News Logo
หน้าแรก
ACT จัดงานต้านโกงปี 69 หอการค้าชูแก้กฎ-'ชัชชาติ' ย้ำเทคโนโลยีปิดช่อง

ACT จัดงานต้านโกงปี 69 หอการค้าชูแก้กฎ-'ชัชชาติ' ย้ำเทคโนโลยีปิดช่อง

6 ก.ย. 2569 13:17
ผู้ชม 29 คน

ACT จัดงานวันต่อต้านทุจริตปี 69 คอนเซ็ปต์ "โกงได้ แก้ได้" หอการค้าชูไม่จ่ายสินบน แก้กฎระเบียบให้โปร่งใส 'ชัชชาติ' ย้ำหลักใช้เทคโนโลยีปิดช่อง ให้ทุกคนมีส่วนร่วม พลเมืองเปิดโปงโกงยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก หวังเป็นแรงบันดาลใจสู้ทุจริต

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ได้จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ณ ห้องปฏิบัติการอีเวนต์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยปีนี้ใช้แนวคิด "โกงได้ แก้ได้" เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนสังคมไทยให้โปร่งใส ซึ่งงานในครั้งนี้มีบุคคลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วยผู้ร่วมเวทีเสวนาอีก 3 ท่าน ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางสาวโชฏิมา จันทร์คง ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี และ นางพัสนีย์ พูลสุข ผู้เปิดโปงการทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยมี นายอติรุจ กิตติพัฒนะ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ชี้คอร์รัปชันมะเร็งร้าย กดดันดัชนีภาพลักษณ์ไทย

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า องค์กร ACT ก่อตั้งโดยหอการค้าไทยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เพื่อสร้างกระแสให้สังคมตระหนักว่าคอร์รัปชันคือมะเร็งร้ายที่ทำให้ประเทศไทยแย่ลง ปัจจุบันดัชนีคอร์รัปชันของไทยตกต่ำถึงอันดับ 116 ด้วย 33 แต้ม ซึ่งอยู่ในระดับที่อันตรายอย่างยิ่ง

ภาคเอกชนจึงได้รวมพลังภายใต้ "คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนไม่ทนต่อการทุจริต" (กกร. เพื่อไม่ทน) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมามีองค์กรและบริษัทร่วมกว่า 50 แห่ง พร้อมสถาบันวิชาการหลายแห่ง เพื่อร่วมกันต่อสู้ปัญหาคอร์รัปชัน โดยได้เสนอ 6 วาระแห่งชาติให้นายกรัฐมนตรี หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลต้องจริงจังกับการต่อต้านคอร์รัปชัน และจัดตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ ซึ่งได้มีการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ACT มี 6 เป้าหมายหลักในการแก้ไขคอร์รัปชัน ซึ่งไม่ใช่แค่การฟ้องร้องจับกุม แต่เป็นการแก้ที่รากของปัญหา ตั้งแต่การปลุกจิตสำนึกของประชาชนและเยาวชน รวมถึงการปิดช่องทางการคอร์รัปชันที่เกิดจากการใช้อำนาจ กฎหมาย กฎระเบียบ ใบอนุญาต และดุลยพินิจที่ไม่ถูกต้อง

นายพจน์ยังเน้นย้ำถึงการเร่งแก้ไขกฎหมาย โดยยกตัวอย่าง "7 Drives Thailand" ซึ่งครอบคลุมกว่า 70% ของ GDP เพื่อแก้กฎกระทรวงและประกาศกรมต่างๆ พร้อมเน้นย้ำให้รัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลด้วยระบบดิจิทัลในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจและช่องโหว่ในการคอร์รัปชันให้หมดไป ในเดือนตุลาคมนี้ ACT จะจัดงานใหญ่โดยมีบริษัทเอกชนเข้าร่วม 2,000 ราย ซึ่งจะมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า "จะไม่จ่าย" สินบนอีกต่อไป เพราะหากเอกชนหยุดจ่าย การโกงจะลดลงอย่างมาก ซึ่งต้องขับเคลื่อนด้วยความโปร่งใส ระบบดิจิทัล และการแก้กฎหมาย โดยย้ำว่า ACT ขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาสังคมในภาพรวม และจะดึงภาคประชาชนและสังคมเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพลังขับเคลื่อนนี้ด้วย

กทม. เผชิญปัญหาทุจริต ชี้ต้นตออยู่ที่ "การซื้อขายตำแหน่งและซื้อเสียง"

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า กรุงเทพมหานครยังคงมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันจำนวนมาก การโกงเปรียบเสมือนช้างในห้องที่บางครั้งถูกมองข้าม ระบบนิเวศของการโกงมีความซับซ้อน ตั้งแต่หน่วยงานราชการ ผู้มีอำนาจ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชน โดยมีรูปแบบการโกงหลากหลาย เช่น โกงงบประมาณ เอื้อประโยชน์ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ การตีความกฎหมาย หรือการโกงเชิงนโยบาย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังระบุถึงต้นตอของการโกงที่มาจาก "การแต่งตั้งโยกย้ายซื้อขายตำแหน่ง" และ "การซื้อเสียง" ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขได้ด้วยการไม่ยอมให้มีการซื้อเสียง

3 แพลตฟอร์ม กทม. สู้โกง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตใน กทม. โดยเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนระบบขออนุญาตต่างๆ เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง ไปสู่ "BMA OSS" ซึ่งเป็นระบบออนไลน์ เพื่อลดการเผชิญหน้าเจ้าหน้าที่และลดการใช้ดุลยพินิจ ทำให้ระยะเวลาการขออนุญาตลดลงอย่างมากจาก 45 วัน เหลือ 14 วัน

