News Logo
หน้าแรก
ครม.เคาะขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการฯ ถึง 31 ส.ค.ปลดล็อกเกณฑ์ถือครองรถ

ครม.เคาะขยายเวลาอุทธรณ์บัตรสวัสดิการฯ ถึง 31 ส.ค.ปลดล็อกเกณฑ์ถือครองรถ

27 ก.ค. 2569 14:07
ผู้ชม 22 คน

ครม. มีมติขยายเวลายื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึง 31 ส.ค. 69 ด้านกระทรวงคมนาคมแจงเกณฑ์ ‘อายุรถ’ หากเป็นมอเตอร์ไซค์เก่าเกิน 15 ปี รถยนต์เกิน 20 ปี ไม่ถูกตัดสิทธิ ขณะที่กรมการปกครองลุยตั้งศูนย์ One Stop Service ครอบคลุม 878 อำเภอ เร่งอุ้มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อีก 5.4 ล้านคนเข้าสู่ระบบทบทวนสิทธิ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังได้ขยายสิทธิการใช้บัตรให้แก่ผู้ถือบัตรรายเดิมไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่วนผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดตั้งศูนย์บริการ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชน

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับกระทรวงคมนาคม หนึ่งในหลักเกณฑ์สำคัญที่นำมาใช้พิจารณาคือ ‘อายุการใช้งานของรถ’ ทั้งนี้ หากรถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี จะถือว่าไม่ถูกตัดสิทธิ โดยกรมการขนส่งทางบกจะทำหน้าที่คัดกรองในส่วนนี้ สำหรับรถจักรยานยนต์ หากมีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี และขนาดไม่เกิน 300 ซีซี กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการแจ้งถอนออกจากระบบกับกระทรวงการคลังให้โดยตรง โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องเดินทางมายื่นเรื่องอุทธรณ์ด้วยตนเอง

กรณีที่ต้องยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเอง ได้แก่ กรณีรถไม่ได้ใช้งานจริง แต่ยังไม่ได้แจ้งจอดหรือแจ้งยกเลิกทะเบียน ซึ่งสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทั้งที่กรมการขนส่งทางบก หรือศูนย์บริการ One Stop Service โดยนายสิริพงศ์แนะนำว่า หากติดขัดหลายเกณฑ์ ยื่นผ่าน One Stop Service จะสะดวกที่สุดเพราะจบในที่เดียว แต่หากติดขัดเฉพาะเรื่องยานพาหนะเพียงอย่างเดียว สามารถติดต่อกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง

นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับรถที่อายุไม่ถึง 20 ปี แต่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เนื่องจากเรื่องกรรมสิทธิ์และเรื่องทะเบียนเป็นคนละส่วนกัน เช่นเดียวกับกรณีของรถจักรยานยนต์ เพราะเกณฑ์ยานพาหนะเป็นเพียงหนึ่งในหลายหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ซึ่งกระทรวงการคลังจะทำการตรวจสอบและปรับปรุงระบบใหม่ทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีของนักเรียนที่พ้นสภาพนักศึกษาแล้ว แต่ยังติดขัดหลักเกณฑ์อื่น อาทิ การถือครองบัตรเครดิต เป็นต้น

ขณะที่ทางด้าน นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า หลังจากที่มีการประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์กรมการปกครอง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภออีกกว่า 878 อำเภอ เพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ กรมการปกครองได้แจ้งให้นายอำเภอจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ในระดับอำเภอ เป็นศูนย์ One Stop Service (OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานกับประชาชนกลุ่มเปราะบาง สำหรับกลุ่มผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่ประสงค์จะยื่นขอทบทวนสิทธิ รวมทั้งได้แจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้รับทราบต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.3 ล้านคนนั้น ขณะนี้มีผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.8 ล้านคน เหลืออีกประมาณ 5.4 ล้านคนที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่อง ซึ่งศูนย์ One Stop Service ในระดับอำเภอได้ประชาสัมพันธ์ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านช่วยรวบรวมข้อมูลจากประชาชน เพื่อนำมายื่นตรวจสอบสิทธิที่อำเภอได้ทันที

นายวินัย ระบุด้วยว่า ขณะนี้ได้มีการทำ MOU ร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมสรรพากร หน่วยงานด้านที่ดิน และสำนักงานขนส่ง รวมถึงกรณีการนำบุตรหรือคู่สมรสไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี หรือเกณฑ์รายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ตลอดจนเกณฑ์การถือครองรถและที่ดิน ซึ่งเกณฑ์ทั้งหมดนี้สามารถติดต่อตรวจสอบสิทธิผ่านทางอำเภอได้เช่นกัน

ขณะเดียวกันทางด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติในระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้ามายื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนก่อน ดังนี้

  • 1. เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ กรณีนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมนักเรียนหรือนักศึกษาในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท หรือผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการเรียนรู้

  • 2. เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวม

  • 2.1 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

  • 2.2 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร

  • 3 เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ TSD ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมากตามที่ TSD กำหนด

  • 4 เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของ ธปท. ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำมากตามที่ ธปท. กำหนด

  • 5 เกณฑ์รถ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็ก รับจ้าง รถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวม

  • 5.1 รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน ครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูง หรือรถจักรยานยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

  • 5.2 รถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูง หรือรถยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง กสทช.ประชุมล่ม ปมครหาสถานะปธ.-กรรมการหวั่น กม.ไม่คุ้มครอง
เบื้องหลัง กสทช.ประชุมล่ม ปมครหาสถานะปธ.-กรรมการหวั่น กม.ไม่คุ้มครอง