News Logo
หน้าแรก
'จุลพันธ์' เผยคลังตรวจการใช้เงินกองทุนสปส.ไม่มีปัญหา-อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

'จุลพันธ์' เผยคลังตรวจการใช้เงินกองทุนสปส.ไม่มีปัญหา-อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

11 พ.ค. 2569 14:57
ผู้ชม 30 คน

'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' เผยกระทรวงการคลังตรวจการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ไม่มีปัญหาใด ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ดี-เร่งสร้างความโปร่งใส-จ่อแก้กฎหมายดึงแรงงานแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประชุมร่วมกับบอร์ดกองทุนประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เพื่อมอบนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงแรงงาน 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าปัจจุบันเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นกับตัวสำนักงานประกันสังคมในระดับหนึ่ง จากปัญหาการสื่อสารทำให้มีภาพลักษณ์ในเชิงลบในบางมิติ แต่ข้อเท็จจริงขอเรียนว่าจากการตรวจสอบของกระทรวงการคลัง การดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมไม่มีปัญหาใด ๆ เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ถ้าส่วนใดมีปัญหาก็จะดำเนินการแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้นไม่ซุกไว้ใต้พรม แต่กระบวนการทำงานในขั้นแรก คือ การสร้างความโปร่งใส ให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและติดตามได้

ประเด็นที่มีการหารือและตนเองได้มอบนโยบายไว้ คือ เรื่องความครอบคลุมของกองทุนประกันสังคม ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะ Aging Society และความเสี่ยงจากผลตอบแทนการลงทุนที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งในปัจจุบันทางกองทุนก็เริ่มดำเนินการปรับการลงทุนให้มีผลตอบแทนมากขึ้นแล้ว ในอีกมิติหนึ่งก็ต้องมีการดึงแรงงานที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมให้เข้าสู่ระบบมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันยังมีแรงงานไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคมจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม platform workers และ gig workers เช่น ไรเดอร์ ซึ่งตนเองคาดว่าจะแรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนถึงล้านคนในอนาคต รวมถึงการดึงแรงงานต่างประเทศให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นแรงงานเถื่อน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องความปลอดภัย อาชีวะอนามัย และการป้องกันไม่ให้แรงงานเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ (preventive) ที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อลดเม็ดเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนหลายแสนล้านบาท

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังมีการหารือในเรื่องการให้บริการ อย่างแรกเรื่องของระบบ SSO Core ที่ปัจจุบันมีปัญหา เราก็ต้องไปหาข้อสรุป วันนี้ก็มีการหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหา ตนเองเชื่อว่าต้องให้เวลาอีกสักหน่อยก็จะมีคำตอบ และตนเองยังมอบหมายให้ไปดูเรื่องสวัสดิการแรงงาน ซึ่งมีหลายมิติและมีหลายข้อเรียกร้องหลายประเด็น แต่อย่างไรก็ตามยังต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของกองทุน ทำอย่างไรให้กองทุนมีความมั่นคงและยั่งยืน 

“ส่วนเรื่องของสูตร CARE สุดท้ายต้องมีข้อสรุป ผมเองก็ขอเวลาที่ประชุม บอกว่าวันนี้มาอยู่ที่ผม ผมต้องพูดคุยให้ครบรอบด้าน วันนี้ก็เริ่มมีการนัดหมายกลุ่มต่าง ๆ เพื่อที่มาคุยกันในรายละเอีนดว่าเขายังติดขัดอะไร เราจะเดินหน้าในรูปแบบไหน เราจะให้คำตอบกับทุกฝ่ายอย่างไร คนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ตรงจุดนี้ก็เป็นสิ่งที่รับเป็นภารกิจไว้ สุดท้ายเรื่องการปรับโครงสร้างของสำนักงานทั้งในมิติกฎหมายและการทำงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และตัวสำนักงานประกันสังคมต้องเดินหน้าอย่างมีอิสระทางความคิด นี่คือหน่วยลงทุน หากสังคมไม่มั่นใจ หากภายในยังไม่สามารถพูดคุยได้อย่างราบรื่น สุดท้ายผลของงานคงเป็นไปได้ยากที่จะสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องของการขยายผลประโยชน์ที่แรงงานจะได้รับ  หากความไว้ใจต่อสำนักงานประกันสังคมหายไป ผลกระทบที่เกิดขึ้น แรงงานที่จะเข้าสู่ระบบประกันสังคมก็เกิดความไม่มั่นใจและไม่อยากเข้าสู่ระบบ” นายจุลพันธ์ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องความโปร่งใส จะมีแนวทางอย่างไรให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการใช้งบประมาณที่ประชาชนตั้งคำถามว่าผู้ประกันตนเป็นคนส่งเงินสมทบแต่ไม่ได้มีสิทธิ์รับทราบรับเห็นในการใช้เงิน 

