News Logo
หน้าแรก
บุกห้างดังเช็ก 2 รายส่อนอมินี จัดตั้งบริษัท ล่าเส้นทางเงิน

บุกห้างดังเช็ก 2 รายส่อนอมินี จัดตั้งบริษัท ล่าเส้นทางเงิน

2 ก.ค. 2569 20:42
ผู้ชม 34 คน

'พาณิชย์-ตม.' ลุยห้างดังตรวจ 2 ราย เสี่ยงนอมินี เปิดบริการด้านบัญชี-ภาษี-รับจัดตั้งบริษัท-ทำวีซ่า พบพิรุธอื้อ ไล่ล่าทางการเงิน

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมฯ ส่งทีมปราบนอมินีบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 2 ราย ณ ศูนย์การค้าไอที สแควร์ (IT Square) หลักสี่ กรุงเทพฯ หลังได้รับข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกี่ยวกับความผิดปกติของเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ จึงร่วมกันตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่

“จากการลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลเป้าหมายทั้ง 2 ราย พบว่า นิติบุคคลรายแรก จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 60% และชาวต่างชาติสัญชาติจีน 40% ประกอบธุรกิจให้บริการและคำปรึกษาด้านกฎหมาย การบัญชี ภาษีและจดทะเบียนบริษัท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่า นิติบุคคลแห่งนี้มีพนักงานคนไทย 8 ราย และชาวจีน 2 ราย และมีผู้ถือหุ้นชาวจีนเป็นผู้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร สภาพการประกอบธุรกิจ และสอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง พบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์หลายอย่างที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งจะต้องตรวจสอบ ขยายผลเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวจีน ซึ่งอ้างว่าเป็นสามีภรรยากัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส อำนาจการควบคุมบริหารธุรกิจ รูปแบบการรับชำระค่าบริการ และเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งข้อมูลบางส่วนสอดคล้องกับประเด็นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวน” นายพูนพงษ์กล่าว

นายพูนพงษ์กล่าวว่า รายที่ 2 จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท มีสัดส่วนกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% และชาวต่างชาติสัญชาติจีน 49% ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการศึกษา รวมถึงแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ และคำแนะนำทางวิชาการ จากการลงพื้นที่ไม่พบกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยมีพนักงานคนไทยเป็นผู้ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่พนักงานรับรู้ว่าเป็นผู้บริหารและสั่งการดำเนินธุรกิจคือชาวจีน และไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่เป็นคนไทย โดยพนักงานคนไทยจะให้บริการรับทำวีซ่าเท่านั้น แต่หากลูกค้ามาติดต่อเรื่องอื่นนอกจากการทำวีซ่าพนักงานจะแจ้งลูกค้าให้ติดต่อผู้ถือหุ้นชาวจีนโดยตรงผ่านระบบ We chat รวมทั้งการรับชำระค่าบริการบางส่วนจะรับชำระผ่านบัญชีของชาวจีน ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี หรือเป็นการให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่

“กรมฯได้มีหนังสือแจ้งให้กรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลทั้ง 2 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการลงทุน แหล่งที่มาของเงินทุน การบริหารกิจการ และการดำเนินธุรกิจ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา หากผลการตรวจสอบพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอว่า มีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย กรมฯจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายพูนพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่น "พลาดโดนใครก็คนนั้น" หลัง กสถ. โหวตสวนมติชะลอบรรจุ
'อนุทิน' ลั่น "พลาดโดนใครก็คนนั้น" หลัง กสถ. โหวตสวนมติชะลอบรรจุ