อุบัติเหตุจาก 'รถตุ๊กตุ๊ก' ที่ทำให้ 'ภัคพล ศิริบุตร' นิสิตชั้นปี 4 จุฬาฯ และสมาชิกวง CU Band เสียชีวิต ถือเป็นบทเรียนสำหรับการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ ซึ่งกรณีศึกษาในอินเดียที่มีการใช้รถสามล้อจำนวนมากมีข้อเสนอแนะให้มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและวัสดุกันกระแทก รวมถึงต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
อุบัติเหตุรถสามล้อรับจ้างพลิกคว่ำ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ที่ส่งผลให้ ภัคพล ศิริบุตร นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสมาชิกวง CU Band เสียชีวิต (ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ขณะที่เพื่อนอีก 3 รายที่โดยสารมาด้วยกันได้รับบาดเจ็บ ทำให้สังคมไทยฉุกคิดและตั้งคำถามถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ 'รถตุ๊กตุ๊ก' หรือรถสามล้อเครื่อง หนึ่งในพาหนะยอดฮิตของไทยอีกครั้ง
ปัจจุบัน "รถตุ๊กตุ๊ก" ในไทยจำแนกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รถสามล้อจดทะเบียนส่วนบุคคล (รย.4) และสามล้อรับจ้าง (รย.8) แม้รถตุ๊กตุ๊กจะเป็นหนึ่งในภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์สาธารณะสำหรับการเดินทางในประเทศไทย แต่ภายใต้เสน่ห์เหล่านั้น กลับซุกซ่อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการไม่กำหนดเพดานราคา, การดัดแปลงตัวรถ, การไม่ตรวจสอบประวัติคนขับ การหมุนเวียนป้ายเก่า และปัญหาสำคัญด้านความปลอดภัย อย่างเช่นการไม่มีเบรคหน้า แต่มีเบรคหลัง โดยเฉพาะในรถรุ่นเก่า
สำนักข่าว Next News มีกรณีตัวอย่างที่สะท้อนภาพปัญหาและแนวทางการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งอย่างเช่น 'อินเดีย' ข้อมูลจากบทความเรื่อง Sustainable Urban Transport in India (ระบบขนส่งมวลชนที่ยั่งยืนในอินเดีย) ระบุว่า อินเดียเป็นประเทศที่นิยมใช้รถสามล้อมาก โดยในช่วงระหว่างปี 2003-2010 มีการผลิตรถสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊ก สูงขึ้นถึง 2 เท่า
จากการศึกษาพบว่า รถตุ๊กตุ๊กก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้คนบนท้องถนนในระดับที่ต่ำ เนื่องจากมีความเร็วไม่สูงมากและมีน้ำหนักเบา แต่ผู้โดยสารและคนขับกลับมีความเสี่ยงในอัตราที่สูง โดยเฉพาะเมื่อประสบอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น ดังนั้นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายก็คือ การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและวัสดุกันกระแทกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วยการจัดทำเลนเฉพาะรถสามล้อ รวมถึงมีระนาบชะลอความเร็วบนท้องถนนเพื่อลดอุบัติเหตุ
ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเทียนรับจ้างสามล้อในกรุงเทพฯ เพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ระบุเอาไว้ว่า รถสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊ก ต้องเป็นรถยนต์ 2 ตอนแบบใช้เพลาและมีทางขึ้นลงสำหรับผู้โดยสารทางซ้ายมือ, มีขนาดความกว้างไม่เกิน 1.50 เมตร ความยาวไม่เกิน 4 เมตร ความสูงภายในไม่เกิน 1.20 เมตร และเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์แบบสี่จังหวะ, มีความจุในกระบอกสูบไม่เกิน 660 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ในกรณีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกําลังไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่ได้มีการกำหนดให้ติดเข็มขัดนิรภัย ส่วนหนึ่งอาจมาจากโครงสร้างรถที่ไม่เอื้อต่อการติดตั้ง โดยเฉพาะรถตุ๊กตุ๊กรุ่นเก่า ซึ่งเรื่องนี้อาจต้องมีการศึกษาและพิจารณาปรับแก้กฎหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของรถตุ๊กตุ๊กต่อไป
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว กรณีศึกษาจากอินเดียยังได้แนะนำให้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ 2 จังหวะเป็น 4 จังหวะ เนื่องจากปล่อยมลพิษในอัตราที่ต่ำกว่า ทั้งยังสนับสนุนให้รถตุ๊กตุ๊กใช้ก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นแทนน้ำมันเบนซิน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ภาครัฐกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการในรูปแบบธุรกิจเดินรถ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและมาตรฐานการให้บริการให้ครอบคลุม และเป็นระบบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การใช้รถสามล้อเป็นเครื่องมือในการสัญจรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือสิ่งที่ควรสนับสนุน โดยเฉพาะรถตุ๊กตุ๊กที่เป็นเอกลักษณ์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่หัวใจสำคัญคือ การเร่งปฏิรูปกฎหมายและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นรูปธรรม รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงเพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
อ้างอิง




