News Logo
หน้าแรก
ศาลสั่งทุเลาประกาศลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. เข้าข่ายจำกัดสิทธิ ปชช.

ศาลสั่งทุเลาประกาศลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ด สปส. เข้าข่ายจำกัดสิทธิ ปชช.

28 ก.ค. 2569 14:58
ผู้ชม 11 คน

สปส. มีมติชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังศาลปกครองสั่งทุเลาเกณฑ์บังคับ 'ลงทะเบียนล่วงหน้า' ชี้อาจเข้าข่ายการจัดเลือกตั้งโดยไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมและสร้างภาระให้กับประชาชน ด้าน 'จุลพันธ์' รมว.แรงงาน ยันชัดเป็นเพียงการชะลอชั่วคราว ไม่ใช่การเลื่อน เดินหน้ายื่นอุทธรณ์ มุ่งดันเลือกตั้งตามเป้าเดิม 27 ก.ย.นี้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 มีมติให้ ชะลอการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ตามประกาศเดิมเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ออกไปก่อน ทั้งนี้ การชะลอดังกล่าวเป็นผลมาจากคำสั่งศาลปกครองเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาให้ทุเลาการบังคับตามข้อ 2 ของประกาศฉบับดังกล่าว ซึ่งกำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเป็นผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม

ทั้งนี้ คำสั่งศาลปกครองกลาง (คดีหมายเลขดำที่ 1320/2569) ที่ให้ทุเลาการบังคับใช้เกณฑ์การลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนั้น สืบเนื่องมาจากผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตนรายหนึ่งได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 และ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการเลือกตั้งฯ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2

เอกสารระบุว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน (ยื่นสมัครเมื่อ 1 ก.ค. 2569) ได้รับความเดือดร้อนจากประกาศของคณะกรรมการเลือกตั้งฯ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งกำหนดในข้อ 2 ให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิกับสำนักงานประกันสังคมล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-15 กรกฎาคม 2569 

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องเห็นว่า พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ชัดเจน ซึ่งสิทธิจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อผู้ประกันตนมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองออกประกาศกำหนดให้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จึงเป็นการเพิ่มเงื่อนไขและจำกัดสิทธิของประชาชนเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทมอบอำนาจไว้ ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ใน 2 ประเด็น

1. เพิกถอนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

2. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการให้ผู้ประกันตนทุกคนที่มีคุณสมบัติ มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้โดยตรง ในวันที่ 27 ก.ย.69 โดยไม่มีเงื่อนไขต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

นอกจากนี้ ผู้ฟ้องมีคำข้อคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยอ้างว่า ระยะเวลาการลงทะเบียนข้อ 2 ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายประกันตน จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยหากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศที่พิพาทย่อมส่งผลต่อผู้ประกันตนทั่วประเทศที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ทัน รวมถึงเสียสิทธิในการเลือกตั้งโดยถาวร 

ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้ถ้อยคำบางส่วน ระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือผู้ประกันตนต้องเป็นผู้ซึ่งได้ลงทะเบียนเป็นผู้จะใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคมและกำหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีหน้าที่และอำนาจกำหนดวิธีการเลือกตั้ง วิธีการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการบริหารงบประมาณ ซึ่งหากจัดเลือกตั้งโดยไม่ให้ลงทะเบียนล่วงหน้า จะต้องใช้งบประมาณสูงมาก เนื่องจากข้อมูล ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มีผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งรวม 11,942,932 คน หากไม่เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 357,644,420 บาท แต่หากใช้ระบบลงทะเบียนล่วงหน้า จะลดค่าใช้จ่ายเหลือประมาณ 32,736,765 บาท ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ การบริหารงบประมาณเลือกตั้งตามประกาศพิพาทดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองต้องพิจารณาใช้จ่ายเงินจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งประกอบด้วยสมทบ 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายรัฐบาล จึงจำเป็นต้องใช้วิธีที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด ส่วนขั้นตอนการแจ้งสิทธิและการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมที่จะต้องดำเนินการสร้างการมีส่วนร่วมต่อไป

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาถ้อยคำและคำชี้แจงแล้วเห็นว่า จากข้อมูลผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งช่วงวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม 2569 มีผู้ประกันตน ม.33, ม.39 และ ม.40 ทั่วประเทศ ลงทะเบียนรวม 1,645,712 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 11,942,932 คน หรือคิดเป็นเพียงประมาณ 13% เท่านั้น แสดงว่ามีผู้ประกันตนจำนวนมากไม่สามารถใช้สิทธิได้เพราะไม่ได้ลงทะเบียน

แม้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจะอ้างว่าออกประกาศตามระเบียบกระทรวงแรงงาน แต่การออกประกาศข้อ 2 ในลักษณะนี้ เข้าข่ายเป็นการจัดเลือกตั้งโดยไม่ได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของผู้ประกันตน ตามที่ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558) มาตรา 8 วรรคสาม บัญญัติคุ้มครองไว้ ทั้งยังเป็นการสร้างภาระและจำกัดสิทธิของประชาชนโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้อย่างชัดแจ้ง ข้อ 2 ของ ประกาศฉบับดังกล่าวจึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย

ส่วนการขอทุเลาการบังคับใช้ประกาศฯ ศาลเห็นว่า สำนักงานประกันสังคมมีฐานข้อมูลผู้ประกันตนที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้ลงทะเบียนล่วงหน้า หากมีชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 27 กันยายน 2569 ได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีสามารถจัดทำบัญชีรายชื่อจากฐานข้อมูลเดิม และจัดเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมได้

ส่วนเรื่องงบประมาณจัดการเลือกตั้ง ศาลชี้ว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมที่จะต้องวางแผนและบริหารจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ ศาลปกครองจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการเลือกตั้งฯ (ฉบับวันที่ 25 พ.ค. 2569) ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่า การชะลอดังกล่าวเกิดจากมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้พิจารณาว่าประกาศเกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งศาลได้รับคำร้องไว้พิจารณา พร้อมมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จึงส่งผลให้มีมติชะลอการดำเนินการ แต่ไม่ใช่การเลื่อนวันเลือกตั้งแต่อย่างใด

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า การจัดการเลือกตั้งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ระเบียบและประกาศ โดยกระทรวงฯ ได้ยึดตามระเบียบเดิมปี 2564-2565 ที่เคยใช้จัดการเลือกตั้งมาแล้ว เนื่องจากต้องการเร่งรัดให้มีบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาขับเคลื่อนงานตามข้อเรียกร้องของภาคประชาชน จึงได้ออกประกาศให้สอดคล้องกับระเบียบเดิมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้ยื่นร้องเรียนและศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้ กระทรวงฯ ก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลเพื่อรอความชัดเจน ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกต้องต่อไป

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า หากผลการพิจารณาออกมาในทางบวก การเลือกตั้งประกันสังคมจะจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ตามกำหนดการเดิม แต่หากมีปัจจัยอื่น หรือศาลมีคำวินิจฉัยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือแก้ไขระเบียบ ก็อาจส่งผลให้การเลือกตั้งล่าช้ากว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งจนสำเร็จ และจะชี้แจงความคืบหน้าให้ประชาชนทราบต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุรเกียรติ์' ชี้ไทยต้องเป็นกลาง อย่าไร้จุดยืน รับมือความผันผวนโลก
'สุรเกียรติ์' ชี้ไทยต้องเป็นกลาง อย่าไร้จุดยืน รับมือความผันผวนโลก