่เคยพัวพัน แต่พ้นบ่วงใน ‘คดีโกง สว.’
สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย 6 พรรค รวม 155 สส. ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย และพรรคไทรวมพลัง โดยไม่มีชื่อของ ‘พรรคกล้าธรรม’ เนื่องจากถูก ‘พรรคส้ม’ เขี่ยพ้นสมการ ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ ไปก่อนหน้านี้ โดยอ้างเหตุว่าเป็น ‘ฝ่ายคอย’ คือรอคอยร่วมรัฐบาล
ท่าทีของ ‘ค่ายเขียว’ ล่าสุด เมื่อ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม ชี้แจงสาเหตุที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อในญัตติซักฟอกครั้งนี้ว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายค้านให้ร่วมลงชื่อในญัตตินี้ แต่ภายหลังเมื่อเห็นในรายละเอียดของญัตติแล้ว พบว่าเนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะข้อกล่าวหาหลักต่อนายกฯ และรัฐมนตรีหลายราย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ให้น้ำหนักกับประเด็นการเมือง
โดยเฉพาะเรื่องโกง สว.มากกว่าตรวจสอบประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ทำให้เกิดคำถามว่า การซักฟอกครั้งนี้ต้องการตรวจสอบรัฐบาล หรือมุ่งเล่นเกมการเมืองกันแน่

ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม
เท่ากับว่าเป็นอันชัดเจนแล้ว ‘พรรคกล้าธรรม’ ไม่ได้ดำรงอยู่ในสถานะ ‘ฝ่ายค้าน’ อย่างแน่นอนในตอนนี้ ส่วนจะเป็น ‘ฝ่ายคอย’ (ร่วมรัฐบาล) จริงหรือไม่ อย่างไร คงต้องรอดูกันต่อไปในอนาคต
ประเด็นที่น่าสนใจการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ นายกฯ+17 รัฐมนตรีที่ถูกล็อกเป้านั้น ล้วนเป็นเครือข่าย ‘สีน้ำเงิน’ ทั้งหมด ไม่มี ‘รัฐมนตรีแดง’ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแม้แต่คนเดียว จนหลายคนอาจสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น

อินโฟ
หากสังเกตการยื่นญัตติซักฟอกครั้งนี้ จัดกลุ่มออกมาได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
1.กลุ่มที่เคยพัวพันคดีโกง สว.แต่สุดท้ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก ยกคำร้องไม่ส่งฟ้อง 8 ราย ได้แก่ 1.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย 2.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 3.ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 4.นภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 5.ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 6.สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 7.เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย 8.วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย
2.กลุ่มที่ส่อใช้อำนาจโดยมิชอบหรือโดยทุจริต 5 ราย ได้แก่ 1.พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม 2.สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม 4.น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี 5.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม
3.กลุ่มที่ส่อปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต หรือบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด 5ราย ได้แก่ 1.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง 2.ศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 3.ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 4.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม 5.สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
ด้วยธีมกระชากหน้ากาก ‘ระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ’ น่าสนใจ เพราะ ‘น.หนู’ อาจมิได้หมายถึง ‘หนู อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เท่านั้น แต่อาจหมายถึง ‘น.หนู’ คนแดนไกล บ้านใหญ่อีสานใต้ด้วยหรือไม่?
การวางเกมของ ‘พรรคส้ม’ น่าสนใจเหมือน ‘ยิงปืนนัดเดียว ได้นก 2 ตัว’ กล่าวคือ
1.เงื่อนปมสำคัญที่ทำให้ ‘พรรคส้ม’ ไม่ยื่นญัตติซักฟอกรัฐมนตรีรายบุคคลที่เป็น ‘พรรคแดง’ เลยแม้แต่คนเดียว เพราะต้องการให้ ‘พรรคแดง’ นำไปขบคิด เดินเกมการเมือง ‘พลิกขั้ว’ โหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาล ‘ไม่ไว้วางใจ’ บรรดานายกฯ+17 รัฐมนตรีน้ำเงินชุดนี้
ต้องไม่ลืมว่า รัฐมนตรีสีน้ำเงิน หลายคนในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว.ถูกไต่สวนทั้งในชั้นสำนักงาน กกต. และในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีอั้งยี่ ฟอกเงิน จากการโกง สว. เกิดขึ้นในยุคสมัย ‘รัฐบาลแดง’ เป็นนายกฯ 2 สมัยที่ผ่านมาระหว่างปี 2566-2569
ดังนั้นการที่ ‘พรรคส้ม’ ไม่ยื่นซักฟอก ‘รัฐมนตรีแดง’ อาจเป็นการ ‘ทอดไมตรี’ ทางการเมืองอีกครั้ง หวัง ‘พลิกขั้ว’ จัดตั้งรัฐบาลใหม่ กลับไปเดินหมากไล่ต้อนคดีโกง สว.บีบให้ ‘น้ำเงิน’ กลับไป ‘พิงกำแพง’ อีกครั้งเหมือนตอนมีสถานะแค่พรรคร่วมรัฐบาลกับ ‘แดง’
2.แม้สุดท้าย ‘พรรคแดง’ อาจไม่เล่นด้วยกับ ‘ส้ม’ แต่อย่างน้อยได้วางเกมสั่นคลอน ‘ความไม่ไว้วางใจ’ ระหว่างกันของ 2 พรรคร่วมรัฐบาล แถมยังมีตัวแปรสำคัญคือ ‘ค่ายเขียว’ รอพร้อมเสียบเป็นตัวแทนตลอดเวลา ยิ่งทำให้เสถียรภาพของรัฐบาล อาจสั่นคลอนลงหลังจากนี้ได้

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ดังนั้นศึกซักฟอกครั้งนี้ แม้ในข้อเท็จจริงไม่อาจ ‘น็อคเอาท์’ รัฐบาลลงได้ เพราะมีแค่ 155 เสียง แต่อย่างน้อยก็ได้ชก ‘ตรงเป้า’ ขยี้คดีสำคัญ ส่งผลกระทบต่อ ‘เรตติ้ง’ และภาพลักษณ์ทางการเมืองของ ‘น้ำเงิน’ ไปอีกนานหลังจากนี้
เขียนโดย...ทีมข่าวการเมืองพิเศษ




