News Logo
หน้าแรก
ทนายสหรัฐฯโทษหน่วยงานไทย ไม่สั่งรืื้อโฟมโรงเบียร์ ทำไฟไหม้คร่า 30ชีวิต

ทนายสหรัฐฯโทษหน่วยงานไทย ไม่สั่งรืื้อโฟมโรงเบียร์ ทำไฟไหม้คร่า 30ชีวิต

15 ก.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 3 คน

นักกฎหมายสหรัฐฯ โทษเจ้าของโรงเบียร์-หน่วยงานรัฐไทย ไม่ยอมสั่งรื้อโฟมกันเสียง ติดไฟง่ายต้นเหตุเพลิงไหม้คร่า 30 ชีวิต ยอมรับแปลกใจทำไมละเลย

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวความเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 รายว่า สำนักข่าวนิวยอร์กไทม์สได้รายงานว่าอ้างคำพูดของนายซินหยาน หวง (Xinyan Huang) ศาสตราจารย์และวิศวกรความปลอดภัยด้านอัคคีภัยจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง (Hong Kong Polytechnic University) ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาที่มาจากโฟมกันเสียงที่ติดไฟง่าย ทางออกฉุกเฉินถูกกีดขวาง และไม่มีระบบสปริงเกลอร์ดับเพลิง

โดยนายหวงกล่าวถึงปัญหาของโฟมชนิดนี้ว่า เมื่อไฟเริ่มไหม้ โฟมจะเปลี่ยนไฟเล็ก ๆ ให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่รุนแรงในทันที และโฟมชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักของเพลิงไหม้ในไนท์คลับที่ร้ายแรงที่สุดหลายครั้งทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในทำนองเดียวกัน นายสตีเวน แบดเจอร์ (Steven Badger) ทนายความในนครดัลลาส สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญคดีเพลิงไหม้ในอาคาร ถึงกับระบุว่า เขาจะรีบออกจากสถานที่ทันทีที่เห็นโฟมกันเสียงบุอยู่

นายแบดเจอร์ตำหนิการขาดความรับผิดชอบทั้งจากผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโดยกล่าวว่า "คนที่ติดโฟมอาจไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน แต่เจ้าหน้าที่อาคารจากรัฐบาลควรรู้ เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับผมที่เจ้าหน้าที่ดูแลมาตรฐานความปลอดภัยคนใดก็ตามที่เข้าไปในอาคาร จะไม่ระบุการมีอยู่ของวัสดุเหล่านี้ และสั่งให้รื้อถอนโฟมออกไป"

เหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ นี้ยังตอกย้ำคำเตือนที่ผ่านมาของ โดยนายริชาร์ด ไมเออร์ (Richard Meier) ผู้ตรวจสอบอัคคีภัยจากรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ผู้ทำงานทั่วประเทศ ซึ่งกล่าวถึงกรณีเพลิงไหม้ที่คล้ายคลึงกันในอดีตว่า "บทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้เหล่านี้ควรจะถูกเรียนรู้ แต่พวกเขาก็ไม่" เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเพลิงไหม้ในบาร์รีสอร์ตบนเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อต้นปี 2569 ที่คร่าชีวิตคนไป 40 ราย รวมถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่คล้ายคลึงกันในโรดไอแลนด์ สหรัฐฯ และบราซิล

นิวยอร์กไทม์สย้ำว่าการขาดมาตรการความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เช่น ทางออกฉุกเฉินที่ถูกปิดกั้นด้วยลังเบียร์และตู้เก็บของพนักงาน รวมถึงการไม่มีสปริงเกลอร์ เป็นข้อผิดพลาดที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่มีโอกาสรอดชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดอีกครั้งถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วโลก เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา https://www.nytimes.com/2026/07/14/world/asia/bangkok-bar-fire-flammable-foam.html

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ขยายเวลาอธิบดีกรมศิลป์ อีก 1 ปี อนุมัติ 8 บอร์ดสถาบันดาราศาสตร์
ครม.ขยายเวลาอธิบดีกรมศิลป์ อีก 1 ปี อนุมัติ 8 บอร์ดสถาบันดาราศาสตร์