News Logo
หน้าแรก
‘จุลพันธ์’ รับหนังสือข้อเสนอเร่ง ‘บำนาญสูตร CARE’ ยันฟังเสียงทุกฝ่าย

‘จุลพันธ์’ รับหนังสือข้อเสนอเร่ง ‘บำนาญสูตร CARE’ ยันฟังเสียงทุกฝ่าย

23 เม.ย. 2569 16:16
ผู้ชม 2 คน

‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รับหนังสือข้อเสนอเร่งผลักดัน ‘สูตรบำนาญ CARE’ ยันฟังเสียงทุกฝ่าย-สร้างความเป็นธรรมแรงงานทุกกลุ่ม-ไม่รื้อสูตร CARE-หากลไกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

สำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับมอบหนังสือจากกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่นำเครือข่ายเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้พิจารณาลงนามนำบำนาญสูตร CARE มาใช้ในการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าที่ร้อยตรี สมศักดิ์ พรหมดำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นายเกริกไกร นาสมยนต์ ที่ปรึกษากฎหมาย นายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกระทรวงแรงงาน

นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือถึงความคืบหน้าเรื่องการพิจารณารายละเอียดของสูตร CARE ว่า ขณะนี้มีคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่ผูกมัดเรื่องกรอบระยะเวลา สิ่งที่จะเกิดขึ้นระยะแรกนี้ จะเชิญประกันสังคมก้าวหน้า และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ ที่มีความเห็นแตกต่าง มาหารือรับฟังความเห็นทุกฝ่าย เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่อย่างไรก็ตามหากมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน พี่น้องแรงงาน จะต้องหามาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่ตกหล่นและได้รับผลกระทบในส่วนนี้

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะพิจารณาโดยยึด 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ จำนวนผู้ได้รับประโยชน์ มูลค่าผลประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ และความมั่นคงทางการเงินของสำนักงานประกันสังคม พร้อมให้ความสำคัญกับการกำหนดมาตรการเยียวยาสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า กระบวนการในขณะนี้ได้เลยจุดของการรื้อสูตรใหม่ไปแล้ว หากจะมีการพิจารณาเพิ่มเติม ก็จะเป็นในส่วนของกลไกการเยียวยาสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมยอมรับว่าอาจมีผลกระทบกับบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีเงินเดือนสูงในช่วงปลายอาชีพอาจได้รับเงินบำนาญน้อยลง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้อาจไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง จึงต้องหารือเพื่อทำความเข้าใจว่าผลกระทบดังกล่าวมากน้อยเพียงใด และสังคมยอมรับได้หรือไม่ โดยเน้นย้ำถึงนโยบายหลักของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มผู้เปราะบางเป็นอันดับแรก

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม นายจุลพันธ์ ตอบว่าระเบียบการเลือกตั้งยังไม่ได้ลงนาม แต่กระบวนการยังคงอยู่ในกรอบเวลาที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ ไม่มีความล่าช้า และยืนยันว่าจะอยู่ในกรอบเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้

@ ประกันสังคมก้าวหน้าส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรมว.แรงงาน

ก่อนยื่นหนังสือนายษัษฐรัมย์ อ่านจดหมายเปิดผนึก เรื่อง ขอให้นำสูตรบำนาญ CARE เข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรีโดยเร่งด่วน ดังนี้

เรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

เรื่อง ขอให้นําสูตรบํานาญ CARE (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การพิจารณาใน คณะรัฐมนตรีโดยเร่งด่วน

วันที่ 22 เมษายน 2569

ด้วยข้าพเจ้า รองศาสตราจารย์ ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ตัวแทน ผู้ประกันตน และกรรมการในอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านสูตรบํานาญ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขอยื่น หนังสือฉบับนี้ในนามของผู้ประกันตนกว่า 900,000 คน ที่ได้รับบํานาญชราภาพอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีดําเนินการออกกฎกระทรวงรับรองสูตรบํานาญ CARE

1. ความเร่งด่วนของปัญหา

600,000 คน จะได้รับบํานาญเพิ่มขึ้นทันที มากกว่า 5,000 คนเสียชีวิตระหว่างรอความเป็นธรรม 77.93% ผู้ตอบแบบประชาพิจารณ์เห็นด้วย

2. กระบวนการที่ผ่านมา: ไม่มีอะไรให้ "ศึกษาเพิ่มเติม" อีกแล้ว สูตรบํานาญ CARE ผ่านกระบวนการศึกษา ถกเถียง และรับรองมากกว่า 10 ปี ดังนี้

