News Logo
หน้าแรก
'มิลค์บอร์ด' เห็นชอบในหลักการขยายเวลาโครงการนม รร. ให้เด็กดื่ม 365 วัน

'มิลค์บอร์ด' เห็นชอบในหลักการขยายเวลาโครงการนม รร. ให้เด็กดื่ม 365 วัน

11 มี.ค. 2569 21:06
ผู้ชม 33 คน

'มิลค์บอร์ด' เห็นชอบในหลักการเตรียมเสนอ ครม.ให้ขยายระยะเวลาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วันต่อปี ช่วยเพิ่มการใช้น้ำนมดิบในประเทศและลดปัญหาน้ำนมล้นตลาด

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เห็นชอบในหลักการต่อข้อเสนอให้ขยายระยะเวลาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมครบ 365 วันต่อปี (ที่ผ่านมาเด็กได้ดื่มนมโรงเรียนแค่ 260 วัน/ปี) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้น้ำนมดิบในประเทศและลดปัญหาน้ำนมล้นตลาด โดยอยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการรับมือการนำเข้านมผงภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย และไทย–นิวซีแลนด์ กระทรวงเกษตรฯ จะหารือร่วมกับภาคเอกชนในการเพิ่มช่องทางการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม เพื่อดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินในระบบ ซึ่งภาคเอกชนได้แสดงความพร้อมในการร่วมมือด้านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์นม เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโคนมของไทยกำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการรับซื้อน้ำนมดิบในประเทศ และทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมออกมาเรียกร้องในหลายประเด็น โดยปัจจัยกดดันสำคัญในขณะนี้ ได้แก่ ปัญหางบประมาณค้างท่อในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งคาดว่า​ จะนำมาใช้รับซื้อน้ำนมดิบ ปัจจัยการเปิดเสรีทางการค้า (FTA) ที่ทำให้นมผงนำเข้าราคาถูกเข้ามาแข่งขันในตลาด

ทั้งนี้ ในการประชุมมิลค์บอร์ดได้ติดตามโครงสร้างการผลิตน้ำนมดิบของประเทศในทุกมิติ ทั้งการผลิต การลดต้นทุน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การขนส่ง และการส่งออก พร้อมเสนอให้จัดทำระบบแดชบอร์ดติดตามสถานการณ์น้ำนมดิบของประเทศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการปริมาณน้ำนม และลดความเสี่ยงปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับข้อเสนอปรับลดราคารับซื้อน้ำนมดิบจาก 21.09 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 19.06 บาทต่อกิโลกรัม จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมทั้งต้องสร้างความเข้าใจเรื่องการลดต้นทุนการผลิตที่จะต้องสะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมัน และปุ๋ย ที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้

ในขณะที่ปัญหาการลักลอบนำเข้านมผมาผสมกับน้ำนมดิบเพื่อลดต้นทุนการผลิตนั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยกำหนดชัดเจนว่า นมโรงเรียนต้องผลิตจากน้ำนมดิบภายในประเทศ 100% ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน และหากตรวจพบว่ามีการผสมนมผงจะถูกยกเลิกโควตาการผลิตทันที

นายวิณะโรจน์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาสภาพคล่องขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อนที่จะนำเสนอขออนุมัติกู้เงินจาก ครม.ชุดใหม่ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย