News Logo
หน้าแรก
บ.ทวีคูณแจงโดนการเมืองมาเลย์เล่น ต้นเหตุถูกสอบปมส่งปุ๋ยรัฐเคดาห์ล่าช้า

บ.ทวีคูณแจงโดนการเมืองมาเลย์เล่น ต้นเหตุถูกสอบปมส่งปุ๋ยรัฐเคดาห์ล่าช้า

15 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 8 คน

บ.ทวีคูณ สาขาไทย แจงปมการเมืองมาเลย์ ต้นเหตุ บ.สาขามาเลย์สอบ ปมส่งปุ๋ยให้ชาวนารัฐเคดาห์ล่าช้า ยืนยันไม่เกี่ยวข้องปมปุ๋ยโลโก้ Nafas ถูก กอ.รมน.สกัดจับ เป็นสารตั้งต้น IED -ย้ำบริษัทไทยไม่เคยส่งปุ๋ยไปมาเลย์ ส่งแค่สารปรับหน้าดินเท่านั้น

สืบเนื่องจากสำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งมาเลเซีย (MACC) เดินหน้าสอบความล่าช้าในการส่งมอบปุ๋ยจำนวน 282,360 กระสอบ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประมาณ 60,000 รายในรัฐเคดาห์ โดย MACC ได้ระบุชื่อบริษัท Taaveekun Manufacturing Sdn Bhd (ทวีคูณ แมนูแฟคเจอริ่ง ซันเบอร์ฮัด) ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญา จะต้องจัดหาปุ๋ยส่วนประกอบเสริม หรือที่รู้จักกันในชื่อ "บาจา 3" จำนวน 616,015 กระสอบ สำหรับฤดูปลูกแรก (เมษายน-สิงหาคม) แต่จนถึงเดือนกันยายน กลับมีการส่งมอบปุ๋ยเพียง 333,655 กระสอบ ทำให้เกิดการขาดแคลนถึง 282,360 กระสอบ

ขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าความล่าช้านี้อาจเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาสของไทย หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยตรวจยึดปุ๋ยยูเรียสูตรเร่งผลผลิตน้ำหนักรวมกว่า 520 กิโลกรัม โดยยึดได้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ระหว่างการตรวจค้นในพื้นที่อำภูมิตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งปุ๋ยเคมีล็อตดังกล่าวมีสัญลักษณ์โครงการอุดหนุนราคาของรัฐบาลมาเลเซีย และตราสินค้าของเครือข่ายสหกรณ์เกษตรกรแห่งชาติมาเลเซีย (NAFAS) อย่างชัดเจน

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์สอบปุ๋ยหาย 2.8 แสนกระสอบ โยง IEDป่วนใต้?

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์สอบปุ๋ยหาย 2.8 แสนกระสอบ โยง IEDป่วนใต้?

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์สอบปุ๋ยหาย 2.8 แสนกระสอบ โยง IED ป่วนใต้?

จากกรณีดังกล่าวผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ได้สืบค้นข้อมูลจนพบว่าบริษัททวีคูณ แมนูแฟคเจอริ่ง ซันเบอร์ฮัด ที่มาเลเซีย มีบริษัทสาขาในประเทศไทยชื่อว่าบริษัท ทวีคูณ อะโกร (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อเพื่อขอให้ชี้แจงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง มีรายละเอียดดังนี้

เจ้าหน้าที่ของบริษัท ทวีคูณ อะโกร (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจง Next News  ว่าบริษัทของตนเป็นบริษัทสาขาของ ทวีคูณ แมนูแฟคเจอริ่ง ซันเบอร์ฮัดในประเทศมาเลเซียจริง และได้รับทราบถึงข่าวการที่บริษัทแม่ในมาเลเซียกำลังถูกสอบสวนโดย MACC แต่ตนมองว่าน่าจะเกี่ยวกับการเมืองในประเทศมาเลเซียมากกว่า

เจ้าหน้าที่ยังได้ชี้แจงถึงขอบเขตความเกี่ยวข้องของบริษัทในประเทศไทย ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในครั้งนี้ โดยบริษัทในประเทศไทยมีบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบในการส่ง "สารปรับสภาพดิน" ไปยังมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากปุ๋ยเคมีที่กำลังเป็นปัญหา

เจ้าหน้าที่บริษัท ทวีคูณ ยืนยันว่าปุ๋ยเคมีที่มีปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตปุ๋ยเคมีที่ตั้งอยู่ในฝั่งประเทศมาเลเซียโดยตรง ไม่ได้มีกระบวนการผลิตหรือการจัดหาส่วนใดส่วนหนึ่งจากประเทศไทยแต่อย่างใด ส่วนบริษัท ทวีคูณ ในประเทศมาเลเซีย มีบทบาทในการ "วิ่งการตลาด" หรือก็คือการดำเนินการด้านการตลาด การประสานงาน และการทำสัญญาเพื่อจัดหาสินค้าให้กับโครงการอุดหนุนของรัฐบาลมาเลเซีย เมื่อบริษัทได้รับโครงการมาแล้ว ก็จะมีหน้าที่ในการจัดหาปุ๋ยจากโรงงานผู้ผลิตในมาเลเซีย ซึ่งหากโรงงานผู้ผลิตดังกล่าวไม่สามารถผลิตและส่งมอบปุ๋ยได้ทันตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา ก็จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าขึ้นดังที่เป็นข่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่ MACC เข้ามาสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ได้ระบุว่า เกิดขึ้นก่อนที่โครงการจะถึงกำหนดส่งมอบสุดท้าย โดย ณ เวลานั้น บริษัทได้ทำการส่งมอบปุ๋ยไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวน 35,000 ตันที่ต้องส่งมอบ และกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการที่จะส่งมอบส่วนที่เหลือ แต่เมื่อ MACC เข้ามาตรวจสอบ ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลง ส่งผลให้เกิดปัญหาความล่าช้าอย่างที่เป็นประเด็นข่าวในปัจจุบัน

สำหรับประเด็นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ของไทย ได้ทำการตรวจยึดปุ๋ยยูเรียสูตรเร่งผลผลิตน้ำหนักรวมกว่า 520 กิโลกรัม ในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งปุ๋ยดังกล่าวมีสัญลักษณ์โครงการอุดหนุนราคาของรัฐบาลมาเลเซีย และตราสินค้าของเครือข่ายสหกรณ์เกษตรกรแห่งชาติมาเลเซีย (NAFAS) อย่างชัดเจนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทวีคูณ อะโกร (ประเทศไทย) ยืนยันว่า "ยังไม่ได้รับข่าว" หรือไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์การตรวจยึดในฝั่งประเทศไทยแต่อย่างใด และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคที่จะมีการส่งออกปุ๋ยจากไทยเข้าไปมาเลเซียและลักลอบส่งกลับมาไทยอีกทีหนึ่ง เจ้าหน้าที่บริษัทกล่าวว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการลักลอบเกิดขึ้น หากมีการพบปุ๋ยลักษณะดังกล่าวในประเทศไทยจริง ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าปุ๋ยเหล่านั้นจะเป็นปุ๋ยที่ "ลักลอบนำกลับ" เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากภายหลังจากที่บริษัทได้ทำการส่งมอบปุ๋ยให้กับชาวบ้านหรือเกษตรกรในประเทศมาเลเซียตามโครงการอุดหนุนของรัฐบาลแล้ว บริษัทฯ จะหมดความรับผิดชอบและไม่สามารถควบคุมการนำปุ๋ยเหล่านั้นไปใช้หรือเคลื่อนย้ายหลังจากนั้นได้ ซึ่งบางครั้งชาวบ้านหรือเกษตรกรที่ได้รับปุ๋ยอุดหนุนก็อาจจะนำปุ๋ยเหล่านั้นไปแอบขายต่อ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อยู่นอกเหนือการควบคุมและการรับผิดชอบของบริษัทอย่างสิ้นเชิง

“ทางฝั่งผมขายไปแล้ว ผมไม่รับรู้แล้วว่า ใครจะเอาไปทำอะไร ผมก็ไม่ทราบตรงนั้น บางที ชาวบ้านรับสินค้าไปแล้ว ชาวบ้านไม่เอาไปใช้แต่เอาไปแอบขาย อันนี้เราก็ไม่ทราบ” เจ้าหน้าที่บบริษัทกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์ใต้



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนโทษ! คุก 5 ปี อดีตปลัด อบต.ท่าชัย ชัยนาท ฉ้อโกงเรียกเงินผู้รับเหมา
ยืนโทษ! คุก 5 ปี อดีตปลัด อบต.ท่าชัย ชัยนาท ฉ้อโกงเรียกเงินผู้รับเหมา