แม้ AI จะถูกนำมาใช้ในองค์กร แต่การฝึกอบรมกลับยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในทุกตลาดระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมด้าน AI หรือทักษะดิจิทัลใด ๆ ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกอบรมที่นายจ้างจัดหามีจำกัดอย่างมาก ประเทศไทยอยู่ในอันดับต่ำสุด โดยมีพนักงานเพียง 14% เท่านั้นที่ได้รับการฝึกอบรมจากนายจ้างในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าเวียดนามที่นำอยู่ 29% อย่างเห็นได้ชัด
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากที่นโยบาย TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทิลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี ที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ก่อนใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
สำนักข่าว Next News จึงได้นำเอาผลสำรวจล่าสุดของบริษัท Milieu Insight บริษัทซอฟต์แวร์วิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคระดับสากล มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้วิเคราะห์ความพร้อมการใช้งานปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มานำเสนอ มีรายละเอียดดังนี้
ท่ามกลางกระแสการพลิกโฉมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์ของประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมด้านทักษะและความสามารถของแรงงานกลับเผยให้เห็นถึงช่องว่างที่สำคัญ รายงานล่าสุดจากการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานกว่า 3,000 คนใน 6 ตลาดสำคัญของภูมิภาค สะท้อนให้เห็นว่า แม้การเข้าถึงเครื่องมือ AI จะเป็นเรื่องจำเป็น แต่หากปราศจากการลงทุนในการพัฒนาทักษะที่จริงจัง นโยบายระดับชาติอาจไม่สามารถขับเคลื่อนศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
AI แพร่หลายในองค์กร แต่การฝึกอบรมยังห่างไกล
ผลสำรวจโดย Milieu Insights เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นว่า AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในองค์กรต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค โดยรวมแล้ว 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามในสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ระบุว่า บริษัทของตนใช้ AI ในชีวิตประจำวัน หรืออย่างน้อยก็ในบางแผนก เฉพาะในเวียดนาม มีถึง 34% ที่กล่าวว่า AI ถูกรวมเข้ากับการทำงานทั่วทั้งองค์กรอย่างกว้างขวาง
ในประเทศไทยเอง AI ก็มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในด้านการให้คำแนะนำและการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพนักงาน ข้อมูลกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่ามาก
ช่องว่างการฝึกอบรม: ไทยอยู่ในกลุ่มรั้งท้าย
แม้ AI จะถูกนำมาใช้ในองค์กร แต่การฝึกอบรมกลับยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในทุกตลาดระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมด้าน AI หรือทักษะดิจิทัลใด ๆ ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกอบรมที่นายจ้างจัดหามีจำกัดอย่างมาก ประเทศไทยอยู่ในอันดับต่ำสุด โดยมีพนักงานเพียง 14% เท่านั้นที่ได้รับการฝึกอบรมจากนายจ้างในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าเวียดนามที่นำอยู่ 29% อย่างเห็นได้ชัด
การฝึกอบรมที่พนักงานออกค่าใช้จ่ายเองก็มีรูปแบบคล้ายกัน โดยประเทศไทยอยู่ที่ 14% ซึ่งเท่ากับอัตราที่นายจ้างจัดหาให้ และเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่ามาเลเซียและเวียดนามที่ 29%

ปัญหาการใช้งาน AI ของไทย
ความสนใจสูง แต่ไร้โอกาส: ภาพสะท้อนที่น่ากังวล
สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือ ตัวเลขของพนักงานที่ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมแต่มีความสนใจอย่างกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ โดยในภูมิภาคนี้มีสัดส่วนระหว่าง 34-53% และประเทศไทยมีสัดส่วนสูงสุดถึง 53% ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ 47% และสิงคโปร์ 41% ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของแรงงานไทยในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่กลับขาดโอกาสในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังมีพนักงาน 8-15% ทั่วทั้งภูมิภาคที่ระบุว่าไม่มีการฝึกอบรมใด ๆ ให้พวกเขาเลย ทำให้ต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองโดยปราศจากคำแนะนำ สถานการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ "TH-AI Passport" จะมอบเครื่องมือให้ถึงมือ แต่หากผู้ใช้งานขาดทักษะและคำแนะนำที่เพียงพอ เครื่องมือเหล่านั้นก็อาจไม่ถูกนำไปใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ หรืออาจนำไปสู่การใช้งานที่ไม่ถูกต้องและไม่เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง
องค์กรรับรู้ถึงช่องว่าง แต่ยังไม่ "พร้อมจริง"
ความรู้สึกของพนักงานที่ยังขาดทักษะสอดคล้องกับมุมมองขององค์กรที่ประเมินความพร้อมของตนเอง ในทุกตลาด มีเพียง 10-25% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าองค์กรของตน "พร้อมมาก" ในการนำ AI มาใช้หรือขยายผลในวงกว้าง โดยสิงคโปร์อยู่ที่เพียง 10% ขณะที่เวียดนามสูงกว่าที่ 25% สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่มีตัวเลขเฉพาะในประเด็นนี้ แต่ข้อมูลโดยรวมชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ในภูมิภาค (51-58%) ยังคงอยู่ในสถานะ "พร้อมในระดับหนึ่ง" มีแผนงานอยู่แต่ยังมีช่องว่างที่ชัดเจน
การสนับสนุนจากนายจ้างเพื่อส่งเสริมการใช้ AI ก็ยังจำกัด โดยมีเพียง 23-38% ของพนักงานที่กล่าวว่านายจ้างของตนส่งเสริมการใช้ AI อย่างจริงจังผ่านการฝึกอบรมที่เป็นทางการหรือคำแนะนำที่มีโครงสร้าง พนักงานส่วนใหญ่ (44-58%) รายงานว่าได้รับเพียงคำแนะนำเป็นครั้งคราวหรือทิศทางที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น ในอินโดนีเซีย มีถึง 17% ที่กล่าวว่าไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความคาดหวังจากฝ่ายบริหารเลย
ทักษะที่ขาดแคลน: อุปสรรคอันดับต้น ๆ ต่อการนำ AI มาใช้
ประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรับรู้ แต่เป็นอุปสรรคที่แท้จริง เมื่อถูกถามถึงอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน "การขาดทักษะทางเทคนิคในหมู่พนักงาน" ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในความกังวลสูงสุดในทุกตลาดอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับประเทศไทย 44% ของพนักงานระบุว่าการขาดทักษะทางเทคนิคเป็นอุปสรรคสำคัญ
ซึ่งใกล้เคียงกับสิงคโปร์ที่ 45% และสูงกว่าฟิลิปปินส์ 34% และเวียดนาม 32% ในสิงคโปร์ ประเด็นนี้ยังเป็นอุปสรรคที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด เหนือกว่าข้อกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวเสียอีก สิ่งนี้ตอกย้ำว่า แม้ AI จะถูกออกแบบมาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่การขาดทักษะพื้นฐานในการทำความเข้าใจและใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข
ความรับผิดชอบของทุกคนอย่างเท่าเทียม
แล้วใครควรเป็นผู้รับผิดชอบในการปิดช่องว่างนี้? เมื่อถูกถามโดยตรง พนักงานในสิงคโปร์ (40%) และไทย (39%) ชี้ไปที่ "ความรับผิดชอบร่วมกัน" โดยแบ่งออกเป็นภาครัฐ นายจ้าง และบุคคล
ในขณะที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม นายจ้างถูกระบุบ่อยขึ้น แม้ว่าความรับผิดชอบร่วมกันจะยังคงเป็นประเด็นสำคัญในทุกตลาด
โครงการของภาครัฐในปัจจุบันยังไม่สามารถปิดช่องว่างได้ มีเพียง 8-22% ของพนักงานที่กล่าวว่ารัฐบาลของตน "มีประสิทธิภาพมาก" ในการเตรียมความพร้อมของแรงงานสำหรับ AI และที่น่าเป็นห่วงคือ ในประเทศไทย 13% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้คะแนนความพยายามของรัฐบาลว่า "ไม่มีประสิทธิภาพเลย" ขณะที่ในฟิลิปปินส์ 15% กล่าวว่าพวกเขาไม่ทราบถึงโครงการริเริ่มใด ๆ เลย
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า นโยบาย "TH-AI Passport" ซึ่งเป็นความพยายามของภาครัฐในการลดความเหลื่อมล้ำและกระตุ้นการเข้าถึงเทคโนโลยีนั้น จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านถึงกลไกการสนับสนุนทักษะควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่มีไว้ครอบครอง
https://mili.eu/sea-ai-at-work-2026-training-gap/




