News Logo
หน้าแรก
สตง.เผยทางเท้ากทม.พัง 391 จุด-มีปัญหาเปิดทางซ้ำซ้อน-ขาดการประสานงาน

สตง.เผยทางเท้ากทม.พัง 391 จุด-มีปัญหาเปิดทางซ้ำซ้อน-ขาดการประสานงาน

7 ก.ย. 2569 14:12
ผู้ชม 22 คน

สตง.เผยทางเท้ากทม.ชำรุด 391 จุด ชี้ขาดบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภค ส่งผลให้เปิดผิวทางเท้าซ้ำซ้อน-ล่าช้า แนะ 7 ทางแก้ปัญหา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยรายงานการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานบริหารจัดการทางเท้าของกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบการก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้า ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 ของสำนักการโยธา และสำนักงานเขตที่สุ่มตรวจสอบ 10 แห่ง ตลอดจนการตรวจสอบทางเท้าในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน จำนวน 4 แห่ง และสำนักงานเขต จำนวน 10 แห่ง รวม 42 เส้นทาง พบประเด็นข้อตรวจพบที่สำคัญ จำนวน 2 ประเด็น

ข้อตรวจพบที่ 1 ทางเท้าบางเส้นทางยังไม่เหมาะสมต่อการใช้งานที่สะดวกและปลอดภัยของประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม โดยพบปัญหา ดังนี้

1. ทางเท้ายังไม่เอื้อต่อการใช้งานของประชาชน โดยพบความชำรุดเสียหายหรือความไม่เรียบร้อยของทางเท้า รวมทั้งสิ้น 391 จุด โดยอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์ก่อสร้างและบูรณะถนน จำนวน 112 จุด และสำนักงานเขต จำนวน 279 จุด ปัญหาที่พบมีตั้งแต่พื้นผิวทางเท้าแตกร้าว อิฐนำทางผู้พิการแตกหัก ทางลาดและคอกต้นไม้ทรุดตัว รวมถึงฝาบ่อระบายน้ำชำรุด ตลอดจนการลักลอบขุดเจาะโดยไม่มีการแจ้งขออนุญาตและคืนสภาพไม่เรียบร้อยตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังพบสาธารณูปโภคในพื้นที่ทางเท้ามีระดับสูงหรือต่ำไม่เป็นระนาบเดียวกับผิวทางเท้า รวมถึงยังไม่มีการรื้อถอนสาธารณูปโภคที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยส่วนใหญ่ยังไม่มีการประสานให้หน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการปรับปรุงแก้ไข

2. ทางเท้ายังไม่รองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบาง ตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) จำนวน 35 เส้นทาง จาก 42 เส้นทางที่สุ่มตรวจสอบ โดยปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ความลาดเอียงของทางเชื่อมและทางลาดไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด 33 เส้นทาง รองลงมา คือ การจัดให้มีอิฐนำทาง (Braille Block) ที่ไม่ครอบคลุมหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่เอื้อต่อการใช้งาน 17 เส้นทาง การจัดวางระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์จราจร เช่น เสาไฟฟ้า ตู้ควบคุม และหัวจ่ายน้ำดับเพลิง ในตำแหน่งที่กีดขวางการสัญจร 14 เส้นทาง ทางเข้า–ออกอาคารที่มีระดับไม่เสมอกับทางเท้าอีก 9 เส้นทาง

นอกจากนี้ ยังพบว่า เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทางเท้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานคร ในช่วงปี พ.ศ. 2566 – 2568 ยังไม่ได้รับการแก้ไข จำนวน 8,007 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 5.63 ของจำนวนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทางเท้าทั้งหมด ส่งผลให้ทางเท้าบางเส้นทางมีสภาพไม่พร้อมใช้งานหรือเป็นอุปสรรคต่อการสัญจรของประชาชนอย่างสะดวกและปลอดภัย

ข้อตรวจพบที่ 2 การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคยังไม่เป็นรูปธรรม ยังคงมีการเปิดผิวทางเท้าซ้ำซ้อน และการดำเนินงานบางเส้นทางยังมีความล่าช้า พบสภาพปัญหา ดังนี้

1. การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานสาธารณูปโภคยังไม่เป็นรูปธรรม และยังคงมีการเปิดผิวทางเท้าซ้ำซ้อน โดยกรุงเทพมหานครและหน่วยงานสาธารณูปโภคไม่มีการวางแผนงานร่วมกัน มีเพียงนโยบายการแจ้งแผนงานการก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้าให้แก่หน่วยงานสาธารณูปโภคทราบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาเข้าร่วมดำเนินการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในเส้นทางตามแผนงานดังกล่าว จากการสุ่มตรวจพบว่า มีสำนักงานเขตเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่มีหนังสือแจ้งแผนงานการก่อสร้างไปยังหน่วยงานสาธารณูปโภคในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อให้ร่วมวางแผนปรับปรุงระบบไปพร้อมกัน

2. การก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้าบางเส้นทางมีความล่าช้า จากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมทางเท้า ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568 ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้นจำนวน 79 เส้นทาง พบว่า ดำเนินการล่าช้ากว่าสัญญา จำนวน 22 เส้นทาง คิดเป็นร้อยละ 27.85 ของเส้นทางที่ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด ซึ่งความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาอุปสรรคของผู้รับจ้าง

เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงมีข้อเสนอแนะถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เร่งดำเนินการดังนี้

1.เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับขออนุญาตก่อสร้างและตรวจรับงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการขุดเปิดทางเท้า และอาจทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กำหนดกรอบเวลาจัดการสิ่งกีดขวางร่วมกัน

2.จัดทำแผนงานระยะปานกลางร่วมกัน (Rolling Plan) ปรับปรุงทุกปี เพื่อให้แผนงานของ กทม. และหน่วยงานสาธารณูปโภคสอดคล้องกัน

3.สร้างระบบฐานข้อมูลผังสาธารณูปโภค ทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่ กทม. เพื่อลดความล่าช้าในการก่อสร้าง

4.ปรับการทำงานเป็นเชิงรุก โดยใช้กลไกเทศกิจหรือพนักงานทำความสะอาดช่วยตรวจจับและเฝ้าระวังทางเท้า พร้อมกำหนดระยะเวลาแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue ให้ชัดเจนตามความรุนแรง

5.ทบทวนเกณฑ์ตรวจรับงาน โดยกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องส่งภาพถ่ายโครงสร้างภายในก่อนปิดผิวทางเท้า เพื่อควบคุมคุณภาพโครงสร้างภายในและยืดอายุใช้งาน

6.แยกแยะเส้นทางตามความพร้อม เพื่อบังคับใช้มาตรฐานทางเท้าใหม่ตามหลัก Universal Design และหลักรุกขกรรมที่เหมาะสม

7.ประเมินศักยภาพผู้รับจ้างอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงการทิ้งงานหรือล่าช้าตามสัญญา

หมายเหตุ : ภาพจากเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สตง.
กทม.
ทางเท้า กทม.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อภิสิทธิ์’ เสนอรีดงบฯ 1.5 แสนล้าน หวั่นขัดวินัยการเงินการคลัง
‘อภิสิทธิ์’ เสนอรีดงบฯ 1.5 แสนล้าน หวั่นขัดวินัยการเงินการคลัง