จีนจะได้อะไรจากทริปเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ ? คำตอบคือ สีจิ้นผิง ได้ชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ตั้งแต่ซีนแรกที่เหยียบแผ่นดินอเมริกา 🇺🇸 #ทรัมป์ และภรรยามารับที่สนามบินด้วยตัวเอง (ปกติ ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่ทำเช่นนี้) และจีนได้รับการปฏิบัติในสถานะ The Great Power ทัดเทียมกับสหรัฐฯ !!
นี่คือ message ที่มีนัยต่อการเมืองภายในของจีนและเวทีระดับโลก #พรรคคอมมิวนิสต์จีน ต้องการนำภาพเชิงสัญลักษณ์นี้ไปใช้สื่อสารให้กับคนจีนทั้งประเทศได้ภาคภูมิใจในตัวผู้นำสูงสุดของพรรคฯ (เพื่ออยู่ในอำนาจต่อไปอีกวาระ) และเพื่อให้ทั้งโลกได้รู้ว่า “ประเทศคอมมิวนิสต์จีน ผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจที่ทัดเทียมกับสหรัฐฯ ได้อย่างแท้จริงแล้ว”
การเยือนครั้งนี้จึงมี #ความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ สำหรับสีจิ้นผิง โดยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีผลการประชุมที่มีสาระสำคัญอะไรมากนัก
ในการเยือนสหรัฐฯครั้งนี้ จีนยังต้องการให้ทรัมป์ยืนยันถึงกรอบความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯที่สีจิ้นผิงเป็นฝ่ายนิยามคำเรียกใหม่ว่า "Constructive Strategic Stability" (中美建设性战略稳定关系 Zhōng měi jiànshè xìng zhànlüè wěndìng guānxì)
สำหรับประเด็นสำคัญยิ่งยวดในใจของแต่ละฝ่าย มีดังนี้
ในมุมทรัมป์ ต้องการให้สีจิ้นผิงช่วยพูดเคลียร์กับ #อิหร่าน เพื่อจะได้จบสงครามที่ยืดเยื้อซะที (คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงระนาวด้วยความผิดพลาดเรื่องอิหร่าน)
ในมุมสีจิ้นผิง ต้องการทำให้ทรัมป์ ไม่ขวาง ในประเด็น ไต้หวัน (เป้าหมายสีจิ้นผิง คือ การทำภารกิจ #รวมชาติ ให้จบในยุคที่ทรัมป์ยังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะจีนน่าจะเคลียร์ได้ง่ายกว่าคนอื่นขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ)
ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น การขยายเวลาพักรบสงครามภาษี ประเด็นแร่หายาก ประเด็น AI และอื่นๆ ก็เป็นแค่เรื่องที่พอจะต่อรองกันได้ จีนอาจจะยอมให้สหรัฐฯ มากหน่อย เพื่อซื้อใจ ทรัมป์ (จะได้เอาไปอวดโม้เรียกคะแนนนิยม เพื่อผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ) แต่ เป้าหมายใหญ่ของจีน คือ อย่ามาขวางภารกิจรวมชาติกับไต้หวัน !!
“ความชื่นมื่นที่เห็นเป็นแค่เกมซื้อเวลา มันเป็นไปไม่ได้ที่โลกจะมีพระอาทิตย์สองดวง อยู่บนฟ้าเดียวกัน”
ประเด็นสำคัญปิดท้าย ในการมาพบปะเจอกันบ่อยระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ แม้จะมีซีนของสองผู้นำที่ดูเสมือนจะ ชื่นมื่น มากแค่ไหน แต่มันก็เป็นแค่ เกมซื้อเวลา ของสองมหาอำนาจเท่านั้น ลึกๆ แล้ว ทั้งคู่ยังมีความหวาดระแวงต่อกัน ต่างฝ่ายต่างต้องการเป็น เบอร์หนึ่ง ของโลก มันเป็นไปไม่ได้ที่โลกจะมี พระอาทิตย์สองดวง อยู่บนฟ้าเดียวกัน !!
Note : สีจิ้นผิงค่อนข้างประสบความสำเร็จในการกล่อมทรัมป์ จากทริปเยือนปักกิ่งในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ หลังจบทริป ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox ว่า “จีนเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีอำนาจมาก ในขณะที่ไต้หวันเป็นเพียง #เกาะเล็กๆเท่านั้น ทรัมป์จึงไม่ต้องการ "เดินทางไกลถึง 9,500 ไมล์เพื่อทำสงคราม" ในขณะที่ไต้หวันอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของจีนเพียง59 ไมล์"
ทรัมป์กล่าวหาอีกว่า “ไต้หวันแย่งชิงอุตสาหกรรมชิปของเราไป" และหลังจากทริปปักกิ่ง ทรัมป์กำลังชะลอ การขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ทั้งๆ ที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรสแล้ว มูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์