นอกจากนี้ยังขยายผลการใช้แอปพลิเคชัน "Traffy Fondue" ซึ่งเดิมใช้แจ้งปัญหาเมือง ให้มีเมนู "กรุงเทพฯโปร่งใส" สำหรับการแจ้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชันโดยเฉพาะ โดยรับประกันความลับของผู้แจ้ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้แจ้งเข้ามาแล้วกว่า 16,000 เรื่อง และยังส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูล หรือ "Open Data" โดยเปิดเผยข้อมูลงบประมาณและดาต้าเซ็ตต่างๆ กว่า 1,500 ชุด ทำให้ข้อมูลเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ช่วยส่องสว่างจุดมืดที่อาจเกิดการทุจริต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังระบุแนวทางการป้องกันการทุจริตของเทศกิจ โดยกำหนดให้การปรับต้องใช้ QR Code เท่านั้น ห้ามรับเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต

4 หัวใจหลักปราบโกง มุ่งความร่วมมือและการลงโทษจริงจัง

นายชัชชาติเน้นย้ำว่า การปราบคอร์รัปชันต้องอาศัย 4 หัวใจหลัก คือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมและมีจิตสำนึกที่แท้จริง พร้อมกล้าที่จะ "เอ๊ะ" กับความผิดปกติ, ต้องเข้าใจกระบวนการทุจริตในแต่ละหน่วยงานเพื่อออกแบบวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม, ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการก้าวกระโดดของการตรวจสอบ เช่น ACT AI และ Traffy Fondue, และให้องค์กรอิสระภายนอกเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญและมีอำนาจในการสืบสวนเส้นทางการเงิน ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบรวดเร็วและเข้มข้นกว่าการตรวจสอบภายใน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังกล่าวถึงปัญหาการตัดสินโทษคนโกงที่ควรมีการลงโทษอย่างจริงจัง ไม่มีการลดหย่อน เพื่อสร้างความเกรงกลัวและเป็นแบบอย่างที่ดี

พลเมืองแฝงตัว 21 เดือน เปิดโปงทุจริตยา รพ.ทหารผ่านศึก

นางพัสนีย์ พูลสุข เล่าถึงประสบการณ์การเปิดโปงการทุจริตยาในโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งตนต้องไปแฝงตัวเป็นเวลา 21 เดือน เพื่อรวบรวมหลักฐานด้วยตัวเอง โดยไม่มีองค์กรใดเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้น แรงจูงใจคือไม่ต้องการให้ลูกหลานต้องเติบโตในสังคมที่ไม่ถูกต้อง

นายพัสนีย์กล่าวยอมรับว่าตนถูกชักชวนให้เข้าร่วมขบวนการโกงเนื่องจากเป็นครอบครัวข้าราชการที่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลฟรี จึงตัดสินใจเข้าไปสังเกตการณ์และรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ซึ่งพบว่าเป็นการโกงที่เป็นขบวนการตั้งแต่ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนที่ถูกชักจูง

นางพัสนีย์เปิดเผยถึงวิธีการโกงที่ซับซ้อน โดยมี "แม่ทีม" จากหลายพื้นที่ เช่น ลพบุรี จัดรถตู้ขนคนที่ "มีสิทธิ์" ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชีกลาง มายังโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยมี "ผู้บงการ" คอยประสานงานผ่านไลน์ แนะนำให้กินน้ำหวานเพื่อตรวจพบเบาหวาน หรือนำยาโรคหัวใจที่ได้รับปกติอยู่แล้วมาเบิกซ้ำที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก มีหมอเพียงคนเดียวที่รับลูกค้าจากขบวนการนี้ โดยมีคิวยาวเหยียด แสดงให้เห็นถึงการรู้เห็นเป็นใจของคนในโรงพยาบาล หลังจากตรวจเสร็จและได้รับยา ผู้ร่วมขบวนการจะนำยาจำนวนมากใส่กระสอบไปรวมกันที่ปั๊มน้ำมัน และมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกคนมารอจ่ายเงินให้คนละ 10% ของค่ายาที่เบิกได้ ส่วนยาที่เหลือจะถูกนำไปขายคืนให้ตลาดมืด ซึ่งการโกงเช่นนี้สะท้อนปัญหาการขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล ทำให้ผู้มีสิทธิ์สามารถเบิกยาซ้ำซ้อนจากหลายแห่งได้

แม้จะมีความหวาดกลัว นางพัสนีย์ยืนยันว่าไม่กลัว เพราะเชื่อว่าหากทุกคนกลัว ขบวนการโกงก็จะยังคงอยู่ต่อไป จากนั้นตนจึงได้รวบรวมหลักฐาน ทั้งการอัดคลิปวิดีโอ การปลอมตัวเป็นคนไข้ใหม่ และติดตามรถตู้ของผู้ร่วมขบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนจะนำหลักฐานส่งไปยังเพจองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพจหมาเฝ้าบ้าน รัฐสภา ตำรวจ CIB และ ป.ป.ท. ผลจากการเปิดโปงครั้งนี้ ทำให้ขบวนการทุจริตยาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกต้องยุติลง และที่สำคัญที่สุดคือ กรมบัญชีกลางได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อป้องกันการเบิกยาซ้ำซ้อนข้ามโรงพยาบาล  ซึ่งตนหวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนคนอื่นกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับการทุจริตต่อไป

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

UN คาดปี 2030 AI ใน Data Center กินไฟ 3% โลก-ใช้น้ำเท่า 1.3 พันล้านคน
UN คาดปี 2030 AI ใน Data Center กินไฟ 3% โลก-ใช้น้ำเท่า 1.3 พันล้านคน