รมว.แรงงาน ยืนยันผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนได้ใช้บำนาญประกันสังคมสูตรใหม่ CARE แน่นอนภายใน 1 ปี เปลี่ยนมาคิดเฉลี่ยตลอดอายุงานเพื่อความยุติธรรม ใครส่งมากได้มาก ใครส่งน้อยได้น้อย
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ถึงความคืบหน้าการคำนวณเงินบำนาญประกันสังคมรูปแบบใหม่ หรือสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) ว่า หลังจากร่างดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นกระทรวงแรงงานจะส่งเรื่องกลับมายังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อพัฒนาระบบคำนวณเงิน ให้ถูกต้องแม่นยำและรองรับผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายใน 1 ปีข้างหน้า
นายจุลพันธ์ กล่าวถึงที่มาของบำนาญสูตรใหม่ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไปจากเดิม และมีการเคลื่อนย้ายแรงงานอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนสถานะผู้ประกันตน เช่น การปรับเปลี่ยนจากมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 39 ซึ่งโครงสร้างเดิมก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม เนื่องจากบางคนอาจไม่เคยส่งเงินสมทบในช่วงแรก แต่มาเริ่มส่งในช่วง 15 ปีสุดท้าย และส่งเต็มจำนวนใน 5 ปีสุดท้าย กลับได้รับบำนาญชราภาพเต็มอัตรา ขณะที่บางคนทำงานส่งเงินสมทบมาตลอดชีวิต แต่อาจมีจำเป็นต้องเปลี่ยนงานหรือถูกเลิกจ้างในช่วงท้าย ทำให้ฐานเงินบำนาญชราภาพลดลงอย่างน่าเสียดาย
สำหรับสูตร CARE จะคำนวณจากค่าเฉลี่ยตลอดช่วงอายุการทำงาน ถือเป็นสูตรที่มีความยุติธรรมที่สุด เพราะสะท้อนตามจริง ใครส่งน้อยได้น้อย ใครส่งมากได้มาก เงินสมทบที่จ่ายในแต่ละเดือนจะสะท้อนไปยังเงินบำนาญโดยตรง และไม่มีทางทำให้เงินบำนาญชราภาพลดลงกว่าเดิม
นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า ส่วนกรณีคนที่เกษียณอายุและรับบำนาญอยู่แล้ว หากคำนวณด้วยสูตรใหม่แล้วได้มากกว่า ก็จะได้รับเงินตามสูตร CARE แต่หากคำนวณแล้วสูตรเดิมได้มากกว่า ก็จะได้รับตามสูตรเดิม โดยจะจ่ายตามเกณฑ์ที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน ขณะที่กลุ่มผู้ยังไม่เกษียณอายุจะมีระยะเวลาปรับตัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ซึ่งอ้างอิงจากฐานการคำนวณ 5 ปีสุดท้ายของสูตรเดิม โดยมีกลไกชดเชยแบบลดสัดส่วนลงตามลำดับ เริ่มจากปีแรกชดเชยให้ 100% จากนั้นลดลงเป็น 80% 60% 40% และ 20% ตามระยะเวลา โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้




