News Logo
หน้าแรก
หมอ-กลุ่มเพื่อนหมอสุภัทรเคลื่อนไหว ตั้งคำถามแบ่งซื้อ 5 บิล ผิดอย่างไร

หมอ-กลุ่มเพื่อนหมอสุภัทรเคลื่อนไหว ตั้งคำถามแบ่งซื้อ 5 บิล ผิดอย่างไร

2 ก.พ. 2569 14:53
ผู้ชม 93 คน

หมอตั้งคำถามถึงคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และกระทรวงสาธารณสุข กรณีปลด "หมอสุภัทร" โดยระบุการทำบิลเป็น 5 บิล ให้อยู่ในวงเงิน 2 ล้านบาท มีความผิดอย่างไร ทำไมถึงส่อเจตนาทุจริต ในขณะที่กลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชนร่วมกันสวมชุด PPE สวมหน้ากากอนามัยถือแผ่นป้าย #SAVEหมอสุภัทร

ภายหลัง Next News นำเสนอ เอกสารลับผลสอบวินัยปลดออก "หมอสุภัทร" ฉบับเต็ม ล่าสุดเพจเรื่องเล่าจากโรงพยาบาล ได้นำเนื้อหาผลการสอบสวนจากเอกสารฉบับเต็มสรุปประเด็นสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายว่า เรื่องราคาไม่ใช่ประเด็น, ซื้อไปก่อนมาทำเอกสารทีหลังก็ไม่ใช่ประเด็น (เพราะเป็นการซื้อในสถานการณ์ฉุกเฉิน) ส่วนที่เป็นประเด็นคือ การทำบิลเป็น 5 บิล เพื่อให้อยู่ในวงเงิน 2 ล้านบาท คณะกรรมการเห็นว่า ส่อเจตนาทุจริต 

คณะกรรมการ (ดูเหมือนจะ)ไม่เชื่อว่า ซื้อจริง เพราะไม่เชื่อว่า ตรวจได้เยอะขนาดนั้นจริง บอกว่าไม่มีหลักฐาน, และคณะกรรมการประเมินเอง เห็นว่า ไม่น่าจะตรวจได้เยอะขนาดนั้น, การทำเรื่องล่าช้าคือ 2 เดือนหลังจากปฏิบัติการ (ตรวจช่วยโควิดที่ กทม.) ผ่านไปแล้ว 

พร้อมกับได้นำมาอธิบายและตั้งคำถามถึงผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และต่อกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า หลังจากอ่านแล้วหมอธรรมดาๆ คนนี้มีสิ่งที่อยากถามคณะกรรมการ และกระทรวง ดังนี้ 

1. การทำบิลย้อนหลังบิลละ 2 ล้านบาท ยกข้อความจากเอกสารคณะกรรมการแจ้งเองว่า "นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าฯ สงขลา 

กำหนดให้ ผอ.รพ. ชุมชนมีอำนาจในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง ทุกวิธีทุกขั้นตอนและก่อหนี้ผูกพันเงินบำรุงของหน่วยบริการครั้งหนึ่ง วงเงินไม่เกิน 2,000,000 ล้านบาท (สองล้านบาทถ้วน)"

เพจเรื่องเล่าจากโรงพยาบาล ระบุว่า "เอาล่ะ ผมในฐานะหมอคนหนึ่งถูกส่งไป กทม. ไปลงพื้นที่ตรวจเคสโควิดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีคนป่วยจนล้น รพ.(โรงพยาบาล) จะเข้าไปตรวจในชุมชน ผมไม่รู้ ไม่มั่นใจหรอกว่า จะมีคนมาตรวจแค่ไหน ลองหาข้อมูลเร็วๆ พบว่าจำนวนประชากรในชุมชนแออัดมีราว 500,000 คน 

ผมจะเตรียม ATK ไปเท่าไหร่ดี? 

"อาจมีคนเก่ง ฉลาดกว่าผมนะ แต่ผมเอาที่คล่อง เบิกจ่ายได้เร็ว ก็ตรงไปตรงมา มีอำนาจทำได้เท่าไหร่ ผมก็ซื้อเท่านั้น 2,000,000 ได้กี่อันก็เท่านั้น พอลงตรวจไปแล้วของใกล้หมด ก็สั่งเพิ่ม ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนจบงาน พอจบงาน มาทำเรื่องเบิกย้อนหลัง ตรงจุดนี้แหละที่ผมอยากถาม จะให้ทำยอดเป็นรวมบิล 10 ล้าน 

แล้วให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้อนุมัติ มันจะถูกต้องเหรอ???? 

"ถ้าผมทำบิลเป็น 10 ล้าน จะไม่เป็นการทุจริตไปเหรอ? เพราะมันซื้อแล้วใช้ไปแล้ว มาทำบิล 10 ล้าน จะไม่โดน 'คุณทำผิดขั้นตอน 10 ล้าน คุณทำสัญญา

ซื้อขายไปแล้วได้ยังไงในเมื่อคุณไม่มีอำนาจ อำนาจคุณอยู่ที่ 2 ล้าน คุณใช้ไปแล้วจะมาให้ผมอนุมัติได้ไงตรวจรับก็ไม่ได้' 

อันนี้ผมงงจริง และในเอกสารย้ำเรื่องนี้หลายรอบ เหมือนมันเป็นเรื่องสำคัญมาก รวมถึงขั้นตอนการตรวจรับ ในเมื่อมันเป็นการซื้อแล้วใช้ไปแล้ว 

จะมีขั้นตอนตรวจรับกันยังไง 

2. คณะกรรมการบอกว่า ATK ที่ใช้จำนวนเยอะเกินจริง ไม่เชื่อว่า จะตรวจได้เยอะขนาดนั้น ขอยกข้อความมาจากเอกสาร "คำชี้แจงของนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ 

เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น คณะกรรมการสอบสวนจึงต้องพิจารณาจากศักยภาพการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่ที่จะกระทำได้ ซึ่งเห็นว่าสามารถตรวจได้ไม่เกินวันละ 1,000 - 2,000 ราย" 

ที่ขัดแย้งกันเองในเอกสารเองก็คือ ตอนแรกบอกว่า ไม่มีหลักฐาน - กล่าวอ้างลอย ๆ แต่ต่อมา สปสช.(สำนักงานคณะกรรมการหลักสุขภาพแห่งชาติ) ได้ส่งข้อมูล 

ผู้ที่เข้ารับการตรวจครั้งนั้นไปที่ รพ.จะนะ เพื่อให้ทำเรื่องเบิกจ่าย ขอยกข้อความจากเอกสารมา "แม้ว่าต่อมา สปสช. จะส่งรายชื่อผู้เข้ารับบริการตรวจคัดกรองดังกล่าวมาให้โรงพยาบาลจะนะเพื่อดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายในรายชื่อละ 450 บาท จำนวน 39,659 รายชื่อ กรณีดังกล่าวก็ไม่เป็นเหตุให้พฤติการณ์ในการกระทำความผิดเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น คำชี้แจงของนายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในประเด็นนี้จึงไม่สามารถรับฟังได้"

"ห๊ะ?? ตอนแรกบอกกล่าวอ้างลอยๆ พอมีหลักฐาน รายชื่อมา บอกว่า ไม่เป็นเหตุการกระทำผิดเปลี่ยนแปลง มันคือยังไงนะ ???? ต่อให้มีหลักฐาน แต่ผมประเมินแล้ว ผมไม่เชื่อ คุณก็ต้องผิดแบบนั้นเหรอ?"

3. การทำเรื่องล่าช้า ขอยกข้อความจากเอกสารมา "เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจกลับปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน โดยไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง

ตลอดจนฝ่าฝืนต่อคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2564 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง พฤติการณ์มีลักษณะไม่โปร่งใสแสดงให้เห็นว่า

จงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ"

"ที่ตลกคือ คำสั่ง จ.สงขลา 4910 ก็คือ คำสั่งที่ว่า ให้มีอำนาจจัดซื้อในวงเงิน 2 ล้าน ..ย้อนไปข้อแรก ถ้าผมเป็นหมอธรรมดาๆ คนหนึ่ง ผมก็ทำตามคำสั่งเต็มที่เลยนะ พอทำเสร็จ ดันมาบอกว่า ต้องทำบิล 10 ล้านมาสิ ตกลงจะเอายังไงกับผม??? 

"ท้ายสุด ไอ้ความล่าช้า นี่มันเป็นความผิดร้ายแรงเลย ทำเอกสารหลังเหตุการณ์ 2 เดือน ล่าช้า? ด้วยความเคารพ กระทรวงที่เบิกจ่ายเงินให้น้องหมอจบใหม่

ล่าช้าทุกปีๆ 3 เดือนบ้าง 4 เดือนบ้าง บางรุ่นทำสถิติ 6 เดือน แล้วในเรื่องเดียวกัน งบ ค่าเสี่ยงภัยโควิดที่กระทรวงจ่ายให้กับ รพ. ต่างๆ บางที่เป็นปีถึงได้ 

มีใครโดนไล่ออกไหมครับ" 

เนื้อหาเพจเรื่องเล่าจากโรงพยาบาล ระบุอีกว่า "ทั้งหมดนั้น ถามด้วยความสงสัยและอยากเข้าใจจริงๆ ครับ ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ ผม หรือ หมอทั่วๆ ไปจะได้ตัดสินใจได้ถูกว่า ควรจะเอาตัวลงไปทำอะไรแบบนี้ไหม เจอให้ทำเอกสารให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน ไม่งั้นเป็นความผิด ข้อเดียวผมก็คงโบกมือบ๊ายบาย"

นอกจากความเคลื่อนไหวของหมอข้างต้นแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 ได้มีกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชนร่วมกันสวมชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) สวมหน้ากากอนามัย พร้อมนำแผ่นป้ายเขียนข้อความ #SAVEหมอสุภัทร พร้อมกับได้ถือดอกไม้ให้กำลังใจเพื่อรำลึกถึงผู้สูญเสียจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมการปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ออกจากราชการถึง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และนายวรวิทย์ สุขบุญ ประธานคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

ตัวแทนเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร อธิบายว่า มติคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มีมติปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการ เป็นการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากการช่วยโควิดในกรุงเทพฯ มีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตประชาชน และสนับสนุนการรับมือโควิดของชุมชนร่วมกับภาครัฐด้วยเจตนาบริสุทธิ์ 

ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้ ก.พ. และ ก.พ.ค. เปิดการสอบสวนใหม่ เนื่องจากกระบวนการสอบสวนวินัยยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงอย่างครบถ้วน พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และฟื้นความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ

ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ม.ค.2569 กลุ่มคนรักสุขภาพได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทบทวนมติ อ.ก.พ.สธ.และให้ยุติกระบวนการพิจารณาจนกว่าจะเปิดหลักฐานให้สาธารณะได้รับรู้กรณีที่มีมติปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการ โดยให้เหตุผลว่า การสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งรังแกข้าราชการแพทย์ที่ทำงานเพื่อประชาชน 

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คตร.ให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินบริจาคเข้ากองทุนฯ ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม
คตร.ให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินบริจาคเข้ากองทุนฯ ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม