"ชัชชาติ" อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ: ร่องมรสุมพ้นแล้ว แต่ปัญหาน้ำขังรอบนอกยังหนัก เตรียมอพยพ 2 หมื่นคนที่ลาดกระบัง พร้อมเร่งระบายและประสานทุกหน่วยงาน
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ไลฟ์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครว่า ตอนนี้ สถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ น่าจะเบาบางลงแล้ว เนื่องจากร่องมรสุมได้ขยับออกไปทางเมียนมา เหลือเพียงฝนที่มาจากลมมรสุมทั่วไปที่เบาถึงปานกลาง และอาจมีฝนตกหนักทางฝั่งตะวันตก เช่น กาญจนบุรีและราชบุรี
นายชัชชาติย้ำว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังยังคงมีอยู่มากในหลายพื้นที่ ระดับน้ำในคลองหลายแห่ง เช่น คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ยังคงสูง โดยเฉพาะถนนวิภาวดี และพื้นที่อย่างวัดนารี, ลาดพร้าว, เสนานิคม และคลองประเวศ ก็ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก การระบายน้ำยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงยังคงไหลเข้ามาเติมคลองอยู่ตลอด ผู้ว่าฯกรุงเทพกล่าวเน้นย้ำว่าต้องเร่งระบายน้ำในคลองแสนแสบ โดยจะไล่ระบายจากตะวันออกไปตะวันตกเพื่อให้ระดับน้ำลดลง ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบายน้ำในซอยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ผมต้องขอความร่วมมือจากประชาชนให้พิจารณาอยู่ในบ้านก่อน หรือดูแลการเดินทางเป็นพิเศษ กต้องจะต้องไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี และจะมีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด” นายชัชชาติกล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 09.50 น. นายชัชชาติได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า แม้ร่องมรสุมจะเคลื่อนตัวออกไปทางเมียนมา ทำให้ฝนในกรุงเทพฯ ลดลง แต่ปริมาณน้ำที่ต้องระบายออกมากถึง 200-300 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้คลองหลายแห่งยังคงเต็มและล้นเข้าท่วมถนนและชุมชน การระบายน้ำยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงยังคงไหลเข้ามาเติมคลองอยู่ตลอด
พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและมีปัญหาน้ำท่วมหนัก ได้แก่ บริเวณใกล้คลองแสนแสบตลอดเส้นรามคำแหงและบางกะปิ, คลองเปรมประชากรบริเวณหลักสี่และเทศบาลสงเคราะห์, และคลองประเวศบุรีรมย์ในเขตพื้นที่ลาดกระบังและสวนหลวง ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่าแม้พื้นที่ชั้นในอย่างเอกมัยจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่พื้นที่รอบนอก อาทิ บางกะปิ อ่อนนุช และรามคำแหง ยังคงมีน้ำท่วมขังในวงกว้าง
นายชัชชาติแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะชุมชนร่มเกล้าในเขตลาดกระบัง ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน และมีผู้ที่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่มากถึง 20,000 คน กทม. ได้ย้ายศูนย์อพยพจากโรงเรียนไปที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) เนื่องจากมีประชาชนมาพักพิงเป็นจำนวนมาก ปัญหาหลักในขณะนี้คือการดูแลผู้อพยพในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และการขนส่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถ GMC จากกระทรวงกลาโหม เนื่องจากระดับน้ำในชุมชนลาดกระบังบางแห่งลึกถึง 1.5 เมตร
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการนำผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่ โดยได้เคลื่อนย้ายไปแล้วประมาณ 40-50 คน แต่ยังคงมีผู้ป่วยติดค้างอยู่ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงได้ที่สายด่วน 1669 และสำหรับปัญหาทั่วไปหรือความช่วยเหลือด้านอาหารที่ 1555
สำหรับมาตรการของ กทม. นายชัชชาติได้ประกาศให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นต้องให้บริการประชาชนสามารถทำงานที่บ้าน (Work From Home) และสั่งปิดโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนรวม 250,000 คน เพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการเดินทาง รวมถึงแนะนำให้ประชาชนพิจารณาทำงานที่บ้านหากเป็นไปได้ และใช้บริการทางด่วนที่รัฐบาลอนุญาตให้ขึ้นฟรี เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร
ในส่วนของสถานการณ์การระบายน้ำ นายชัชชาติคาดการณ์ว่าถนนสายหลักในพื้นที่ลาดกระบังจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่ในส่วนของชุมชนอาจต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วม และทุกหน่วยงานยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงคณะรัฐมนตรีที่ลงมายังศูนย์บริหารจัดการ




