ปชป. ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่น 5 พันล้าน มหากาพย์โกง 4 ชั้น คนจ่ายเงินถึงนายหน้า โยง ขรก.-นักการเมืองใหญ่ จี้รัฐคุ้มครองพยาน ถามทำไม กสถ. บางรายมีประวัติคดีทุจริตสอบ-แฉแต่งตั้งข้าราชการยุค "อนุทิน" ไร้หลักธรรมาภิบาล อ้างโพลชี้อิทธิพลการเมือง-เงินบงการ เรียกร้องยึดคุณธรรมสางปัญหา ย้ำรัฐบาลอย่าปล่อยปลาใหญ่ลอยนวล ตั้งคำถามโยกย้ายข้าราชการพุทธศาสนา อาจแฝงเบื้องหลังลงโทษ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวถึงประเด็นการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งนายพงศกรประเมินว่ามีมูลค่าความเสียหายสูงถึงประมาณ 4,500-5,000 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงถึงความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในยุครัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกุล โดยชี้ว่าขาดซึ่งหลักธรรมาภิบาลและคุณธรรม
ปชป. ชำแหละทุจริตสอบท้องถิ่น: มหากาพย์ 4 ชั้น โยงนักการเมืองใหญ่
นายพงศกร แถลงว่าขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่นมีความซับซ้อนและแบ่งออกเป็น 4 ชั้นหลัก ได้แก่ ชั้นที่ 1 ผู้จ่ายเงิน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สมัครที่ยอมจ่ายเงินเพื่อหวังแก้คะแนนสอบ ซึ่งปรากฏผู้ให้ข้อมูลจำนวนมาก ชั้นที่ 2 นายหน้า ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดหาผู้ที่ต้องการสอบติด รับเงิน และประสานงานต่อ โดยใช้วิธีการเปิดบัญชีร่วมกับผู้จ่ายเงิน วางเงินประกัน และเมื่อแก้คะแนนสำเร็จจึงค่อยลงนามยินยอมให้ถอนเงินและจ่ายเงินเพิ่ม ชั้นที่ 3 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่คุมสอบ ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมและดำเนินการแก้ไขปรับเปลี่ยนคะแนน และชั้นที่ 4 ที่เป็นต้นตอของปัญหา คือกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมกระบวนการทั้งหมดซึ่งมีอิทธิพลในการแต่งตั้งคณะกรรมการการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยทางนายพิทักษ์ เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ยกกรณีของ นายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "นายกภา" และเพิ่งถูกตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสตูลและตำรวจภูธรภาค 9 บุกจับกุมตัวได้ที่หอพักในจังหวัดนครราชสีมา นายณัฐภาพงศ์ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาฉ้อโกง และถือเป็นหนึ่งใน "จิ๊กซอว์" สำคัญของขบวนการเรียกรับเงินสินบนจากการวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีการเรียกเงินรายละหลายแสนบาท เพื่ออ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุได้ แต่สุดท้ายผู้เสียหายไม่ได้รับการบรรจุจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี
นายพงศกรยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กรรมการ กสถ. บางรายที่ได้รับการแต่งตั้ง เคยมีข้อหาทุจริตการสอบท้องถิ่นในครั้งก่อนๆ มาแล้ว แม้บางส่วนจะสู้คดีจนหลุดพ้นไปก็ตาม
"ถ้าวันนี้เราจับแค่คนที่มีรายชื่อกว่า 5,900 ราย สุดท้ายเราก็จับได้แค่ปลาตัวเล็กเอาไปสังเวย แล้วปล่อยให้ปลาตัวใหญ่ลอยนวล กระบวนการยุติธรรมก็จะกลายเป็นเพียงละครปาหี่หลอกประชาชน แล้วคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็จะถูกตัดตอนไปไม่ถึง วันนี้ ป.ป.ช. DSI ต้องเอาจริงเอาจัง เราต้องจับปลาตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังบงการกระบวนการเหล่านี้และเอาติดคุกให้หมด โดยเฉพาะนักการเมืองระดับสูง" นายพงศกรระบุ
พรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาใช้กระบวนการกันไว้เป็นพยานและการคุ้มครองพยาน เพื่อให้ผู้ที่มีข้อมูลจำนวนมากแต่ไม่กล้าให้การกับหน่วยงานรัฐ สามารถออกมาให้เบาะแสได้อย่างปลอดภัย
โดยนายพงศกรยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะปกปิดตัวตนของผู้ให้ข้อมูลและจะปกป้องกลุ่มผู้ให้ข้อมูลได้รับความยุติธรรม พร้อมเน้นย้ำว่า เป้าหมายที่แท้จริงคือการ "เอาปลาตัวใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลังและบงการกระบวนการทุจริตเหล่านี้มาลงโทษให้ได้ ไม่ใช่เพียงแค่จับ "ปลาตัวเล็ก" ไปสังเวยและปล่อยให้นักการเมืองระดับสูงลอยนวล
ปชป. ติงแต่งตั้ง ขรก.ไร้ธรรมาภิบาล: อิทธิพลการเมืองบั่นทอนคุณธรรม
ด้านนายณัฐกานต์ ชูชนะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงถึงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในยุคที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล ดำรงตำแหน่งทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่า การบริหารราชการแผ่นดินควรยึดหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะหลัก "คุณธรรม" ทว่าการแต่งตั้งหลายครั้งกลับไม่เป็นไปตามหลักการนี้
นายณัฐกานต์อ้างอิงผลสำรวจของ IFD Poll หรือโพลจากสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พบว่ากว่า 60% ของประชาชนเชื่อว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากการเมือง ระบบอุปถัมภ์ และเงิน สะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนที่เห็นต่อการแต่งตั้งข้าราชการในยุคนี้รวมถึงยุคที่พรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งหลายครั้งเป็นการแต่งตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือเพื่อวางรากฐานทางการเมือง
นายณัฐกานต์วิจารณ์กรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงที่เหลืออายุราชการยาวนานถึง 8-10 ปี ซึ่งแม้จะไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากปลัดกระทรวงมีวาระ 4 ปีและสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปีโดยมติคณะรัฐมนตรี แต่ก็สร้างความรู้สึกกระทบต่อข้าราชการผู้เสียโอกาสจำนวนมากที่ควรจะได้เลื่อนตำแหน่ง โดยสิ่งเหล่านี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การบริหารงานบุคคลภาครัฐต้องยึดหลักคุณธรรม และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนที่เน้นย้ำให้การแต่งตั้งต้องยึดหลักคุณธรรม ศักยภาพ ผลงาน และความประพฤติ โดยปราศจากอิทธิพลทางการเมืองหรือความคิดเห็นทางการเมืองมาประกอบการพิจารณา
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามว่า ข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยวิธีการดังกล่าว มีศักยภาพหรือความรู้พิเศษกว่าเพื่อนร่วมงานที่อาวุโสเท่ากันหรือสูงกว่าในกระทรวงนั้นๆ หรือไม่ และจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตนเองไม่ใช่ตัวแทนของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดที่มาเพื่อสนองประโยชน์ให้กับการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่ง พร้อมกล่าวเตือนรัฐบาลว่า หากมีการแต่งตั้งคนไร้ความสามารถเพื่อประโยชน์ทางการเมือง สิ่งที่ทำนั้น "น่ารังเกียจไม่แพ้กับการฮั้ว"
นายณัฐกานต์ยังย้อนถึงคำกล่าวของนายอนุทินที่เคยแสดงความอับอายต่อผลการชี้วัดการทุจริตที่สูงในกระทรวงมหาดไทยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยชี้ว่า "จริงๆท่านไม่ต้องอายนะ ท่านไม่ต้องโทษใครนะครับ เพราะว่าท่านคือคนที่แต่งตั้งคนเหล่านั้นเข้ามาเอง" และ "นี่ก็คือผลของการที่ไม่ตั้งคนเก่ง คนดีเข้ามา เป็นตัวแทนของเรา เป็นข้าราชการของเรา" ซึ่งส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ประเทศชาติ และประชาชน ดังที่เห็นการทุจริตในวงราชการกระจายไปทั้งระดับชาติและท้องถิ่น
นายณัฐกานต์เรียกร้องให้รัฐบาลยึดหลักคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะในล็อตใหญ่ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมีฤดูกาลเกษียณอายุราชการ นอกจากนี้ยังได้ตั้งคำถามถึงกรณีการย้ายข้าราชการจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดยะลา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติเดินทางไปลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสงสัยว่าเป็นการย้ายเพื่อลงโทษเจ้าหน้าที่นักวิชาการหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นถือเป็นการผิดหลักรัฐประศาสโนบายที่ต้องส่งคนดีมีความสามารถไปในพื้นที่อ่อนไหว ไม่ใช่ส่งคนไปลงโทษ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรออกมาชี้แจงเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินและต่อพุทธศาสนิกชนทุกคน โดยสรุปแล้ว นายณัฐกานต์ย้ำว่าการบริหารราชการแผ่นดินต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในระบบราชการไทย
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




