เปิดกฎกระทรวง 'สมุดพกผู้รับเหมา' ปฏิบัติงานประมาท-ทำให้คนตาย ถูกถอนทะเบียนผู้ประกอบการ 2 ปี-ทุจริต-ยื่นเอกสารเท็จถอนทะเบียน 10 ปี
สำนักข่าว NextNews รายงานว่าสืบเนื่องกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 เครนก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณบ้านถนนคด อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ประกอบกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่คานปูนและเครนก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 ขาออก หน้าโรงแรมปารีส การ์เด้น อินน์ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
เหตุการณ์ทั้ง 2 ข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องและความล้มเหลวในการกำกับดูแลผู้รับเหมาให้ใส่ใจความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการของภาครัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้การเกิดอุบัติเหตุบริเวณสถานที่ก่อสร้างโครงการของภาครัฐก็เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผลักดันแนวทางแก้ปัญหาข้างต้นด้วยมาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา' โดยเริ่มผลักดันตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ซึ่งระหว่างที่มาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา' อยู่ระหว่างผลักดันก็เกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดิมอีกหลายครั้ง สังคมก็ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ - Suphanat Minchaiynunt ตำหนิรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ลงนามในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิ์ขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ หรือมาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา' ล่าช้า ที่เพิ่งเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจาบุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ส่งผลให้ไม่สามารถ 'ลดชั้น' และ 'ตัดสิทธิประมูลงาน' เอกชนที่ทำงานประมาทได้
เปิดรายละเอียดมาตรการ 'สมุดพกผู้รับเหมา'
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีรายละเอียด ดังนี้
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 53 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งและวรรคสองของข้อ 5 แห่งกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 6 ให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ตรวจติดตามผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนแล้วว่า ยังเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3 หรือไม่ โดยให้มีการตรวจติดตามทุกสามปี นับแต่วันที่กรมบัญชีกลางขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ
หากกรมบัญชีกลางตรวจติดตามพบว่าผู้ประกอบการรายใดไม่มีคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3 (1) (2) (3) (4) (5) (6) (8) (9) หรือ (10) ให้กรมบัญชีกลางเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการรายนั้นออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกชื่อหมวด 3 การกําหนดประเภทชั้นและการเลื่อนชั้นผู้ประกอบการ และความในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“หมวด 3 การกําาหนดประเภทชั้น การเลื่อนขั้น การปรับลดระดับชั้น และการกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ
ข้อ 7 การกําหนดประเภทชั้น การเลื่อนชั้น การปรับลดระดับชั้น และการกลับคืน ระดับชั้นของผู้ประกอบการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกําหนดตามมาตรา 51 วรรคสาม หรือมาตรา 52 วรรคสอง แล้วแต่กรณี
เมื่อผู้ประกอบการรายใดถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 106 วรรคสาม ให้กรมบัญชีกลางปรับลดระดับชั้นของผู้ประกอบการรายนั้น
และเมื่อครบกําหนดระยะเวลาการปรับลดระดับขั้นของผู้ประกอบการแล้ว ผู้ประกอบการสามารถ ยื่นคําขอกลับคืนระดับชั้นเดิมของผู้ประกอบการก่อนที่จะถูกปรับลดระดับชั้นได้”
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 8 และข้อ 9 แห่งกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 8 ภายใต้บังคับข้อ 5 วรรคสอง ให้เพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ ในกรณีดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ผู้ประกอบการยื่นเอกสารหรือหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทําการทุจริต ด้วยประการใด ๆ ในการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ การเลื่อนชั้นผู้ประกอบการ การปรับลดระดับชั้นของผู้ประกอบการ หรือการกลับคืนระดับชั้นเดิมของผู้ประกอบการ
(2) ผู้ประกอบการถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 106 วรรคสาม กรณีผู้ประกอบการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการปฏิบัติงานอันเป็นผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางประกาศกําหนด
ข้อ 9 ผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้ ดังต่อไปนี้
(1) กรณีตามข้อ 6 วรรคสอง
(ก) กรณีเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้เมื่อพ้นระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่กรมบัญชีกลางเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ
(ข) กรณีเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 3 (8) สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้เมื่อพ้นจากการเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามนั้น
(ค) กรณีเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 3 (9) ที่มิได้มีการกระทําอันมีลักษณะ เป็นการประพฤติมิชอบตามที่กรมบัญชีกลางกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการราคากลาง สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้เมื่อมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดนั้น
(2) กรณีตามข้อ 8 (1) สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้ เมื่อพ้นระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่กรมบัญชีกลางเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ
(3) กรณีตามข้อ 8 (2) สามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการใหม่ได้ เมื่อพ้นระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่กรมบัญชีกลางเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ”
ข้อ 4 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 และให้ใช้บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม ท้ายกฎกระทรวงนี้แทน
ให้ไว้ ณ วันที่ 8 ม.ค. 2569
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดูประกาศราชกิจจานุเบกษา https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/101872.pdf
ดูประกาศกฎกระทรวง กำหนดกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ พ.ศ. 2560 https://legal.ops.moc.go.th/th/content/category/detail/id/502/iid/8615




