News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' ยันไม่ละเว้น จี้สอบปมใบอนุญาต เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ตาย 27

'อนุทิน' ยันไม่ละเว้น จี้สอบปมใบอนุญาต เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ตาย 27

13 ก.ค. 2569 10:45
ผู้ชม 34 คน

“อนุทิน” ยืนยันไม่ละเว้น! ปมไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว คร่า 27 ชีวิต จี้สอบปมใบอนุญาต ย้ำเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมดัน “ตั๋วร่วม 45 บาท” ของขวัญปีใหม่ กทม. ชี้รัฐบาลพร้อมหนุนผู้ว่าฯ ชัชชาติเต็มที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวกรุง

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว กรณีเหตุไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จนมีผู้เสียชีวิต 27 รายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้ และได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูแลผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ตลอดจนเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบโดยละเอียด ยืนยันไม่มีการละเว้นหากพบการกระทำผิดกฎหมาย โดยการให้สัมภาษณ์นั้นเกิดขึ้น ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวาระงานเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานคร

นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าได้รับรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้นจำนวน 27 ราย ซึ่งได้รับการชันสูตรพลิกศพ ณ ที่เกิดเหตุ และมีผู้บาดเจ็บประมาณ 34 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยผู้บาดเจ็บและญาติไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะรัฐบาลจะให้การดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ตามกฎระเบียบที่มีอยู่ และสำหรับผู้เสียชีวิตก็จะมีกองทุนต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวต่อไป

ในส่วนของการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดำเนินการสำรวจและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมขอให้รอผลรายงานอย่างเป็นทางการเพื่อไม่เป็นการชี้นำ ซึ่งจากการลงพื้นที่เบื้องต้น ได้พบจุดอับ และยังไม่เห็นเส้นทางหนีไฟที่ชัดเจน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะรายงานจากผู้สื่อข่าวที่ระบุว่า มีการล็อกประตูทางหนีไฟไว้ด้วย ซึ่งหากเป็นจริงก็จะถือเป็นความประมาทเลินเล่อและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง นายอนุทินกล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนและดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องที่ตนเองจะไปชี้นำ

นายอนุทินยังได้กล่าวถึงประเด็นใบอนุญาตประกอบกิจการของร้านดังกล่าว โดยระบุว่าร้านนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นประเภท "ร้านอาหาร" ซึ่งอนุญาตให้มีการแสดงดนตรีสดได้จนถึงเวลา 00.00 น. ตามกฎหมาย โดยเหตุการณ์เพลิงไหม้เกิดขึ้นประมาณ 23.00 น. ซึ่งยังอยู่ในช่วงเวลาที่อนุญาตให้เปิดบริการได้ และร้านไม่ได้จัดอยู่ในประเภท "สถานบันเทิง" ซึ่งหากเป็นสถานบันเทิงจะไม่สามารถเปิดในพื้นที่ดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้จะเป็นร้านอาหาร แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสถานที่อย่างสม่ำเสมอ ตนเชื่อว่าทุกปีมีการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตอาคารและใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนว่ามีการตรวจสอบอย่างไร ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ และมีเกณฑ์การตรวจสอบอย่างไร เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าหากพบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือผิดกฎหมาย จะไม่มีการละเว้นผู้ใดทั้งสิ้น

นอกจากการติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ นายกรัฐมนตรีอยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังจากการประชุมสภา กทม. นัดแรก โดยระบุว่า เป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลและ กทม. จะได้ร่วมมือกันผลักดันและขับเคลื่อนงานที่สำคัญหลากหลายเรื่องเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังการนัดหารือระหว่างทีมงานของนายกรัฐมนตรีและทีมงานของผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสัมพันธ์ที่สำคัญยิ่งระหว่าง กทม. และการบริหารราชการแผ่นดิน และด้วยความคุ้นเคยส่วนตัว รวมถึงการที่นายชัชชาติได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ เป็นวาระที่สอง จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน กทม. อย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานร่วมกันที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยสาธารณะ การอำนวยความสะดวกสบาย และการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวกรุงประสบอยู่ โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ การเสริมสร้างขีดความสามารถของระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีได้ประกาศข่าวดีว่า รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้เกิด "ระบบตั๋วร่วม" สำหรับการเดินทางในกรุงเทพมหานคร และเชื่อมต่อไปยังปริมณฑลด้วยรถรางและเรือ โดยตั้งเป้าจะทำให้สำเร็จภายในปีนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ ด้วยแนวคิดการจ่ายค่าเข้าเพียงครั้งเดียวและสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง โดยมีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะร่วมมือกับ กทม. ในการพัฒนาพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ของหน่วยงานรัฐต่าง ๆ อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมธนารักษ์ เพื่อนำมาจัดทำเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกันสำหรับ 3 ประโยชน์หลักของคนกรุงเทพฯ ได้แก่ การสร้างสวนสาธารณะ ลานกีฬา และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้ประกอบอาชีพค้าขาย

นายอนุทินกล่าวถึงประเด็นการพัฒนาเมืองมหานครยังรวมถึงการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วม การป้องกันฝุ่นควันพิษจากการเผา และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงการพัฒนาระบบจราจรซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างระบบประปาและระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องแก้ไขร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มารับทราบแนวทางความร่วมมือดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายของ กทม. จะได้รับการสนับสนุนและเสริมจากรัฐบาลในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความสำเร็จโดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลและกรุงเทพมหานครจะทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร และคนไทยทุกคนที่มาใช้ชีวิตและใช้ประโยชน์ในมหานครแห่งนี้ รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในการบริหารงานตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อคนไทยทุกคน


แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คปภ.ตั้งศูนย์ฯเร่งช่วยด้านประกันกับญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุไฟไหม้
คปภ.ตั้งศูนย์ฯเร่งช่วยด้านประกันกับญาติผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุไฟไหม้