'พรรคเพื่อไทย' เปิดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชูสูตร สสร. 152 คน ยึดโยงประชาชน ขีดเส้นยกร่างให้เสร็จสิ้นภายใน 300 วัน พร้อมเตรียมยื่นเสนอต่อรัฐสภาภายในสัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนการแก้ไขมาตราดังกล่าวเพื่อเสนอต่อรัฐสภา โดยคาดว่าจะสามารถยื่นเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า
นายชูศักดิ์ ระบุว่า สาระสำคัญของการแก้ไขคือ การเปิดทางให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน และไม่ขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ยังคงยึดหลักการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการคัดเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด จากนั้นให้รัฐสภาโหวตเลือกจาก 300 คน ให้เหลือ 100 คน เพื่อเป็น สสร. ตัวแทนประชาชนที่ผ่านการคัดสรรโดยรัฐสภา นอกจากนี้จะมี สสร. อีกส่วนหนึ่งที่มาจากการแต่งตั้งโดยเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน ทำให้มี สสร. รวมทั้งสิ้น 152 คน
สำหรับการเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ เสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเห็นว่าควรมีความหลากหลาย จึงเปิดกว้างให้องค์กรทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรวิชาชีพ องค์กรทางการเมือง ภาคธุรกิจ สมาคม มูลนิธิ สื่อมวลชน รวมถึงสภานักศึกษา สามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ามาเป็น สสร. ได้ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญสะท้อนมุมมองที่หลากหลายอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ร่างของพรรคเพื่อไทยยังยืนยันหลักการสำคัญคือ ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะเดียวกันได้เพิ่มเติมบทบัญญัติว่า สสร. ที่ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องมีข้อกำหนดที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และหลักการสำคัญของการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นอกเหนือจาก สสร. 152 คนแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ 35 คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น 35 คน โดยใช้เวลายกร่างรัฐธรรมนูญรวม 300 วัน และใช้เสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภาในการเห็นชอบขั้นสุดท้าย

แผนภูมิการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรคเพื่อไทย
ส่วนขั้นตอนการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมนั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หรือคิดเป็น สส. จำนวน 100 คน (จากทั้งหมด 500 คน) ซึ่งปัจจุบันพรรคเพื่อไทยมี สส. อยู่ 74 คน จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นมาร่วมลงชื่อให้ครบ 100 คน โดยขณะนี้ได้เริ่มประสานงานเพื่อขอความร่วมมือแล้ว เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของส่วนรวม พรรคเพื่อไทยจึงมองว่าไม่ควรแบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอร่างดังกล่าวต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า
ด้านนายจาตุรนต์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในการยกร่างของพรรคเพื่อไทยได้คำนึงถึงข้อกังวลที่ว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ควรทำเสมือนว่ารัฐสภาจัดทำกันเอง แต่ต้องมีองค์กรเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งในที่นี้คือ สสร. เป็นหลัก ร่วมกับคณะกรรมาธิการอีก 2 คณะ เพื่อให้องค์กรที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหลักสำคัญที่พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันหลักการเดิม
นอกจากนี้ จากการสังเกตการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการครั้งที่แล้ว ที่พบว่าเสียงในกรรมาธิการมีความพลิกผันสลับกันไปมา แต่ภายหลังการเลือกตั้ง เสียงข้างมากในรัฐสภามีความชัดเจนและมั่นคงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแล้ว ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากที่สุดตามที่กำหนดไว้




