News Logo
หน้าแรก
‘แอมเนสตี้’ จี้รัฐบาลไทย ยกประเด็นสิทธิมนุษยชน หารือ ‘มิน อ่อง ไลง์’

‘แอมเนสตี้’ จี้รัฐบาลไทย ยกประเด็นสิทธิมนุษยชน หารือ ‘มิน อ่อง ไลง์’

6 ส.ค. 2569 15:15
ผู้ชม 14 คน

‘แอมเนสตี้’ ออกแถลงการณ์จี้รัฐบาลไทย ดัน ‘สิทธิมนุษยชน’ เป็นวาระหลักในการถก ‘มิน อ่อง ไลง์’ ระหว่างการเยือนไทย 6-7 ส.ค. นี้ ย้ำไม่ควรมุ่งเน้นแค่การค้า-เศรษฐกิจ แต่ต้องไม่เพิกเฉยต่อการละเมิดพลเรือน พร้อมเตือนไทยคุมเข้มห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเครื่องบิน ป้องกันการนำไปใช้โจมตีทางอากาศในเมียนมา

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นวาระสำคัญในการหารือกับนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีกำหนดการหารือทวิภาคีร่วมกับนายกรัฐมนตรีไทยและเข้าพบฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงเข้าร่วมงาน Thailand - Myanmar Business Forum 2026 เพื่อหารือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

แอมเนสตี้ระบุว่า นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมาคนปัจจุบัน คืออดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและอาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่ดำเนินความร่วมมือทวิภาคี โดยแลกกับการเมินเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเมียนมา

ทั้งนี้ แม้การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเป็นอำนาจของรัฐบาลไทย แต่การต้อนรับผู้นำที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ย่อมทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของประเทศไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงความรับผิดชอบของไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ

แอมเนสตี้ ได้ย้ำว่า การดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ควรเป็นหลักประกันให้บุคคลใดได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกันจากความรับผิดรับชอบในอาชญากรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ปัจจุบันยังมีคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อขอออกหมายจับนายมิน ออง ไลง์ ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการขับไล่และกดขี่ชาวโรฮิงญา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา และหากศาลอนุมัติ ประเทศสมาชิกของ ICC มีพันธกรณีที่จะต้องดำเนินการตามหมายจับเมื่อบุคคลดังกล่าวเดินทางเข้าสู่เขตอำนาจของตน

ขณะที่ทางด้าน นายศตพัฒน์ ศิลป์สว่าง เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายรณรงค์เชิงนโยบาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมายิ่งเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อปี 2564 กองทัพเมียนมาได้โจมตีพลเรือนโดยไม่เลือกเป้าหมาย จับกุมและควบคุมตัวประชาชนโดยมิชอบ ปราบปรามผู้เห็นต่าง ตลอดจนจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการบันทึกและตรวจสอบโดยองค์การสหประชาชาติ กลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมาโดยตลอด

อ้างอิงข้อมูลจากแอมเนสตี้ ที่บันทึกหลังเกิดการทำรัฐประหารในเมียนมา นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 พบว่า มีประชาชนอย่างน้อย 2,200 คน เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวโดยคณะรัฐบาลทหาร อย่างน้อย 30,000 คน ถูกจับกุมหรือตั้งข้อกล่าวหา 4 คน ถูกประหารชีวิตจากข้อกล่าวหาว่าช่วยเหลือผู้ก่อความไม่สงบในการต่อสู้กับกองทัพเมียนมา อย่างน้อย 3.6 ล้านคนพลัดถิ่นในประเทศ อย่างน้อย 400 คน ถูกตั้งข้อกล่าวหาภายในกฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้ง

S__46653449

-1-

ทั้งนี้ การเยือนประเทศไทยของประธานนาธิบดีเมียนมา ซึ่งถูกกล่าวหาอย่างน่าเชื่อถือว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและอาชญากรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติ รัฐบาลไทยควรใช้โอกาสนี้ย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การปกป้องพลเรือน และการสร้างหลักประกันว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าต้องรับผิดรับชอบต่ออาชญากรรมร้ายแรงจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่าในปี 2568 มีน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานถูกส่งเข้าเมียนมากว่า 109,000 เมตริกตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 69 และสูงที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหาร รัฐบาลไทยจึงต้องป้องกันไม่ให้น้ำมันดังกล่าวถูกส่งออกหรือส่งผ่านประเทศไทยไปใช้โจมตีพลเรือน พร้อมกำกับดูแลไม่ให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทยเข้าไปมีส่วนในห่วงโซ่อุปทานที่เอื้อให้กองทัพเมียนมาก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ดังนั้น การเยือนประเทศไทยของนายมิน ออง ไลง์ ไม่ควรเป็นเพียงการหารือด้านเศรษฐกิจ การค้า หรือความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลไทยต้องใช้โอกาสนี้ยกประเด็นสิทธิมนุษยชนขึ้นเป็นวาระสำคัญในการหารือ 

S__46653450

-2-

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้แล้ว! ทะเบียนรถรั่ว 3 แหล่ง ‘เทศกิจบางกอกน้อย-กทพ.-กองกำลังสุรสีห์’
รู้แล้ว! ทะเบียนรถรั่ว 3 แหล่ง ‘เทศกิจบางกอกน้อย-กทพ.-กองกำลังสุรสีห์’