News Logo
หน้าแรก
กำเนิดอุดมศึกษาของโลก​อยู่ทีไหนกันแน่?

กำเนิดอุดมศึกษาของโลก​อยู่ทีไหนกันแน่?

28 เม.ย. 2569 16:36
ผู้ชม 10 คน

วันก่อนผมเขียนว่า​ ณ​ เวลานี้​ โลกเรามาถึงจุดที่การผูกขาดหรือชี้นำทางความคิด​ ทางทฤษฎี​-​ภูมิปัญญาของโลกทั้งมวล​ โดยเครือข่ายแวดวงวิชาการ​ หรือสถาบัน​ หรือชาติอำนาจ​ตะวันตก​ นั้นสิ้นสุดลงแล้ว​ นำมาสู่การเขียนในวันนี้​ คือถ้าเรายังคงติดอยู่ในกับดัก​ที่"ตามตะวันตก"​ เหมือนงมงาย​ ไม่ลืมหูลืมตากับเทรนด์ใหม่​ ก็ย่อมเชื่อว่าอุดมศึกษานั้นมีกำเนิดในตะวันตก​ เป็นผลิตผล​หรือนวัตกรรมของฝรั่ง​ ดังนั้น​ หลักการ​ ปทัสถาน​กฏเกณฑ์​ กติกาก็ยังต้องยึดเอาตะวันตกเป็นสรณะต่อไป​ ไม่กล้าออกนอกกรอบตะวันตก​ ทั้งที่ตะวันตกนั้นกำลังช้าลง​ อ่อนแอลง​และไปผิดทิศผิดทาง

เรานั้นเชื่อตามหนังสือและงานวิจัยของฝรั่ง​ มานานว่า​ เริ่มเดิมที​ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกอยู่ที่เมืองโบโลญญา ปารีส หรือ​ ออกซฟอร์ด เป็นต้น​ เมื่อประมาณหนึ่งพันปีมาแล้ว​

เรามองว่า​ ตะวันตก​อันมีอังกฤษ​ ฝรั่งเศส​ และอเมริกา​ เป็นผู้นำหน้า​เป็นครู​ของเรา​ เป็นศูนย์กลางอารยธรรมสมัยใหม่มานาน แต่วันนี้หากลองถอดแว่นตะวันตกออก จะพบว่าเรื่องเล่านี้เปรียบได้กับการขโมยประวัติศาสตร์ทางปัญญาครั้งสำคัญ

ไปจากจีน​ อินเดีย​ และอิสลาม​ โดยแท้

มหาวิทยาลัยความจริงไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของยุโรป หากเรามอง “มหาวิทยาลัย” ในความหมายของสถาบันที่มีการเรียนการสอนขั้นสูง มีคณาจารย์ มีหลักสูตรหลากหลาย มีการสอบประเมินเพื่อรับรองคุณวุฒิ และเป็นที่พำนักรวมตัวของนักวิชาการรวมทั้งที่มาจากต่างแดน จะพบว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในซีกส่วนโลกอื่นก่อนยุโรปหลายศตวรรษ

อินเดีย: ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนา นาลันทานั้น​ อุบัติ​ ขึ้นก่อนมหาวิทยาลัยใดๆที่เก่าแสนเก่า​ในยุโรปห้าหกร้อยปี​ นาลันทาตั้งขึ้นมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10 คือมหาวิทยาลัยในทุกมิติ มีการสอบเข้า การพำนักประจำ มีนักศึกษาและอาจารย์นับพันจากทั่วเอเชีย และมีหลักสูตรคลุมทั้งตรรกศาสตร์ ไวยากรณ์ แพทยศาสตร์ และปรัชญา

อินเดียโบราณนั้นยังมีสำนักตักศิลาที่เก่ากว่านาลันทาอีกหลายร้อยปี​ ด้วยซ้ำ​ ดำเนินกิจการในลักษณะเดียวกันอีก

สอนทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับพราหมณ์และพุทธรวมทั้งเป็นแหล่งค้นคว้าและพัฒนาภาษาสันสกฤตให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมา

โลกอิสลาม: อัลอัซฮัรในไคโร ก่อตั้งในปี ค.ศ. 970 และอัลกอรอวียีนในเมืองเฟส ประเทศโมร็อกโก (ค.ศ. 859) คือสถาบันอุดมศึกษาที่มีอาคารถาวร ห้องสมุด และระบบอาจารย์ที่ได้รับค่าจ้างเพื่อสอนวิชากฎหมาย เทววิทยา การแพทย์ และดาราศาสตร์ ระบบ “มัดราซะฮ์” (madrasa) นี้เองที่ใช้วิธีการมอบประกาศนียบัตร (ijāzah) เพื่อรับรองว่าผู้เรียนได้รับความรู้จากครูโดยตรง ซึ่งมีลักษณะไม่ต่างจากการให้ปริญญาในปัจจุบัน

