News Logo
หน้าแรก
พลิกขั้วการเมือง! ‘แดง’ ทิ้ง ‘ส้ม’ จับมือ ‘น้ำเงิน’ สู้ศึกซักฟอก

พลิกขั้วการเมือง! ‘แดง’ ทิ้ง ‘ส้ม’ จับมือ ‘น้ำเงิน’ สู้ศึกซักฟอก

18 ต.ค. 2569 11:37
ผู้ชม 19 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"...ท่ามกลางเสียงเล่าอ้าง เตรียมปรับ ครม.หวังซื้อใจ ‘ค่ายเขียว’ คัมแบ็กกลับสู่สถานะ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ หลังจากถูก ‘ดัดหลัง’ กลายเป็น ‘ฝ่ายคอย’ ตั้งแต่จบศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ต้องการเอามาการันตีสถานะของ ‘พรรคแดง’ ด้วย ไม่ให้แข็งขืนไปไหน เพราะถึงแม้จะทิ้ง ‘น้ำเงิน’ แต่เสียงในสภาฯของฝ่ายรัฐบาลก็ยังเป็น ‘ข้างมาก’ อยู่ดี..."

ดีเดย์นับถอยหลังรับ ‘รับศึกซักฟอก’ ภายหลัง ‘ฝ่ายค้าน’ นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ผสมโรงอีก 3 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี และพรรคไทรวมพลัง มี 155 สส.ในมือ ลุยยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 โฟกัสไปที่ ‘นายกฯอนุทิน’ พ่วง 17 รัฐมนตรีคนสำคัญ

เบื้องต้นฝ่ายรัฐบาลวางกรอบไทม์ไลน์ในการซักฟอกไว้ระหว่างวันที่ 27-30 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ดีต้องมีการหารือระหว่าง ‘วิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน’ กันอีกครั้ง เพื่อตกลงวัน ว.เวลา น.อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีหากพ้นช่วงดังกล่าวไป ‘นายกฯอนุทิน’ มีคิวแน่นต้องไปทำภารกิจเยือนต่างประเทศ

ที่น่าสนใจ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ในการชี้แจงศึกซักฟอกของ ‘ฝ่ายค้าน’ ในครั้งนี้ หลังจากโดนเขียนข้อกล่าวหาเสียยาวเหยียด โดยเฉพาะเรื่อง ‘ระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ’ แถมทิ่มแทงไปยัง ‘คนอีสานใต้’ ด้วยครหา ‘ปรากฎพฤติกรรมยอมตมตนอยู่ภายใต้บุคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมืองที่ถูกชักใยชี้น้ำในเรื่องสำคัญ’ ด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล

อนุทิน ชาญวีรกูล

ขณะที่รัฐมนตรีอีกหลายคน โดนพุ่งเป้าชำแหละไปที่กรณีพ้นบ่วง ‘คดีฮั้ว สว.’ ซึ่ง กกต.มีมติเสียงข้างมาก ‘ยกคำร้อง’ ไม่ได้เอาผิด ‘กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย’ แม้แต่คนเดียว ทำให้ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ศึกซักฟอกครั้งนี้ หยิบเอาประเด็น ‘ฮั้ว สว.’ มาฉายภาพซ้ำให้สังคมเห็นกันอีกครั้ง ถึงพฤติการณ์ความไม่ชอบมาพากลในขั้นตอนต่าง ๆ

ทว่ามีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สนใจ จากฟาก ‘สีแดง’ เมื่อ ‘นายใหญ่’ อย่าง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกฯ ภายหลังพ้นโทษจำคุก 1 ปี จาก 3 คดีทุจริต ได้เก็บตัวเงียบ กระทั่งกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงเวลานี้ 2 เรื่องได้แก่ 1.เดินทางเข้าไปเบิกความด้วยตัวเอง ในการไต่สวนของศาลภาษีอากรกลาง คดีที่เจ้าตัว ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีเรียกเก็บภาษี ‘หุ้นชินคอร์ป’ 1.76 หมื่นล้านบาท ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว

ในการเบิกความดังกล่าว ‘ทักษิณ’ หล่นคำพูดเปรียบเปรยน่าสนใจ เช่น “ที่ต้องมานั่งในศาลตอนนี้ตนคือ ผลไม้เต็มถาด ที่ยื่นไปให้ศาลจากการปฏิวัติรัฐประหารทางการเมือง” หรือ “ยกตัวอย่างว่า ให้กระทรวงการคลังเป็นพ่อ และกรมสรรพากรเป็นลูก ตัวเองมีหนี้ ซึ่งให้เงินทั้งหมดกับคนเป็นพ่อไปแล้ว แต่พ่อไม่คุยกับลูก ทำให้ลูกมาทวงกับตัวเองอีก”

ถัดมามีรายงานว่า ‘ทักษิณ’ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปยังประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม และพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568

โดยคดีที่ยื่นคำร้องนั้น คือ 3 คดีทุจริตที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาจำคุกเขา และได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี ตามที่ ‘ทักษิณ’ ได้เข้าเรือนจำ และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนคดีที่ยังเป็นชนักปักหลังเขาอยู่เหลือแค่คดีถูกกล่าวหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่เกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ฝ่ายอัยการสูงสุด (อสส.) มีการยื่นอุทธรณ์ ทำให้คดียังคาราคาซังอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขนั้น ระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่สามารถยื่นขอนิรโทษกรรมคดีทุจริต และคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 ได้ ดังนั้นคงต้องรอฟังดุลพินิจจากประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ว่าจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร

ทว่าความเคลื่อนไหวสำคัญของ ‘ทักษิณ’ เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกับ ‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นซักฟอก ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ที่กำลังบอบช้ำทางการเมืองอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นกรณีพ้นบ่วงคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดงไม่คืบหน้า การบริหารจัดการเศรษฐกิจย่ำแย่ แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดด้วยเรื่อง ‘มหาอุทกภัย’ ในหลายจังหวัด รวมถึง ‘เมืองหลวง’ ทำเอา กทม.จมบาดาลอยู่หลายวัน ทำเรตติ้งดำดิ่งอยู่ในตอนนี้

ท่ามกลางเสียงเล่าอ้าง เตรียมปรับ ครม.หวังซื้อใจ ‘ค่ายเขียว’ คัมแบ็กกลับสู่สถานะ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ หลังจากถูก ‘ดัดหลัง’ กลายเป็น ‘ฝ่ายคอย’ ตั้งแต่จบศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ต้องการเอามาการันตีสถานะของ ‘พรรคแดง’ ด้วย ไม่ให้แข็งขืนไปไหน เพราะถึงแม้จะทิ้ง ‘น้ำเงิน’ แต่เสียงในสภาฯของฝ่ายรัฐบาลก็ยังเป็น ‘ข้างมาก’ อยู่ดี

แถมในช่วงไม่นานมานี้ เกิดกระแสข่าวสูตรรัฐบาล ‘แดง-เขียว-ส้ม’ ถูกหยิบยกขึ้นมาปั่นราคาในทางการเมืองอีก ทำให้ ‘น้ำเงิน’ ค่อนข้างระแวงท่าทีของ ‘แดง’ มากขึ้น เพราะต้องไม่ลืมว่า ‘คดีฮั้ว สว.’ จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย หากในสมัย ‘รัฐบาลสีแดง’ เดินหน้าเอาจริงเอาจังเอาผิด แต่สุดท้ายก็สูญไปเมื่อ ‘ส้ม’ โหวต ‘น้ำเงิน’ ให้มีอำนาจ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

จึงเป็นไปได้ว่าการเคลื่อนไหวของ ‘ทักษิณ’ ครั้งนี้ เป็นไปเพื่อ การันตีสถานะ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ของ ‘เพื่อไทย’ ว่าจะยังไม่ทิ้ง ‘น้ำเงิน’ ไปไหน เห็นได้จาก 1.การฟ้องกลับกรมสรรพสามิต เพื่อเอาเงินภาษีคืน 2.การยื่นขอนิรโทษกรรม แน่นอนว่าทั้ง 2 กรณีอยู่ภายใต้การตัดสินใจไม่ว่าทางตรง-ทางอ้อมของฝ่ายรัฐบาล

แถมท่าทีของ ‘เพื่อไทย’ ดูอ่อนลงอย่างมากในช่วงนี้ โดย ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยยุคปัจจุบัน กล่าวในที่ประชุม ครม.เมื่อ 14 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า “ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อไทยเตรียมพร้อมไว้แล้วในการสนับสนุน”

อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่า เกิดฉากทัศน์การหารือกันหลังม่านอีกครั้งระหว่าง ‘นายใหญ่ค่ายแดง’ กับ ‘ครูใหญ่อีสานใต้’ เพื่อกระชับอำนาจ ในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ ยังคงถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากมี ‘แบ็คดี’ แถมยังไม่มีสัญญาณจาก ‘รัฐพันลึก’ ว่าจะ ‘เปลี่ยนข้าง’ แต่อย่างใด

ในอีกทางหนึ่ง เป็นเหมือนกันดับฝัน ‘ส้ม’ ที่พยายามทอดไมตรีไปยัง ‘แดง’ เพื่อหวังบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้มาช่วยโหวต ‘คว่ำ’ นายกฯ-รัฐมนตรีสีน้ำเงิน เพราะในญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีชื่อของ ‘รัฐมนตรีเพื่อไทย’ แม้แต่คนเดียว

ดังนั้นในพิธีกรรมซักฟอกครั้งนี้ นอกเหนือจากเป็นเกม ‘ฝ่ายค้าน’ หวังเปิดแผล หวังฉุดเรตติ้ง ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’ แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนหมากของ ‘สีน้ำเงิน’ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ในการปรับ ครม.หรือเดินหน้าทางการเมืองหลังจากนี้ด้วย

เรื่องโดย....ทีมข่าวการเมืองพิเศษ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อภิปรายไม่ไว้วางใจ
ทักษิณ ชินวัตร
อนุทิน
การเมืองไทย

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไล่ล่าทรัพย์1.7 หมื่นล.! สรรพากรแห้ว ตามไม่เจอเครื่องบิน 'ทักษิณ'
ไล่ล่าทรัพย์1.7 หมื่นล.! สรรพากรแห้ว ตามไม่เจอเครื่องบิน 'ทักษิณ'