นายกฯ แถลงเหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ สาเหตุหลัก ปู่ย่าคุมเข้มเรื่องการเรียนจนเครียดหนัก เป็นชนวนเหตุกราดยิงทั้งปู่ย่า ครู ก่อนฆ่าตัวตาย ดับ 6 ราย สั่งเร่งเยียวยาผู้เสียหาย เตรียมยกระดับคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าวที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ภายหลังจากรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น โดยมีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย และนักเรียน ม.2 ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุก็รวมอยู่ในจำนวนผู้เสียชีวิตนี้ด้วย
นายอนุทินกล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ แต่ก็โชคดีที่ทุกอย่างจบสิ้นไปก่อน เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเหลือกระสุนอยู่อีกกว่า 30 นัด หากไม่จบชีวิตตนเองไป ก็อาจจะมีการทำร้ายผู้อื่นเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับสาเหตุหลักของเหตุการณ์ครั้งนี้ เบื้องต้นพบว่าเกิดจากความเครียดด้านการศึกษาของผู้ก่อเหตุที่พ่อแม่แยกทางกันจนต้องมาอาศัยกับปู่และย่า โดยได้รับทราบว่าปู่และย่า ซึ่งเป็นครู ค่อนข้างเข้มงวดกวดขันในการเรียนเป็นอย่างยิ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ข้อมูลจากการสอบปากคำเพื่อนสนิทว่านักเรียนมีความเครียดเรื่องนี้อยู่แล้วและมีการวางแผนมาก่อนแล้วด้วย
นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ผู้ก่อเหตุได้เริ่มลงมือก่อเหตุที่บ้านพักก่อน โดยทำร้ายปู่และย่า ซึ่งเป็น 2 รายแรกที่เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งทราบภายหลังเมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บ้านพัก ซึ่งปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนของคุณปู่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และพบว่าในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ผู้ก่อเหตุมีการโพสต์ภาพอาวุธปืนดังกล่าวในอินสตาแกรมด้วย
รายงานสถานการณ์ล่าสุด นายอนุทินแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตรวมปู่และย่าด้วยเป็น 5 ราย และรวมผู้ก่อเหตุอีก 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย และมีผู้บาดเจ็บประมาณ 30 กว่าคน โดยในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดประมาณ 9 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ
เกี่ยวกับมาตรการป้องกัน นายอนุทินยืนยันว่ากฎหมายปัจจุบันระบุชัดเจนว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านเรือนหรือในที่สาธารณะได้ โดยตนจะมอบหมายให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยหากมีการตั้งด่านตรวจ จะมีการตรวจค้นอาวุธปืนด้วย และผู้ที่พกพาอาวุธปืนจะถูกดำเนินคดีอย่างหนัก นอกจากนี้ ได้มีการเตรียมร่างกฎหมายใหม่เกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้แตกต่างจากการก่ออาชญากรรมทั่วไป เนื่องจากเป็นเหตุที่เกิดจากบุคคลที่มีความกดดันและความตึงเครียดสะสม จึงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียน และกรณีนี้อาวุธปืนก็ถูกเก็บไว้ในบ้าน ไม่ได้พกพาในที่สาธารณะเป็นประจำ แต่ผู้ก่อเหตุตั้งใจนำมาใช้ในวันเกิดเหตุ
ด้านมาตรการเยียวยาผู้เคราะห์ร้าย รัฐบาลจะดำเนินการตามหลักปฏิบัติของสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรม รวมถึงกองทุนจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะพยายามอย่างเต็มที่ในการเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ดีที่สุด
"เหตุการณ์นี้โชคดีที่ยุติลงในลักษณะที่ผู้ก่อเหตุได้จบชีวิตตัวเองไปแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หากมีการปะทะกับเด็กผู้ก่อเหตุ ผมยืนยันว่าจะเร่งรัดการดำเนินคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และนำบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ไปถอดบทเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศและมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และที่สาธารณะให้มากที่สุด" นายอนุทินกล่าว




