News Logo
หน้าแรก
สังคมสูงวัย ตายถี่ จ่ายสมทบเพิ่ม สมาชิกลด ต้นเหตุ ‘ฌาปนกิจสงเคราะห์’ ล่มหลายพื้นที่

สังคมสูงวัย ตายถี่ จ่ายสมทบเพิ่ม สมาชิกลด ต้นเหตุ ‘ฌาปนกิจสงเคราะห์’ ล่มหลายพื้นที่

19 ก.พ. 2569 19:04
ผู้ชม 36 คน

แม้รัฐจะยืนยันกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 3,800 สมาคมทั่วประเทศยังดำเนินการอยู่ แต่เหตุใดหลายแห่งเกิดปัญหาสภาพคล่องและยุติกิจการ

“เงินฌาปนกิจสงเคราะห์” ซึ่งออกแบบให้สมาชิกช่วยกันสมทบเงินเมื่อมีผู้เสียชีวิต เพื่อจะได้เป็นค่าใช้จ่ายจัดงานศพแก่ครอบครัวในวันหน้า แต่วันนี้กองทุนนี้กำลังเผชิญปัญหาความยั่งยืน หลังมีกองทุนล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ทายาทบางรายไม่ได้รับเงินตามที่ควรได้ และเกิดความกังวลขึ้นในวงกว้างว่า เงินที่สมทบไปจะสูญเปล่า

กลไกของระบบนี้ตั้งอยู่บนหลักการช่วยเหลือเกื้อกูล สมาชิกแต่ละคนจะจ่ายเงินสมทบรายละเล็กน้อย เช่น 10-50 บาท เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต เงินดังกล่าวจะถูกรวบรวมเป็นก้อนเพื่อมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ลดภาระค่าใช้จ่าย และเป็นทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงระบบประกันชีวิตภาคเอกชน

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญ เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่มีอายุมากขึ้น อัตราการเสียชีวิตจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การเรียกเก็บเงินสมทบจึงถี่ขึ้น จากเดิมจ่ายรายเดือนกลายเป็นรายสัปดาห์ในบางพื้นที่ สมาชิกบางส่วนรับภาระไม่ไหวและถอนตัวออก ส่งผลให้ฐานสมาชิกยิ่งหดตัว

ปัญหายิ่งซ้ำเติมมากขึ้น เมื่อขาดสมาชิกใหม่เข้ามาเติมเต็ม คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกทำประกันชีวิตกับภาคเอกชนที่มีโครงสร้างชัดเจนกว่า เมื่อไม่มีสมาชิกใหม่มาแบ่งเบาภาระ เงินที่เรียกเก็บได้จึงลดลงอย่างต่อเนื่อง และในบางกรณีไม่เพียงพอจ่ายทายาทผู้เสียชีวิต

นอกจากปัจจัยเชิงโครงสร้างประชากรแล้ว การบริหารจัดการที่ขาดความเป็นมืออาชีพเป็นอีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา บางกองทุนบริหารโดยคณะกรรมการชุมชนที่ขาดความรู้ด้านการเงินหรือการบริหารความเสี่ยง ระบบบัญชีไม่โปร่งใส สมาชิกไม่สามารถตรวจสอบการใช้เงินได้ และในบางพื้นที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตหรือการใช้เงินผิดประเภท

ด้านกฎหมาย การจัดตั้งและเลิกสมาคมอยู่ภายใต้พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 อำนาจพิจารณาเลิกสมาคมเป็นของนายทะเบียนท้องถิ่น โดยต้องมีคำสั่งเลิก ปิดประกาศ และส่งเรื่องให้นายทะเบียนกลางเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนดำเนินการชำระบัญชี กรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย อาจขาดกลไกกำกับดูแล และเมื่อเกิดปัญหาสมาชิกอาจใช้เวลานานในการฟ้องร้องเรียกร้องสิทธิ

อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงประเด็นข่าวการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เมื่อ 19 ก.พ. 2569 โดยยืนยันว่า การเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในแต่ละแห่งเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องถิ่น และไม่ส่งผลกระทบต่อสมาคมอื่น

ข้อมูลภาครัฐระบุว่า ประเทศไทยมีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กว่า 4,874 แห่ง ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ 3,839 แห่ง การเลิกสมาคมฯ มีเหตุผลแตกต่างกันไป เช่น ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก มีพฤติการณ์ทุจริต หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

สำหรับเงื่อนไขการสมัคร สมาชิกต้องบรรลุนิติภาวะ มีสุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ค่าสมัครครั้งเดียวไม่เกิน 100 บาท และค่าบำรุงไม่เกินเดือนละ 5 บาท หรือปีละ 50 บาท ทั้งนี้แต่ละสมาคมอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมได้

ปรากฏการณ์กองทุนล่มในหลายพื้นที่สะท้อนวงจรปัญหาที่เริ่มจากช่วงสมาชิกจำนวนมาก คนตายน้อย จ่ายเงินน้อย แต่ได้เงินก้อนใหญ่ ก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤตเมื่อสมาชิกสูงวัย คนตายถี่ เงินสมทบถี่ และฐานสมาชิกหดตัว จนเงินเรียกเก็บไม่พอจ่าย และต้องปิดตัวลง 

ปรากฏการณ์นี้รัฐไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรับไปหาทางแก้ไข ไม่ให้สถานการณ์สังคมสูงวัยที่ยังมีอีกหลากหลายปัญหากำลังไล่หลังตามมาให้แก้อีกเพียบ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย