"...ในสายตาของเพื่อน ๆ และอาจารย์ โอมคือคนที่อ่อนน้อม มีน้ำใจ และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ เขาเป็นทั้งเพื่อนร่วมวงที่ไว้ใจได้ เป็นรุ่นพี่ที่น้อง ๆ เคารพรัก และเป็นศิษย์ที่ครูภาคภูมิใจ หลายคนจดจำเขาในฐานะ “มือเบส” ที่อยู่เบื้องหลังความไพเราะของบทเพลง แต่ในชีวิตจริง เขาคือหัวใจสำคัญที่คอยประคับประคองผู้คนรอบตัวอย่างเงียบงัน ชีวิตของโอมกำลังเดินไปสู่ช่วงเวลาสำคัญ อีกเพียงไม่นานเขากำลังจะสำเร็จการศึกษา สวมครุยรับปริญญา และกำลังจะมีคอนเสิร์ตของตนเองในสัปดาห์ถัดไป ความฝันที่กำลังจะเป็นจริง กลับต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน..."
นับเป็นโศกนาฏกรรม ที่นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของคนในแวดวงดนตรีสากลในประเทศไทย
สำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนกลับ ของ นายภัคพล ศิริบุตร นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หลังจากในช่วงเย็นของวันที่ 14 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าตัวโดยสารรถสามล้อตุ๊กตุ๊กกับเพื่อนนิสิต ไปท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป
แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีรถยนต์คู่กรณี พยายามแซงรถสามล้อเพื่อเลี้ยวขวาแต่รถตุ๊กตุ๊กไม่ยอม เลยเบียดและลากกันไปจนตุ๊กตุ๊กคว่ำ ทำให้เขาได้จากโลกนี้ไป ทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้า เสียงสะอื้น และความอาลัยอย่างสุดซึ้งของครอบครัว เพื่อน และผู้ที่เคยร่วมทางในชีวิต

Cover image
อ่านข่าวต้นเรื่อง : เศร้า! นิสิตจุฬาฯวงCU Band เสียชีวิตสงกรานต์-สังเวยตุ๊กตุ๊กไร้เซฟตี้
หากย้อนเส้นทางช่วงชีวิต ของ ภัคพล ศิริบุตร หรือ “น้องโอม” จะพบว่า เขาคือหนึ่งในเยาวชนที่เติบโตขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจที่รักในเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เขาเป็นนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาดนตรีศึกษา (ดนตรีสากล) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับถูกหล่อหลอมด้วยความพยายาม ความกตัญญู และความรับผิดชอบตั้งแต่วัยเยาว์
“น้องโอม” เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อม พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เขายังเล็ก เขาใช้ชีวิตอยู่กับคุณย่าเพียงสองคน ภายใต้ข้อจำกัดทางฐานะ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อความฝันของเขา กลับกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเป็นเด็กดี มีวินัย และตั้งใจเรียนอย่างเต็มกำลัง
ด้วยความรักในดนตรี โอมเลือกเดินบนเส้นทางสายนี้อย่างแน่วแน่ เขาเคยศึกษาในสายยูโฟเนียมจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ก่อนจะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจนสอบเข้าศึกษาในคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ได้สำเร็จ ในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้เป็นเพียงนิสิตธรรมดา แต่เป็นกำลังสำคัญของวง CU Band (ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาฯ) และยังร่วมบรรเลงในวงสายใยจามจุรี ซึ่งเคยมีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์ สร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง ครอบครัว และครูผู้สอน
ในสายตาของเพื่อน ๆ และอาจารย์ โอมคือคนที่อ่อนน้อม มีน้ำใจ และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ เขาเป็นทั้งเพื่อนร่วมวงที่ไว้ใจได้ เป็นรุ่นพี่ที่น้อง ๆ เคารพรัก และเป็นศิษย์ที่ครูภาคภูมิใจ หลายคนจดจำเขาในฐานะ “มือเบส” ที่อยู่เบื้องหลังความไพเราะของบทเพลง แต่ในชีวิตจริง เขาคือหัวใจสำคัญที่คอยประคับประคองผู้คนรอบตัวอย่างเงียบงัน
ชีวิตของโอมกำลังเดินไปสู่ช่วงเวลาสำคัญ อีกเพียงไม่นานเขากำลังจะสำเร็จการศึกษา สวมครุยรับปริญญา และกำลังจะมีคอนเสิร์ตของตนเองในสัปดาห์ถัดไป ความฝันที่กำลังจะเป็นจริง กลับต้องหยุดลงอย่างกะทันหัน
ท่ามกลางคำถามถึง ความปลอดภัย เกี่ยวกับการใช้ชีวิตสัญจรบนท้องถนน จากการใช้บริการรถสาธารณะอย่างรถตุ๊กตุ๊ก ที่ดูเหมือนแทบจะไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใดๆ เลย ทั้งสภาพรถที่เปิดโล่ง ความแข็งแรง และไม่มีเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการจำกัดผู้โดยสาร ซึ่งยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่า “น้องโอม” จะเหยื่อรายสุดท้าย ที่ต้องสังเวยชีวิต จากการใช้บริการอย่างรถตุ๊กตุ๊ก รวมถึงวินัยการใช้รถใช้ถนนของผู้ขับขี่อีกหรือไม่
ใครจะเป็นเหยื่อ รายต่อไป สังคมไทยจะต้องสังเวยชีวิต บุคลากรอันมีแค่ เป็นอนาคตของประเทศอีกคน ปัญหาเหล่านี้ ถึงจะได้รับการแก้ไขจากหน่วงานที่เกี่ยวข้องเสียที?
เพราะการจากไปของ “น้องโอม” ไม่ได้เป็นเพียงการสูญเสียของครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียของวงการดนตรี และสังคมไทย ที่ต้องเสียเยาวชนคุณภาพ ผู้มีความฝัน และผู้ที่กำลังจะเป็นครูดนตรีในอนาคตด้วย

ภัคพล ศิริบุตร หรือ “น้องโอม”
แม้วันนี้ “น้องโอม” จะไม่ได้อยู่บรรเลงเสียงเบสบนเวทีอีกต่อไป
แต่บทเพลงแห่งความดี ความมุ่งมั่น และความอ่อนโยนของเขา จะยังคงก้องอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป
“บางคนจากไปไกลแสนไกล…แต่ไม่เคยหายไปจากหัวใจของผู้คน”
ดังเช่น ภัคพล ศิริบุตร หรือ “น้องโอม” ผู้นี้




