News Logo
หน้าแรก
กสม.จี้ 'เทศบาลชลบุรี' เร่งดำเนินการวินัยครูต่อยท้องเด็ก ป.6

กสม.จี้ 'เทศบาลชลบุรี' เร่งดำเนินการวินัยครูต่อยท้องเด็ก ป.6

24 ก.ย. 2569 16:12
ผู้ชม 5 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กสม.แนะเทศบาลเมืองชลบุรีเร่งดำเนินการทางวินัย-เผยแพร่แนวปฏิบัติห้ามใช้ความรุนแรงต่อเด็ก กรณีร้องครูสังกัดเทศบาลเมืองชลบุรี กระทำทรมานใช้มือต่อยนักเรียนชั้น ป.6 อ้างส่งงานล่าช้า เผยศาลมีคำพิพากษาแล้ว ต้องยุติเรื่องตามพ.ร.ป. กสม.

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้แทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า ผู้ร้องได้รับทราบข่าวจากสื่อโทรทัศน์และสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเด็กชายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม จ.ชลบุรี ถูกพนักงานครู (ผู้ถูกร้อง) ทำร้ายร่างกาย โดยเรียกนักเรียนผู้เสียหายไปพบที่ห้องพักครูและใช้มือต่อยบริเวณหน้าท้องและลิ้นปี่ 3 – 4 ครั้ง ตบที่ไหล่ทั้งสองข้าง ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม พร้อมทั้งข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปแจ้งผู้ปกครอง หากฝ่าฝืนจะถูกทำร้ายร่างกายอีก ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการที่นักเรียนผู้เสียหายส่งงานล่าช้า ผู้ร้องเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จึงขอให้ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบปรากฎว่า ภายหลังเกิดเหตุบิดาของผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี และแจ้งเหตุให้โรงเรียนทราบเพื่อให้แสดงความรับผิดชอบ ต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้ให้ผู้ถูกร้องชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ถูกร้องยอมรับว่าได้ลงโทษผู้เสียหายเกินสมควรแก่เหตุ โดยอ้างว่ามีเจตนาเพื่ออบรมสั่งสอนให้ผู้เสียหายส่งงาน ตั้งใจเรียน และประพฤติตนเป็นนักเรียนที่ดี โดยปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้ถูกร้องกับผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุเป็นหลักฐานสำคัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานข้อเท็จจริงต่อสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อดำเนินการทางวินัยและตามระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ ปท 1/2569 คดีหมายเลขแดงที่ปท 1/2569 ในประเด็นและการกระทำเดียวกันกับที่ กสม. ตรวจสอบ จึงเป็นกรณีตามมาตรา 39 (1) ประกอบมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งบัญญัติให้ กสม. สั่งยุติเรื่อง หากเป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาล หรือศาลมีคำพิพากษา คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว

อย่างไรก็ดี กสม. เห็นว่า ครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอน อบรมสั่งสอน ควบคุมดูแลและคุ้มครองความปลอดภัยของนักเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน ตลอดจนรักษาระเบียบวินัยและความประพฤติของนักเรียน รับงาน ตรวจงาน และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และต้องมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอนและแก้ไขความประพฤติ ทั้งนี้ การใช้อำนาจในการควบคุมดูแลนักเรียนต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ ดังนั้น หากการลงโทษมีลักษณะเป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายข่มขู่ หรือทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวด ย่อมเกินขอบเขตของการอบรมสั่งสอนและการรักษาระเบียบวินัย จึงไม่สอดคล้องหรือขัดต่อหลักการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 จึงมีมติว่ากรณีตามคำร้องเป็นเรื่องที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว จึงให้ยุติเรื่อง แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกและเพื่อเสริมสร้างระบบการคุ้มครองสิทธิเด็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีข้อเสนอแนะให้โรงเรียนเทศบาลอินทปัญญา วัดใหญ่อินทาราม จัดให้มีมาตรการคุ้มครองและดูแลนักเรียนผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก และป้องกันมิให้ผู้เสียหายต้องเผชิญกับการกระทำหรือสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัว หรือส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจซ้ำ รวมทั้งจัดให้มีกลไกรับแจ้งเรื่องร้องเรียนที่เด็กและผู้ปกครองสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ปลอดภัย และเป็นความลับ

นอกจากนี้ให้เทศบาลเมืองชลบุรี กำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินการด้านวินัยกับครูผู้ถูกร้องให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ประเมินผลการดำเนินมาตรการป้องกันการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาในสังกัดอย่างสม่ำเสมอและนำผลการประเมินไปปรับปรุงระบบป้องกันและเฝ้าระวังการใช้ความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในสถานศึกษาในสังกัด

พร้อมกันนี้ ให้เทศบาลเมืองชลบุรีร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ส่งเสริมสถานศึกษาให้จัดการเรียนรู้และดูแลนักเรียนโดยยึดหลักสิทธิเด็ก และการสร้างวินัยเชิงบวกพร้อมทั้งพัฒนาและเผยแพร่แนวปฏิบัติให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนที่ชอบด้วยกฎหมาย และการห้ามใช้ความรุนแรงต่อเด็ก รวมทั้งจัดให้มีการอบรมและพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิเด็ก หลักสิทธิมนุษยชน และการจัดการพฤติกรรมนักเรียนโดยไม่ใช้ความรุนแรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสม.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.ชี้บริษัทไม่รับผู้ชายทำงานจนท.เงินเดือน เป็นการเลือกปฏิบัติ
กสม.ชี้บริษัทไม่รับผู้ชายทำงานจนท.เงินเดือน เป็นการเลือกปฏิบัติ