News Logo
หน้าแรก
ACSC ชี้มิจฉาชีพปรับวิธี เน้นหลอกรายใหญ่ 52 ล. 'ขู่ทางโทรศัพท์'หนักสุด

ACSC ชี้มิจฉาชีพปรับวิธี เน้นหลอกรายใหญ่ 52 ล. 'ขู่ทางโทรศัพท์'หนักสุด

16 ก.พ. 2569 13:51
ผู้ชม 116 คน

ศูนย์ฯต้านโกงออนไลน์ เผยรายงานมิจฉาชีพปรับกลยุทธิ์ เน้นหลอกรายใหญ่ ดันยอดเสียหายโกงออนไลน์พุ่ง 52 ล้านแค่สัปดาดห์เดียว แม้คดีลดแต่ความเสียหายยังพุ่ง ชี้การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์สร้างความเสียหายหนักสุด ขณะกลุ่มอายุ 31-40 ปี ตกเป็นเหยื่อมากสุด

สำนักข่าว Next News รายนงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ออกมาเปิดเผยข้อมูลพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการหลอกลวง โดยหันมา "เน้นหลอกรายใหญ่" เพื่อให้ได้เงินจำนวนมากต่อครั้ง ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 52 ล้านบาทภายในสัปดาห์เดียว แม้จำนวนคดีโดยรวมจะลดลงก็ตาม

รายงานระบุว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคดีฉ้อโกงออนไลน์แจ้งความผ่าน Thaipoliceonline รวม 7,290 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 481,879,930 บาท หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 68.84 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ พบว่าจำนวนคดีลดลง 555 คดี แต่กลับมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นถึง 52,296,423 บาท การวิเคราะห์ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีในสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 66,101 บาทต่อเคส เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมาณ 54,759 บาทต่อเคส ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของมิจฉาชีพ

หากนับในเชิงปริมาณของคดี การหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ยังคงครองอันดับหนึ่ง ด้วยสัดส่วนมากถึง 71.6% ซึ่งถือเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด แม้แต่ละคดีจะมีมูลค่าไม่สูงนัก แต่ก็ส่งผลกระทบในวงกว้าง ตามมาด้วยอันดับสองคือการหลอกให้โอนเงินหารายได้พิเศษ และอันดับสามคือการข่มขู่ทางโทรศัพท์ ซึ่งไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทว่าเมื่อพิจารณาในเชิงมูลค่าความเสียหายกลับพบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคดี "การข่มขู่ทางโทรศัพท์" กลับพุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แม้จะมีจำนวนคดีน้อยกว่า แต่กลับสร้างความเสียหายสูงสุดต่อเหยื่อแต่ละรายเป็นจำนวนมาก ตามมาด้วยอันดับสองคือการหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และอันดับสามคือการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

จากการวิเคราะห์สถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า "ผู้หญิง" ตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน และเมื่อแบ่งตามช่วงอายุ กลุ่มอายุ 31-40 ปี เป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดในภาพรวม โดยเฉพาะในคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ส่วนในคดีหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ กลุ่มอายุ 41-50 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุด และคดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ พบว่ากลุ่มอายุ 18-25 ปี ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด

ACSC ยังได้แจ้งเตือนประชาชนถึงวิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีระบบ "กระเป๋าเงินกลาง" ซึ่งแพลตฟอร์มจะพักเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนให้ผู้ขายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับและยืนยันสินค้าแล้ว หากเกิดปัญหา ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อให้ตรวจสอบและระงับการโอนเงินได้

ในส่วนของการช่วยเหลือเหยื่อที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนถึงบัญชีมิจฉาชีพได้แล้ว 27 ราย คิดเป็นเงินกว่า 4,073,121 บาท และสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 คดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย