News Logo
หน้าแรก
นายกฯ จ่อแก้ กม. โซนนิ่งสถานบันเทิง-ปัดตอบสื่อปมลาออก มท.1 รับผิดชอบ

นายกฯ จ่อแก้ กม. โซนนิ่งสถานบันเทิง-ปัดตอบสื่อปมลาออก มท.1 รับผิดชอบ

14 ก.ค. 2569 15:00
ผู้ชม 16 คน

นายกฯ เล็งปรับกฎหมายโซนนิ่งสถานบันเทิง พร้อมย้ำเหตุการณ์ซ้ำซากเกิดจากผู้ประกอบการจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมแสดงความไม่พอใจหลังถูกจี้ถามปมยอดผู้เสียชีวิต 30 ราย จะลาออกจากตำแหน่ง มท.1 หรือไม่ สวนกลับ คำถามไม่สมเหตุสมผล ตั้งขึ้นเพื่อเร้าอารมณ์ และไม่ควรถาม

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว โดยระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากนั้นมีสาเหตุมาจากบางคนจงใจทำผิดกฎหมาย โดยตามกระบวนการปกติ การตรวจสอบใบอนุญาตสถานประกอบการจะต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปี ซึ่งในกรณีนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีเอกสารและมาตรการครบถ้วนทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดูในรายละเอียดว่าในทางปฏิบัติจริงๆ นั้นได้มาตรฐานตามที่ระบุไว้หรือไม่ เนื่องจากปัญหาในปัจจุบันเกิดจากคนบางกลุ่มเลือกที่จะตั้งใจทำผิดกฎหมาย เพียงเพราะคาดหวังผลกำไรหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่กลับต้องพ่วงมาด้วยความเสี่ยง

นายกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบสถานบริการทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกับผู้ว่าฯ ในต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนในฐานะนายกฯ มีหน้าที่ในการมอบนโยบายและไม่ได้ลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง

นายอนุทิน ระบุว่า การปรับโซนนิ่งร้านอาหารจะต้องมีการหารือร่วมกัน โดยในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ จะเป็นหน้าที่ของ กทม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ เมื่อต้องมีการปรับเปลี่ยน จำเป็นต้องมานั่งพิจารณาว่าจะแก้ไขอย่างไร และต้องมีการแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้พื้นที่โซนนิ่งที่ถูกต้องในพื้นที่ กทม. มีเพียง 2 แห่ง คือที่ถนนข้าวสารกับที่ RCA ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่อยู่ในเขตโซนนิ่งจะเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน และห้ามจัดให้มีมหรสพ

เมื่อถามว่า จากกรณีที่หลายร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดให้บริการเกินเวลาเที่ยงคืน จะต้องมีการสั่งย้ายผู้อำนวยการเขตหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ อำนาจหน้าที่อยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้นจะต้องไปสอบถามทางผู้ว่าฯ กทม. แต่ในส่วนของต่างจังหวัด จะเห็นได้ว่าทางกระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีอยู่เสมอ

นอกจากนี้ นายกฯ เปิดเผยด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบว่า ประตูหนีไฟถูกใส่กลอนล็อกไว้ 2 ชั้น ซึ่งทางร้านให้เหตุผลว่ากลัวลูกค้าไม่ชำระค่าบริการแล้วหลบหนี ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่เหตุผลที่สามารถรับฟังได้ และเจ้าของสถานประกอบการจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนใบอนุญาตจะถูกยึด รวมถึงจะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่แห่งนี้เปิดเป็นสถานบันเทิงได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจากกรณีดังกล่าวมียอดผู้เสียชีวิต 30 ราย นายกฯ จะพิจารณาลาออกจากตำแหน่ง มท. 1 หรือไม่ นายกฯ ได้ตอบว่า ขอคำถามต่อไป พร้อมกล่าวเสริมว่า การตั้งคำถามจำเป็นต้องมีความเป็นมืออาชีพ คำถามที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดอารมณ์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรถาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติชี้ เหตุโรงเบียร์ลาดพร้าว บทเรียนไฟไหม้ผับซ้ำซาก
ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติชี้ เหตุโรงเบียร์ลาดพร้าว บทเรียนไฟไหม้ผับซ้ำซาก