2557-2562 ประกันสังคมศึกษาปัญหาสูตรบํานาญไม่เป็นธรรม รวมถึงจ้าง ILO ศึกษาอย่างละเอียด

ก่อน 2566 การศึกษาของ ILO เสร็จสมบูรณ์ก่อนทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเลือกตั้งหลายปี

ต.ค. 2567 อนุกรรมการสิทธิประโยชน์ผ่านข้อเสนอสูตรบํานาญใหม่ ส่งเข้าบอร์ดใหญ่

ก.พ. 2568 บอร์ดใหญ่ส่งกลับอนุกรรมการ -> สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

มี.ค. 2568 บอร์ดใหญ่ตั้งอนุกรรมการเฉพาะกิจ ปรับปรุงสูตร ทําประชาพิจารณ์ ใช้เวลา 6 เดือน

ต.ค. 2568 บอร์ดใหญ่ เห็นชอบสูตร CARE มีเงื่อนไข: "หลังปรับเพดานค่าจ้าง 2569"

ม.ค. 2569 ปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท/เดือน - เงื่อนไขสําเร็จครบถ้วนแล้ว

เม.ย. 2569 สูตรบํานาญยังอยู่บนโต๊ะรัฐมนตรี ไม่มีความคืบหน้า

3. สาระสําคัญของสูตร CARE

สูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) คํานวณบํานาญจากค่าเฉลี่ยค่าจ้างตลอดอาชีพ ที่ปรับมูลค่าตามดัชนี แทนที่สูตรเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งเป็นอุปสรรคสําคัญสําหรับ แรงงานที่มีเส้นทางอาชีพไม่แน่นอน โดยมีการปรับมูลค่าเงินในอดีตให้เป็นปัจจุบันก่อนการเฉลี่ย

  • ผู้ประกันตน 600,000 จาก 900,000 คน จะได้รับบํานาญสูงขึ้นทันทีที่สูตรมีผลบังคับใช้

  • ลดความเหลื่อมล้ําระหว่างแรงงานที่มีเส้นทางอาชีพมั่นคง กับแรงงานที่เปลี่ยนงานบ่อยหรือถูกเลิกจ้างกลางคัน

  • มีกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่รอบคอบ และไม่มีการได้รับบํานาญที่น้อยลงจากการส่งจํานวนปีที่มากขึ้น

  • ผู้ประกันตนในปี 2579 ที่เกษียณ 3 ล้านคน จะได้รับบํานาญเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 10% ใช้ งบประมาณเฉลี่ยแล้วปีละ 8,000 ล้านบาท อันเป็นเงินที่พึงจ่ายผู้ประกันตนแต่แรก โดยค่อยๆลดลง จนไม่มีความแตกต่างกับสูตรเก่า

  • ผ่านการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญ ILO ตัวแทนนายจ้าง-ลูกจ้าง-รัฐ อย่างครบถ้วน

  • ประชาพิจารณ์ 77.93% ให้ความเห็นชอบไม่มีกระบวนการใดในระบบประกันสังคมไทยได้รับ การรับรองมากเช่นนี้

  • เงื่อนไขการปรับเพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท/เดือน ดําเนินการสําเร็จแล้วตั้งแต่มกราคม 2569

ข้าพเจ้าขอเรียกร้องต่อท่านรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน ดังนี้

ดําเนินการออกกฎกระทรวงรับรองสูตรบํานาญ CARE ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับ นี้สูตรบํานาญ CARE ไม่มีเฉดสีทางการเมือง ในบรรดา 600,000 นที่จะไ ะได้รับผลประโยชน์มีผู้ที่เลือก พรรคการเมืองทุกสีทุกพรรค ทุกวันที่ผ่านไปโดยที่สูตรนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ มีผู้ประกันตนเสียชีวิตไป โดยไม่ได้รับความเป็นธรรมที่พวกเขาควรได้รับ ตัวเลขสะสมขณะนี้เกิน 5,000 คนแล้ว ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านรัฐมนตรีจะนําความเป็นธรรมกลับคืนให้กับผู้ประกันตนโดยเร็วที่สุด

ขอแสดงความนับถือ

ด้วยความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชน

ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'แอมเนสตี้' ชี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วโลกรุนแรงขึ้น รัฐตัวก่อสงคราม
'แอมเนสตี้' ชี้การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วโลกรุนแรงขึ้น รัฐตัวก่อสงคราม