นายจุลพันธ์ ตอบว่า กระบวนการไม่มีอะไรเป็นความลับอยู่แล้ว สุดท้ายกระบวนการใช้จ่ายเม็ดเงินที่เกิดขึ้นมันก็มีกระบวนการในการรายงาน สำนักงานประกันสังคมต้องรายงานต่อสภา ต้องรายงานต่อหน่วยงานตรวจสอบ ฉะนั้นกระบวนการใช้เงินเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้มีกติกาพิเศษ ตนเองเชื่อมั่นในหน่วยงานตรวจสอบของประเทศไทย และสุดท้ายประชาชนจะเป็นด่านสำคัญในการที่จะคอยติดตามการทำงานของพวกเรา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดำเนินการจ่ายบำนาญของผู้ประกันตนมาตรา 39 ตามคำพิพากษาที่ 3307/2567 ที่ไม่ใช้ฐานเงิน 4,800 บาท ในการคำนวณบำนาญ โดยนำมาเป็นบรรทัดฐานหรือไม่อย่างไร

นายจุลพันธ์ ตอบว่า “อันนี้มันเป็นขั้นตอนตามกฎหมายผมคงไม่ไปไปตอบนะครับเพราะว่าเมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลนะครับก็ต้องส่งเรื่องมาที่ทางสำนักงานประกันสังคมเราก็ต้องดำเนินการตามคำวินิจฉัยอยู่แล้ว บิดพลิ้วไม่ได้ ก็รอให้ดำเนินการตามขั้นตอนไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับผมครับตรงนี้”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายจุลพันธ์ให้ความเชื่อมั่นว่าถ้าในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะไม่มีการใช้เงินงบประมาณไปในทางที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เหมือนที่ผ่านมาใช่หรือไม่

นายจุลพันธ์ ตอบว่า "แน่นอนครับ ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องคอยติดตามตรวจสอบไม่ให้เกิดการรั่วไหลอยู่แล้ว"

เมื่อถามว่า สูตร CARE มีกรอบหรือไม่ว่าจะเริ่มได้เมื่อไร 

นายจุลพันธ์ ตอบว่า “ให้เวลาหน่อย ผมเพิ่งเดือนเดียว บอร์ดอาจจะผ่านมานานแล้ว แต่ผมเพิ่งหนึ่งเดือน แต่จะไม่ล่าช้า เรื่องนี้เป็นอย่างที่บอกไปข้างต้น ต้องดูให้ครบถ้วน สูตรแคร์มีทั้งคนเห็นด้วยและคนคัดค้านจริง ๆ เราก็ต้องรับฟังให้ครบถ้วนทุกด้าน ต้องเข้าใจว่าในสำนักงานประกันสังคมหากจะมีการปรับเปลี่ยนในสูตรใด ๆ ก็ตามแล้วมีผลกระทบต่อประชาชนไม่ว่าจะแค่ 1-2 คนก็ตาม ผมก็จ้องดูคนเหล่านั้น เพราะเปลี่ยนแล้วกระทบสิทธิ์ของเขา เราต้องดูให้รอบด้านว่ามีใครบ้าง เกิดอะไรขึ้น ควรจะได้รับการเยียวยาอย่างไร และเมื่อดูครบถ้วนแล้วผมก็ต้องตัดสินใจ ซึ่งผมจะใช้เวลาในการตัดสินใจไม่นาน และเมื่อตัดสินใจแล้วผมจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะว่าผมถือว่าผมเป็นคนเซ็นคนสุดท้ายก่อนเข้าครม."

เมื่อถามว่า กรณีของแรงงานแพลตฟอร์มที่จะดึงเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม จะมีการแก้กฎหมายประกันสังคมใช่หรือไม่

นายจุลพันธ์ ตอบว่า ใช่ ต้องเป็นกระบวนการแก้กฎหมาย เพราะมีการทำงานไปแล้วบางส่วน ก็มีการพูดคุยกับไรเดอร์และเอกชนหลายแห่ง รวมถึงนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาศึกษา สุดท้ายก็ต้องมีข้อสรุปร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ อาจจะมีการออกกฎหมายมาตราใหม่ 

เมื่อถามว่า ปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคม จะเป็นองค์กรอิสระ หรือว่าเป็นองค์กรมหาชน 

นายจุลพันธ์ ตอบว่า "ยังไม่อยากให้สรุปใด ๆ แต่เรารับหลักคิดที่ว่าตัวการทำงานของ สปส. ต้องมีความเป็นอิสระ ปราศจากการเมืองไม่ว่าสีใดก็ตาม และต้องทำให้ปีกการลงทุนมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น"

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งบอร์ดสปส. 

นายจุลพันธ์ ตอบว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค. 2569) และใช้ระเบียบการเลือกตั้งแบบเดิม 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประกันสังคม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.
นายกฯ รับข้อเสนอสภาอุตฯ เร่งช่วย SME-หนุนรัฐจัดซื้อสินค้าไทย-ฟื้น กรอ.