News Logo
หน้าแรก
นายกฯ ปฏิเสธข่าวไทยต้นทางกัญชาเถื่อน ย้ำไม่เคยอนุญาตส่งออกนอก

นายกฯ ปฏิเสธข่าวไทยต้นทางกัญชาเถื่อน ย้ำไม่เคยอนุญาตส่งออกนอก

3 ก.ค. 2569 21:36
ผู้ชม 18 คน

‘อนุทิน’ ปฏิเสธข่าวต่างประเทศรายงานไทยเป็นต้นทางกัญชาเถื่อน ย้ำไม่เคยอนุญาตส่งออกนอก เว้นเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์-หากส่งผลเสียมากกว่าดี พร้อมสั่งปิด 

สํานักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าว Next News กรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่ามีกัญชาถูกส่งมาจากประเทศไทยและรายงานว่าประเทศไทยเป็นต้นทางการส่งออกกัญชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อถามคำถามนี้นายอนุทินสั่นหน้าปฏิเสธ และกล่าวว่า "ไม่ใช่" และถามผู้สื่อข่าวว่าข่าวจากที่ไหน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าข่าวจากต่างประเทศรายงานมาเช่นนี้ว่ามาจากไทย นายอนุทินตอบกลับมาว่า "ไม่ใช่มาจากไทย เอาอะไรมาพิสูจน์" จากนั้นก็ไปตอบประเด็นการสั่งสอบข้าราชการ 15,000 คน แล้วค่อยกลับมาตอบคำถามประเด็นการขนกัญชาอีกครั้ง

นายอนุทิน กล่าวว่า โดยหลักการแล้วประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการส่งออกกัญชาออกนอกประเทศ หากไม่ใช่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นหากมีการตรวจพบการขนกัญชาในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้โทษของการนำเข้ายาเสพติดในหลายประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย นั้นมีความรุนแรงอย่างมาก โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งในใบแจ้งการเข้าเมืองของประเทศเหล่านี้มีการระบุคำเตือนไว้อย่างชัดเจนว่าการขนอาวุธหรือยาเสพติดเข้าประเทศจะมีโทษถึงชีวิต ดังนั้นไม่ว่าต้นทางจะมาจากที่ใด ผู้ที่ทำผิดกฎหมายจะต้องถูกจับกุม ดำเนินคดี และรับโทษตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ

“ถ้าเกิดยาเสพติดเข้าประเทศไหน ก็ต้องถูกยึด ถูกดำเนินคดีตรงนั้น ใครทำก็ต้องไปรับโทษในกฎหมายนั้น อย่างอินโด อย่างสิงคโปร์ อย่างมาเลเซีย โทษนำเข้ายาเสพติดแรงนะ อันนั้นประหารชีวิตลูกเดียว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการหารือและออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ตนเองได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข ไปศึกษาข้อมูลและทบทวนนโยบายเกี่ยวกับกัญชาอย่างรอบด้าน โดยกำชับว่าการดำเนินนโยบายต้องยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมและข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่ควรทำเพียงเพื่อเอาใจผู้มีอำนาจหรือรัฐบาลเพียงอย่างเดียว หากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวส่งผลเสียมากกว่าผลดี ก็พร้อมที่จะพิจารณาสั่งปิดหรือปรับเปลี่ยนนโยบายกัญชาทันที แต่ทั้งนี้จะต้องมีการพิจารณาให้ครบทุกมิติภายใต้กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ 

“ต่อไปนี้ไม่ต้องทำเป็นนโยบายเอาใจรัฐมนตรี เอาใจผู้มีอำนาจ เอาใจรัฐบาล ดีหรือไม่ดีไปศึกษามาทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุขแม้จะเป็นผู้เสนอกฎหมายก็ตาม ไม่ใช่พอผมไม่เป็นรัฐมนตรี (ว่าการกระทรวง) สาธารณสุข ก็บอกว่าไม่ดี พอผมเป็น ก็บอกว่าดี อย่างนี้ไม่เอาแล้ว ไม่ได้ ข้อมูลทั้งหลายที่นำมาดำเนินนโยบายก็เป็นนโยบายที่เราฟังมาจากส่วนราชการทั้งนั้น วันนี้ผมก็พูดในที่ประชุม ป.ป.ส. ซึ่งผมเอามาดูเอง เป็นประธาน ป.ป.ส. เอง เป็นการประชุมครั้งแรกของผม และผมก็พูดชัดเจนว่านโยบายเป็นอย่างไร วันนี้ผมมาเป็น ป.ป.ส. กัญชาดีหรือเปล่า ถ้าบอกว่าดีอีก ก็ต้องมาดู ทำไมตอนท่านสมศักดิ์ (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.สาธารณสุข) ดูอยู่ถึงบอกว่าไม่ดี และก่อนท่านสมศักดิ์จะมา ผมดูอยู่ถึงบอกว่าดี มันคืออะไร ผมขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ได้ จากส่วนราชการที่ให้ข้อมูลและทำภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ ผมก็พูดแบบนี้ ถ้าไม่ดีผมก็พร้อมปิด แต่ต้องดูให้ครบทุกมิติ”  นายอนุทิน กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กัญชา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กสม.'ชี้ชาวบ้านถูกกีดกัน การมีส่วนร่วมค้านโรงไฟฟ้าขยะที่โคราช
'กสม.'ชี้ชาวบ้านถูกกีดกัน การมีส่วนร่วมค้านโรงไฟฟ้าขยะที่โคราช