News Logo
หน้าแรก
สภาผู้บริโภครุกคุ้มครองสิทธิเด็ก แพลตฟอร์มสั่งระงับไลฟ์สดเหตุกราดยิง

สภาผู้บริโภครุกคุ้มครองสิทธิเด็ก แพลตฟอร์มสั่งระงับไลฟ์สดเหตุกราดยิง

24 ก.พ. 2569 20:56
ผู้ชม 25 คน

สภาผู้บริโภค เสนอแนวทางคุ้มครองความปลอดภัยและปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชนด้วยการระงับไลฟ์สดเหตุการณ์รุนแรงสะเทือนขวัญผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยหน่วยงานรัฐต้องระงับเหตุไม่ให้เกิดความรุนแรง ป้องกันไม่ให้เหตุ "กราดยิง" ในพื้นที่สาธารณะเกิดขึ้นซ้ำซาก

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยี สารสนเทศ สภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า สภาผู้บริโภคขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายกรณี และมีการไลฟ์สดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างเช่น เหตุการณ์บุกยิง และจับตัวประกันภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนมีผู้เสียชีวิต ล่าสุดเกิดเหตุชายถืออาวุธปืนขู่เข้าไปก่อเหตุในโรงเรียนย่าน จ.ปทุมธานี และนนทบุรี ทำให้มีโรงเรียนสั่งปิดการเรียน 17 แห่ง เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

ข้อเสนอ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ข้อเสนอต่อผู้ ให้บริการแพลตฟอร์มควรมีทีมงานที่สามารถสั่งระงับการถ่ายทอดสดได้ทันที หากเนื้อหากระทบต่อเด็กหรือความปลอดภัย พร้อมพัฒนาระบบรับแจ้งรายงาน ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงกำหนดบทลงโทษย้อนหลังกรณีบัญชีผู้ใช้กระทำผิดมาตรฐานชุมชนอย่างร้ายแรง เพื่อสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน

2. ข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐ ทั้ง กสทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสร้างความร่วมมือ เชิญแพลตฟอร์มและภาคประชาสังคมร่วมทบทวนมาตรฐานชุมชน นำกรณีเหตุสะเทือนขวัญที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันในอนาคต

3. ข้อเสนอต่อหน่วยงานในพื้นที่ โรงเรียน จังหวัด และตำรวจ ควรทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ หากเหตุการณ์เข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือแพ่ง ควรเป็นผู้ตั้งเรื่องดำเนินคดี เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนในความดูแลอย่างเป็นรูปธรรม และ 4. เสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างภาครัฐ แพลตฟอร์ม และภาคผู้บริโภค หรือหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เพื่อสรุปบทเรียนและกำหนดมาตรฐานการทำงานร่วมกันให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า สภาผู้บริโภคพร้อมเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อทบทวนและยกระดับกลไกคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในการเผยแพร่ข้อมูลให้เท่าทันสถานการณ์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้งที่สร้างความสูญเสียและความหวาดหวั่นให้กับสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะเหตุ "กราดยิง" ในพื้นที่สาธารณะ ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ตั้งแต่ปี 2563 เหตุกราดยิงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 30 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน ปี 2565 เกิดเหตุอดีตตำรวจกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ. หนองบัวลำภู และปี 2566 เกิดเหตุเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงภายในห้างสรรพสินค้ากลางกรุง

ทั้งนี้ ล่าสุดเดือน ก.พ. 2569 เกิด 2 เหตุการณ์ไล่เลี่ยกัน ทั้งหมดตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับมาตรการป้องกัน ทั้งในเชิงความปลอดภัยทางกายภาพ และการจัดการข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการไลฟ์สดหรือเผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรงแบบเรียลไทม์ ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์ กระทบสิทธิ และศักดิ์ศรีของเหยื่อ และสร้างความตื่นตระหนกในสังคมวงกว้าง

ข้อเสนอที่ทางสภาผู้บริโภคต้องการหาทางออก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียนและมีการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย โดยขาดการกำกับดูแลที่ทันท่วงทีผ่านแพลตฟอร์ม เช่น ติ๊กต๊อก เฟซบุ๊ก และอินสตราแกรม ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความปลอดภัยและสิทธิของเด็ก เยาวชน รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณีอาชญากรรมที่อาจจะกระตุ้นให้สถานการณ์บานปลายมากขึ้น

ทั้งนี้ ในอดีตหากเกิดเหตุรุนแรงและมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สามารถสั่งระงับการออกอากาศได้ทันที แต่ปัจจุบันการสื่อสารย้ายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทุกคนสามารถรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที ขณะที่มาตรฐานแนวทางการกำกับดูแลชุมชนแพลตฟอร์ม (Community Guideline) ส่วนใหญ่เป็นการตรวจสอบย้อนหลัง จึงไม่สามารถยับยั้งเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ จึงควรหาแนวทางประสานงานและผลักดันให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงและการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนได้อย่างทันท่วงที

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย