Thai PBS เรียกร้อง ปธ.คตง.ตรวจสอบ ปม สตง.ไขข่าว ข้อมูลสอบรั่ว-ชี้มูล 10 พนักงาน-ชดใช้ 85 ล. สู่สื่อออนไลน์ ตั้งคำถามมาตรฐานการตรวจสอบ รักษาความลับ หวั่นทำองค์กรเสียหาย กระทบสิทธิบุคคลที่ถูกระบุชื่อ ชี้กระบวนการยังไม่สิ้นสุด แต่ข้อมูลหลุดสร้างความเข้าใจผิดวงกว้าง เตรียมยื่นคำร้องต่อ กก.สตง. ตรวจสอบการทำงาน สตง.
สำนักข่าว Next News รายานว่าเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS ได้ทำหนังสือถึง ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องกรณีการดำเนินการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ Thai PBS เห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังมีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 7 และ 8 ตุลาคม 2569 โดยมีการนำเสนอข่าวในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่า สตง. ได้มีคำสั่งชี้มูลความผิดและสั่งการให้ผู้อำนวยการ ตลอดจนพนักงานของ Thai PBS จำนวน 10 ราย ชดใช้เงินจำนวน 85.22 ล้านบาท
Thai PBS ชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาการตรวจสอบ ส.ส.ท. ได้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เคยได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. แต่อย่างใด การที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่สู่สาธารณะทั้งที่กระบวนการพิจารณายังไม่เป็นที่สิ้นสุด ได้สร้างความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กร รวมถึงกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง
Thai PBS จึงได้ขอให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โปรดตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงใน 4 ประเด็น ดังนี้:
การเปิดเผยข้อมูลระหว่างพิจารณา: ข้อมูลการตรวจสอบที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาถือเป็นข้อมูลที่อาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือกระทบสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งกฎหมายห้ามมิให้เปิดเผยหรือเผยแพร่จนกว่าจะได้ข้อยุติ Thai PBS ตั้งคำถามว่าเหตุใดข้อมูลเชิงลึกและรายชื่อบุคคลจึงถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ได้ ทั้งที่กระบวนการตามกฎหมายยังไม่เป็นที่ยุติและหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
มาตรการรักษาความลับของ สตง.: กระบวนการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบเป็นกระบวนการภายในระหว่างหน่วยตรวจกับหน่วยรับตรวจ และกฎหมายกำหนดให้ผู้ว่าการ สตง. ต้องแจ้งข้อบกพร่องและรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยรับตรวจก่อนสรุปผล Thai PBS จึงสอบถามถึงมาตรการและกระบวนการรักษาความลับของข้อมูลในระหว่างการดำเนินการ และเหตุใดจึงปล่อยให้ข้อมูลอันเป็นความลับทางราชการหลุดไปสู่สื่อออนไลน์ได้
การดำเนินการต่อกรณีข้อมูลรั่วไหล: มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินกำหนดให้ผู้ตรวจสอบต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่กฎหมายกำหนด การที่ข้อมูลการตรวจสอบรั่วไหลสู่สาธารณะอาจเกิดจากความจงใจหรือความบกพร่องของ สตง. ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรง และอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 Thai PBS จึงสอบถามว่า สตง. จะดำเนินการต่อกรณีนี้อย่างไร
แนวทางเยียวยาความเสียหาย: ข้อมูลที่เผยแพร่ได้สร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง ทำให้ ส.ส.ท. และบุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อนเสียหาย Thai PBS จึงสอบถามแนวทางแก้ไขเยียวยาความเสียหายและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะองค์กรตรวจสอบสูงสุด
Thai PBS เห็นว่า การที่ข้อมูลผลการตรวจสอบซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการถูกเผยแพร่สู่สาธารณะและระบุรายชื่อบุคคล ทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุดและหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับแจ้งผลอย่างเป็นทางการ เป็นการดำเนินการตรวจสอบที่ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ข้อ 4.5 ความโปร่งใสและการรักษาความลับ ซึ่งกำหนดให้ผู้ตรวจสอบต้องรักษาความลับของข้อมูลอย่างเคร่งครัดและไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล การกระทำดังกล่าวของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ปล่อยให้ผลการตรวจสอบหลุดไปถึงสื่อมวลชนก่อนที่ Thai PBS จะได้รับหนังสือแจ้งผลอย่างเป็นทางการ จึงขัดต่อหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว Thai PBS จึงขอใช้สิทธิในการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 เพื่อให้คณะกรรมการฯ พิจารณาวินิจฉัยการดำเนินการตรวจสอบของ สตง. ต่อไป







