News Logo
หน้าแรก
‘ปลัดดีอี’ยอมรับไม่รู้เรื่อง หลัง‘โรม’แฉ บ.น้ำมันเกี่ยว TH-AI Passport

‘ปลัดดีอี’ยอมรับไม่รู้เรื่อง หลัง‘โรม’แฉ บ.น้ำมันเกี่ยว TH-AI Passport

11 มิ.ย. 2569 12:57
ผู้ชม 84 คน

‘ปลัดดีอี’ ยอมรับ ไม่รู้เรื่อง กรณี ‘รังสิมันต์ โรม’ แฉ บ.น้ำมันเกี่ยวโครงการ TH-AI Passport แต่ยืนยันพร้อมตรวจสอบทุกข้อครหา โควตา ปชช. 5 ล้าน ใครมาก่อนได้ก่อน แต่ยอมรับอาจน้อยเกินไปเพราะคนสนใจเยอะ ตั้งเป้า 1 ก.ค.เปิดใช้งาน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้สัมภาษณ์หลังการรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI Passport โดยชี้แจงประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องบริษัทน้ำมันและเป้าหมายผู้ใช้งาน 5 ล้านคน

ปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชชน ได้กล่าวหาว่ามีบริษัทน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport ว่า ตนทราบเพียงว่าบริษัทที่ชนะการประมูลเป็นลูกค้าของทางราชการ ซึ่งได้รับรายงานมา และไม่ทราบว่าบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทน้ำมันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว และจะดำเนินการไปตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน TH-AI Passport จำนวน 5 ล้านคนนั้น นายพชรระบุว่าหลักการเบื้องต้นจะใช้ระบบ "มาก่อนได้ก่อน" โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนสำหรับประชาชนผู้มีอายุ 13 ปี หรือ 15 ปีขึ้นไป

 อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงฯ ยอมรับว่าจากความสนใจของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในขณะนี้ ทำให้ 5 ล้านคนอาจจะน้อยเกินไป และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานหรือไม่ ซึ่งได้มีการหารือกับคณะกรรมการขับเคลื่อนคู่ขนานของโครงการแล้ว

นายพชรยังได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าของโครงการ โดยตั้งเป้าที่จะได้ข้อยุติภายในเดือนนี้ เพื่อให้ทันกำหนดเปิดใช้งานภายในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นโครงการ โดยกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นได้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฎระเบียบของทางราชการทุกประการ รวมถึงการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อตกลงคุณธรรมส่งคนกลางเข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่ไม่ได้รับการตอบรับกลับมา

สำหรับรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ชนะการประมูลนั้น ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะใช้ระบบ "Success Fee" หรือการจ่ายค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับความสำเร็จของงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และมองว่าผู้ชนะการประมูลเองก็เห็นประโยชน์จากการสร้างชื่อเสียงจากโครงการนี้ แม้ว่าค่าตอบแทนจากงานโดยตรงอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ก็สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสอื่นๆ ได้

เมื่อกล่าวถึงประเด็นความคุ้มค่าของโครงการ นายพชรชี้ให้เห็นว่าแพ็คเกจการใช้งาน AI ในลักษณะนี้ หากเทียบกับราคาที่เอกชนมีขายในตลาด ซึ่งเริ่มต้นที่ประมาณ 259-299 บาทต่อเดือน แต่โครงการ TH-AI Passport สามารถนำเสนอได้ในราคาเพียง 27 บาท สำหรับปริมาณ AI ที่ใช้ ถือว่าถูกกว่าประมาณ 10 เท่า ซึ่งตอบโจทย์ในเชิงความคุ้มค่าได้อย่างชัดเจน

เกี่ยวกับข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดจึงมีเพียงไมโครซอฟท์เป็นผู้เข้าร่วมประมูลรายเดียว (กิจการค้าร่วมทีเอช หรือ TH Consortium เป็นตัวแทนของไมโครซอฟท์ในไทย ที่ทำสัญญาโครงการ TH-AI Passport) ปลัดกระทรวงฯ ชี้แจงว่าเคยมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้บริษัทต่างชาติอื่น ๆ ไม่ต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโครงการ เช่น กรณีที่มีข่าวออนไลน์เกี่ยวกับการส่งหนังสือไปแจ้งบริษัทบางแห่งในทำนอง "ฟอกขาว" ทำให้บริษัทต่างชาติเหล่านั้นลังเล อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเข้าร่วมเนื่องจากเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

ปลัดกระทรวงดีอียังได้ย้ำถึงความโปร่งใสของโครงการ โดยกล่าวว่ายินดีให้มีการตรวจสอบจากทุกภาคส่วนในทันที ซึ่งดีกว่าการรอตรวจสอบภายหลังตนเกษียณอายุราชการ และหวังว่ากรณีนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องความโปร่งใสของการทำงานราชการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โครงการ TH-AI passport



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีอีถก TH-AI Passport 'ไชยชนก' ยันไม่เกี่ยวจัดซื้อ-'การดี' จี้กางสัญญา
ดีอีถก TH-AI Passport 'ไชยชนก' ยันไม่เกี่ยวจัดซื้อ-'การดี' จี้กางสัญญา