จีน: จีนมี สำนักศึกษาไท่เสวีย (Imperial Academy) มาตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น (ตั้งแต่ร้อย​ สองร้อยปี​ ก่อนคริสตกาล​ เก่าแก่กว่ามหาวิทยาลัยแห่งแรกของยุโรปนับพันปี​ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมคนเข้ารับราชการ​ ผ่านการสอบคัดเลือก ต่อมาจีนยังมี “ซูเอวี้ยน” (Shuyuan) หรือบัณฑิตยสถาน เช่นสำนัก เยว่ลู่ (ก่อตั้ง ค.ศ. 976) ที่รวมการสอน การค้นคว้า​วิจัย และการห้องสมุดไว้ด้วยกัน

แล้ว โบโลญญา ปารีส ออกซฟอร์ด ที่ยุโรปคืออะไร? คำตอบคือ มันคือมหาวิทยาลัยรูปแบบเฉพาะของยุโรปที่พัฒนามา “ทีหลัง” โดยเน้นสถานะทางกฎหมายในฐานะที่เป็นสมาคมวิชาชีพ (guild) ของครูหรือผู้เรียน มีอิสระจากรัฐพอควร​ ซึ่งสามารถประสาทปริญญาได้อย่างเป็นทางการ และนี่คือรูปแบบองค์กรที่เข้มแข็งรูปแบบหนึ่ง ผมยอมรับ​ แต่นั่นย่อมไม่ใช่จุดเริ่มต้นจุดเดียวของอุดมศึกษาของโลก

ยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังชี้ว่า ระบบวิทยาลัยที่นักศึกษาต้องพำนักด้วย (residential college) ซึ่งเป็นหัวใจของออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์นั้น ก็มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับตัวอย่างหรืออิทธิพลจากระบบ “วักฟ์” (มูลนิธิทรัพย์สินเพื่อการกุศล) ในโลกอิสลาม ที่ใช้สร้างและบำรุงมัดราซะฮ์ ที่มีรูปแบบเป็นอาคารเรียนที่มีหอพัก อาจารย์​ร่วมกัน และยังมีกองทุนอิสระสนับสนุน​เลี้ยงดู อาจารย์และส่งเสริมวิชาการ​ residential colleges จึงเกิดจากการหยิบยืมหรือแลกเปลี่ยน​ ขอตัวอย่างจากวัฒนธรรมอื่นๆด้วย​ ไม่ใช่เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาเองในยุโรปเสมอไป

เรื่องเล่าที่ว่ามหาวิทยาลัยโบโลญญา หรือปารีส​ หรือ​ ออกซฟอร์ด​ คือ มหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก​ จึงถูกสร้างขึ้นด้วยการจำกัดความอย่างคับแคบ ยึดเอานิยามทางกฎหมายแบบยุโรปเป็นไม้บรรทัด แล้วใช้ไม้บรรทัดนั้นวัดคนอื่นให้ “ไม่เข้าเกณฑ์” และ "ไม่ทันสมัย"​ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เราเรียกว่ามหาวิทยาลัยนั้น​ ที่จริงคือสมบัติร่วมของยูเรเชีย--ยุโรปและเอเชีย--ที่สั่งสมและส่งต่อกันมานับพันปี

การบอกว่าตะวันตกเป็นผู้ “ประดิษฐ์” คิดสร้าง มหาวิทยาลัยให้แก่โลก จึงเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความจริง มันคือการหักลบเครดิตจากนาลันทา อัลอัซฮัร และเยว่ลู่ อย่างเงียบ ๆ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะคืนประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องกว่าสู่โลกทั้งใบ และรับรู้กันว่าสถาบันอุดมศึกษาแห่งมนุษยชาตินั้นมีกำเนิดจากปัญญาร่วมกัน ของเอเชียและยุโรปไม่ใช่ของผู้ใดผู้เดียว​

แน่นอน​ บทสรุปคือเราไม่จำเป็นจะต้องเลิกเรียนรู้จากฝรั่ง​ แต่ต้องกล้าสร้างความรู้จากขนบและความคิดหรือประสบการณ์แบบไทย​ หรือแบบ​อื่นใดที่ไม่ใช่ตะวันตกเพียงอย่างเดียวด้วย​ จะต้องออกจากกรอบ​ ปัญญา​ วิชาการ​ กรอบอุดมศึกษา​ กรอบการวิจัยและนวัตกรรม​ ที่มีเพียงตะวันตกเป็นอุดมคติ​ เป็นมาตร​ เป็นเกณฑ์​ เป็นเข็มทิศ​ เท่านั้น​ ไม่มากก็น้อย​ แต่ใจผมนั้นคิดว่าต้องออกมาไม่น้อย​ เพื่อเราจะตามหรือร่วมนำโลกที่กำลังแตกแยกปั่นป่วน​ ขับเคี่ยว​ ทำสงคราม​ จัดกำลังใหม่​ จัดขั้วใหม่​ ให้ทัน​กาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดอะไรขึ้นที่ ‘ซีพีออลล์’กรณีการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา
เกิดอะไรขึ้นที่ ‘ซีพีออลล์’กรณีการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา