News Logo
หน้าแรก
'ฝ่ายค้าน' ซัดรัฐบาลงัดทุกกลไกเพื่อสกัด แทรกแซง คุกคามการตรวจสอบ!

'ฝ่ายค้าน' ซัดรัฐบาลงัดทุกกลไกเพื่อสกัด แทรกแซง คุกคามการตรวจสอบ!

4 พ.ย. 2569 16:53
ผู้ชม 20 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

พรรคฝ่ายค้าน นำโดย 'ณัฐพงษ์-อภิสิทธิ์' เปิดแถลงซัดรัฐบาลใช้อำนาจสกัดกั้นและคุกคามการตรวจสอบ แฉ 3 ขบวนการรวบอำนาจ ทั้งการคุม กมธ. ตัดตอนคดีโกง สว. และส่งสปายแวร์สอดแนมโทรศัพท์มือถือ ชี้เป็นพฤติการณ์ทำลายหลักนิติรัฐ

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงข่าวถึงพฤติการณ์สกัดกั้น แทรกแซง และคุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกต่างๆ อย่างเป็นระบบ

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สิ่งสำคัญของระบอบประชาธิปไตยคือการตรวจสอบถ่วงดุลผู้ใช้อำนาจรัฐ แต่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดหลายเหตุการณ์ขึ้นพร้อมกัน จนทำให้ฝ่ายค้านตั้งข้อสงสัยว่า รัฐบาลหรือกลุ่มผู้มีอำนาจในเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินกำลังใช้ทุกกลไกที่มีเพื่อสกัดกั้น แทรกแซง และคุกคามการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

ประเด็นแรก คือความพยายามสกัดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จากกรณี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ โดยกำหนดให้ทุกการดำเนินงานของกรรมาธิการต้องผ่านมติที่ประชุมเสมอ ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นการทำหน้าที่ของกลไกสภาฯ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะบทบาทของฝ่ายค้านอย่างชัดเจน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาฝ่ายค้านใช้กลไกกรรมาธิการเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบโครงการของรัฐบาลที่มีข้อสงสัยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันหรือการใช้อำนาจมิชอบ หากวางแนวปฏิบัติให้ทุกเรื่องต้องใช้มติเสียงข้างมาก ซึ่งฝ่ายรัฐบาลถือเสียงข้างมากในเกือบทุกคณะอยู่แล้ว ย่อมเท่ากับว่าสภาฯ ไม่จำเป็นต้องมี สส. ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอีกต่อไป และจะทำให้คณะกรรมาธิการกลายเป็นเพียง ‘ตรายาง’ คอยรับรองความถูกต้องให้โครงการที่มีข้อครหาของรัฐบาล เพียงแค่ฝ่ายรัฐบาลใช้เสียงข้างมากลากไปและลงมติว่าโปร่งใส ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบรัฐสภา

ประเด็นที่สอง คือความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีทุจริตเลือก สว. จากกรณีที่ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่าง กกต. กับศาลฎีกา ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าเป็นความพยายามใช้กลไกองค์กรอิสระที่เสียงข้างมากเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า หากชั้นไต่สวนของศาลฎีกาพบหลักฐานเพิ่มเติมถึงบุคคลอื่นที่ร่วมทุจริต แต่ไม่อยู่ในรายชื่อ 77 คนตามคำร้องเดิมของ กกต. จะไม่สามารถเอาผิดบุคคลเหล่านั้นในกระบวนการศาลได้ สะท้อนให้เห็นชัดถึงความพยายามใช้องค์กรอิสระเข้าไปก้าวก่ายและแทรกแซงอำนาจของศาลยุติธรรม

ส่วนประเด็นที่สาม คือความพยายามคุกคามการทำหน้าที่ของ สส. ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะตนเองและ นายอภิสิทธิ์ ซึ่งได้รับแจ้งเตือนความปลอดภัยจากบริษัทแอปเปิลบนโทรศัพท์มือถือว่า เสี่ยงตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยสปายแวร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นเครื่องมือจารกรรมที่มักถูกใช้โดยหน่วยงานภาครัฐระดับประเทศ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมีความพยายามจากหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลในการโจมตีและคุกคามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ซึ่งฝ่ายค้านยืนยันว่าจะไม่ยอมรับการใช้อำนาจรัฐในลักษณะนี้ ทั้งการรวบอำนาจในสภาฯ การใช้องค์กรอิสระยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หรือการใช้สปายแวร์สอดแนม

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แม้การตรวจสอบในทุกยุคสมัยจะเผชิญอุปสรรคเพราะรัฐบาลมักไม่ต้องการถูกตรวจสอบ แต่ตามมาตรฐานสภาสากลทั่วโลก แม้ฝ่ายรัฐบาลจะเป็นเสียงข้างมาก ย่อมต้องมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยอมรับและเคารพการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย ไม่ยึดถือเพียงการใช้เสียงข้างมากเท่านั้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีการสกัดกั้นงานของประธานกรรมาธิการว่า ทราบว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนประธานสภาฯ ได้เรียกประชุมประธานกรรมาธิการ และให้ฝ่ายกฎหมายสรุปออกมาเป็นหนังสือเวียนโดยไม่ได้นำกลับมาขอความเห็นชอบหรือมติอีกครั้ง จึงเสนอให้ประธานสภาฯ เรียกประชุมประธานกรรมาธิการอีกครั้งเพื่อหาทางออกที่เป็นธรรม เช่น การบรรจุวาระเรื่องร้องเรียนต่างๆ สามารถใช้การหารือในที่ประชุมเพื่อเปิดโอกาสให้มีการทักท้วงหรือตั้งข้อสังเกตได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงมติ 

นอกจากนี้ ยังเตือนถึงความพยายามของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่เสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ ซึ่งมีเนื้อหาหนักกว่าหนังสือเวียน เพราะเปิดช่องให้ใช้เสียงข้างมากเสนอ ‘ยุบคณะกรรมาธิการ’ และใช้เสียงข้างมากเลือกประธานกรรมาธิการ จากเดิมที่จัดสรรตามสัดส่วน สส. แต่ละพรรค ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น กลไกการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติจะทำงานไม่ได้เลย จึงขอเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ส่งสัญญาณเตือนพรรคภูมิใจไทยให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงการแทรกแซงผ่านกระบวนการยุติธรรมว่า มีกรณีที่น่าตั้งสังเกต เช่น นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการรัฐ แต่กลับถูกเอกชนที่ไม่ได้ถูกเอ่ยชื่อฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งผิดวิสัยการทำธุรกิจ จึงขอฝากไปยังประธานศาลฎีกาให้ผลักดันคำแนะนำเรื่องการป้องกันการฟ้องปิดปาก (SLAPP) มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในทุกคดี

ส่วนกรณีการถูกคุกคามด้วยสปายแวร์ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ฝ่ายค้านระมัดระวังตัวอยู่แล้วและไม่ได้หวั่นไหว แต่ขอเน้นย้ำว่าการกระทำเช่นนี้ต้องไม่เกิดขึ้นโดยฝีมือของหน่วยงานรัฐ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชงอีก8ข้อช่วยอุตฯอีวีในประเทศ แนะใช้ระบบ'ลงทุนจริงแลกโควตานำเข้า'
ชงอีก8ข้อช่วยอุตฯอีวีในประเทศ แนะใช้ระบบ'ลงทุนจริงแลกโควตานำเข้า'