‘แมนรัตน์’ กก.ป.ป.ช. เปิดตัวเกณฑ์ ITA ใหม่ปี 69 เน้นโปร่งใส-ป้องทุจริต มุ่งใช้ข้อมูลเชิงลึก ชี้กรณีตึก สตง. ถล่ม เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาคะแนน ITA ครั้งถัดไป แต่ผลงานปีก่อนประเมินแล้ว ปัดตอบกระแสข่าวปัดตกคดี หจก.บุรีเจริญฯ เป็นคู่สัญญารัฐ ย้ำไม่ได้ถูกมอบหมายให้ตอบเรื่องนี้
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานกรรมการประเมินคุณธรรมและโปร่งใส (ITA) ได้เปิดตัวหลักเกณฑ์ใหม่นี้เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องฟีนิกซ์ อิมแพค เมืองทองธานี โดยย้ำว่าการประเมิน ITA เป็นนโยบายสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ทุกหน่วยงานภาครัฐจะร่วมกันขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงในครั้งนี้เป็นผลมาจากการประมวลปัญหาและข้อร้องเรียนที่รวบรวมได้ตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงในด้านมาตรการ สัดส่วน เครื่องมือ และระยะเวลาในการประเมิน โดยหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือแนวคิด "Insight Driven Assessment" หรือการประเมินที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะนำไปใช้ในการเสริมสร้างความโปร่งใสและพัฒนาเครื่องมือการประเมิน
หนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเชิญผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้า เข้ามาหารือและให้ข้อเสนอแนะในฐานะคู่ค้า คู่สัญญา และผู้รับบริการจากภาครัฐ เพื่อให้การประเมินสะท้อนมุมมองที่หลากหลายและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังทำงานใกล้ชิดกับภาคีเครือข่ายสำคัญในภูมิภาค ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด เพื่อผลักดันการประเมิน ITA ในพื้นที่ให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
นายแมนรัตน์กล่าวอีกว่า ผลการประเมิน ITA จะถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง โดยกระทรวงมหาดไทยได้นำผลการประเมินไปใช้ประกอบการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็นำไปใช้เช่นกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะนำไปสู่ความน่าเชื่อถือและการผลักดันอย่างจริงจังในการป้องกันการทุจริต
สำหรับปัญหาความไม่พร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการให้ข้อมูลที่ผ่านมา กรรมการ ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากเรื่องงบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่พร้อมของเจ้าหน้าที่และความไม่เข้าใจของผู้บริหารท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเข้ามามีบทบาทเป็น "พี่เลี้ยง" ในการช่วยกวดขัน เร่งรัด และสร้างความเข้าใจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ อปท. สามารถดำเนินงานตามเกณฑ์การประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในภาพรวม การพัฒนาการประเมิน ITA ประจำปีนี้ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่
ด้านกรอบแนวคิดการประเมิน: มุ่งเน้นการสะท้อนพฤติกรรมและความเสี่ยงด้านการทุจริตของหน่วยงานมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเทียบเคียงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต
ด้านระยะเวลาการประเมิน: ขยายช่วงเวลาการจัดเก็บข้อมูลไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ เพื่อให้ผลการประเมินสามารถสะท้อนการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน
ด้านกระบวนการจัดเก็บข้อมูล: สำนักงาน ป.ป.ช. เข้ามามีบทบาทหลักในการจัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน และมอบหมายให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและประเมินผลเป็นผู้จัดเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก เพื่อเสริมสร้างความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ด้านเครื่องมือการประเมิน: มีการพัฒนาชุดคำถามเฉพาะ (Specific Questions) ให้สอดคล้องกับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและภารกิจของหน่วยงานแต่ละประเภท รวมถึงยกระดับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานและมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามเกี่ยวกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการต่างๆ โฆษก ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ปัญหาความผิดพลาดในโครงการต่างๆ รวมถึงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีผลออกมาเพื่อนำมาใช้ในการประเมินหน่วยงานดังกล่าวในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในภายหลังนั้น เป็นผลงานในปีที่ผ่านมาและถูกประเมินไปแล้ว ซึ่งเป็นเพียงคะแนนในส่วนหนึ่งเท่านั้น
ส่วนกรณีที่มีผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติตีตกข้อกล่าวหากรณี หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม เป็นคู่สัญญารัฐ นายแมนรัตน์ระบุว่า ขออนุญาตที่จะไม่กล่าวถึง เนื่องจากตนเองไม่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการหรือผู้บริหารที่จะแจ้งรายละเอียดในภายหลัง




