News Logo
หน้าแรก
นายกฯลั่น รบ.ไม่นิ่งเฉย ปมสู้รบเมียนมาล้ำแดนไทย ย้ำอีกฝ่ายต้องหยุด

นายกฯลั่น รบ.ไม่นิ่งเฉย ปมสู้รบเมียนมาล้ำแดนไทย ย้ำอีกฝ่ายต้องหยุด

2 พ.ย. 2569 16:43
ผู้ชม 3 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"อนุทิน" ยัน รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ปมสู้รบเมียนมาล้ำแดน ย้ำไทยเดินหน้าเต็มสูบ ปกป้องอธิปไตย-ชีวิตประชาชน กำชับทัพไทย "เลี่ยงปะทะ" ย้ำเมียนมาต้อง ดำเนินการณ์ไร้ผลกระทบต่อไทย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในประเด็นเรื่องที่การสู้รบในเมียนมาที่ล้ำเข้ามาในดินแดนประเทศไทย หลังจากทำหน้าที่เป็นประธาน ในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจ เมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย พร้อมทั้งเป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ที่ จ.หนองคาย โดยมีเนื้อหาดังนี้

ยืนยันรัฐบาลดำเนินการเต็มที่ปกป้องประชาชo-อธิปไตย

นายอนุทิน  กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งยังคงมีเหตุการณ์การสู้รบและ "ระเบิดลงรายวัน" อย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างยิ่ง โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว และได้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมหลายประการ เพื่อปกป้องอธิปไตย ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทย

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ทางการไทยได้แจ้งความกังวลอย่างเป็นทางการไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้ว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ฝ่ายเมียนมาจะต้องดำเนินการทุกอย่างโดยปราศจากผลกระทบมายังประเทศไทยอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดและสู้รบประชิดชายแดนอย่างรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยในพื้นที่ชายแดนทันที ได้แก่ ความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินต่างๆ

 ทางผู้บัญชาการทหารสูงสุด, รองนายกรัฐมนตรี, และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานและแจ้งความกังวลอย่างเร่งด่วนไปยังรัฐบาลเมียนมา เพื่อขอให้ฝ่ายเมียนมาดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด และไม่มุ่งทำร้ายชีวิต บ้านเรือน หรือทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ทั้งในส่วนของประเทศไทยและเมียนมาเอง

นอกจากนี้ เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและเป็นทางการ ทางการไทยยังได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยเข้ามาหารือ เพื่อให้รับทราบถึงความกังวลของรัฐบาลไทย ซึ่งถือเป็นการดำเนินการผ่านช่องทางทางการทูตที่สำคัญ และทางผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน เพื่อเสริมสร้างมาตรการป้องกันชายแดนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น

หากสถานการณ์การสู้รบในเมียนมายังไม่ทุเลาลงและยังคงส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลไทยพร้อมที่จะเพิ่มมาตรการในการป้องกันดินแดนไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงการส่งกำลังทหารไปลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น และเพิ่มความพร้อมของกำลังพลในทุกด้าน

 อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้กำชับไปยังผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ "หลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด" และ "หลีกเลี่ยงความขัดแย้งให้มากที่สุด" เนื่องจากยืนยันว่าการสู้รบที่เกิดขึ้นภายในเมียนมานั้น "ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและคนไทย" ดังนั้น ภารกิจหลักของกองทัพไทยคือการป้องกันอธิปไตยและดินแดนของประเทศให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าขณะนี้จะมีความเสียหายเกิดขึ้นบ้างในบางส่วนจากการสู้รบที่ล้ำเข้ามา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องมีการเรียกฝ่ายเมียนมามา "เตือน" อย่างชัดเจนและจริงจัง

การจัดการผู้หนีภัยสงคราม

เกี่ยวกับปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบที่ข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทย นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า รัฐบาลไทยยึด "หลักมนุษยธรรม" เป็นสำคัญ โดยให้การช่วยเหลือผู้ที่เข้ามาหลบภัยตามความจำเป็นในเบื้องต้น เมื่อสถานการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีแผนการดำเนินการในการ "ขอให้เขากลับไป"

นายอนุทินระบุว่าตนเองไม่ใช้คำว่า "ผลักดัน" แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เข้ามาหลบภัยก็มักจะกลับไปโดยสมัครใจเมื่อสถานการณ์ในประเทศของพวกเขากลับสู่ความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีผู้พยายามจะอยู่ในประเทศไทยต่อโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทางการไทยก็จะต้อง "ผลักดันออกไปตามกฎหมาย" อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนที่ระบุไว้

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการข่มขู่พ่อค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง โดยมีการขู่ว่าจะทำลายคลังสินค้าหากยังคงให้การสนับสนุน นายกรัฐมนตรีได้ตอบในประเด็นนี้ว่า "อันนี้ผมยังไม่ได้ยิน ยังไม่ได้มีข่าวที่คอนเฟิร์ม" จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ แต่รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความมั่นใจในความปลอดภัยของประชาชนและผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ชายแดน.

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สู้รบเมียนมา

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิพัฒน์'ทุ่ม3.27แสนล้านจัด78โครงการพัฒนาคมนาคม5จว.อีสานตอนบน
'พิพัฒน์'ทุ่ม3.27แสนล้านจัด78โครงการพัฒนาคมนาคม5จว.อีสานตอนบน