News Logo
หน้าแรก
จีนต้องเพิ่มบทบาทอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

จีนต้องเพิ่มบทบาทอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

7 มี.ค. 2569 08:40
ผู้ชม 55 คน

จนถึงปัจจุบัน (6 มี.ค. 2569) การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ/อิสราเอล กับ อิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีที่จะยุติในอนาคตอันใกล้

ยิ่งล่าสุดเมื่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนสหรัฐฯ ลงมติคว่ำร่างกฏหมายที่จำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการสั่งการให้ใช้กำลังทหารในต่างประเทศโดยไม่ผ่านรัฐสภา ยิ่งทำให้โอกาสที่แรงกดดันภายในประเทศของสหรัฐฯ จะช่วยเร่งให้สงครามยุติเร็วขึ้นยิ่งดูห่างไกลมากขึ้นไปอีก

ส่วนอิสราเอลนั้น เป้าหมายที่จะบดขยี้อิหร่านให้เสียหายจนยากจะเยียวยา เป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอดไม่เคยมีการแกว่งตามกระแสการเมืองเหมือนในสหรัฐฯ

@ ศักยภาพในการขยายตัวเป็นสงครามภูมิภาค

จากการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 7 ดูเหมือนว่ากองกำลังฝ่ายสหรัฐฯ/อิสราเอลจะสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้เกือบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การโจมตีกว่า 2,500 เที่ยวยังไม่มีการสูญเสียเครื่องบินแม้แต่ลำเดียว (เครื่อง F-15 ของสหรัฐฯ 3 ลำถูกยิงตกที่คูเวต เป็นความผิดพลาดจากการยิงโดยพวกเดียวกัน)

ล่าสุดสหรัฐฯ ขยายเวทีการสู้รบจากทางอากาศไปสู่ทางทะเล โดยได้จมกองเรือรบของอิหร่านไปแล้วกว่า 20 ลำ รวมถึงเรือฟรีเกต 1 ลำ ที่อยู่ในทะเลระหว่างประเทศนอกฝั่งศรีลังกา ห่างจากอิหร่านกว่า 1,000 ไมล์ทะเล อันแสดงถึงว่าพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ขยายตัวไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ส่งผลให้อินเดียซึ่งเสมือนผู้ดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ดีงกล่าวต้องเร่งหามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม

ก่อนหน้านั้น อิหร่านก็ได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีกลุ่มประเทศอาหรับในตะวันออก กลางที่มีฐานทัพสหรัฐฯและอังกฤษตั้งอยู่ พร้อมทั้งขยายไปถึงไซปรัส ตุรกีและอาเซอร์ไบจาน ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้เริ่มพิจารณาตอบโต้ทางทหารกับอิหร่าน ซึ่งจะเป็นการรุมกินโต๊ะอิหร่านและสร้างความชอบธรรมให้สหรัฐฯและอิสราเอล

@ ผลประโยชน์และท่าทีของจีนต่อสงครามอิหร่าน

ในเบื้องต้น ทั้งจีนและรัสเซียต่างมีแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังรุกรานประเทศอธิปไตยโดยไม่คำนึงถึงกฏหมายระหว่างประเทศและบทบาทของสหประชาชาติ แต่ก็ไม่มีมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรมที่จะช่วยหาข้อยุติในสงครามครั้งนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อสงครามลุกลามไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของจีน และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการขนส่งพลังงานออกจากภูมิภาค (20% ของพลังงานที่ใช้ในโลกโดยรวม) โดยประเมินว่า 90% ของพลังงานที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุสถูกส่งไปยังประเทศเอเชีย (อีก 10% ไปยุโรป) และ 40% ของการนำเข้าพลังงานจีนมาจากช่องทางนี้ ดังนั้น หากสถานะการณ์ยืดเยื้อหาจุดจบไม่ได้เช่นนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนย่อมจะมีมูลค่ามหาศาล

ยิ่งตอนนี้จีนต้องเร่งรับมือกับปัญหาการค้าและการลงทุนเพื่อรักษาระดับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไม่ให้ต่ำกว่า 4.5-5% การยุติการสู้รบและหาทางคลี่คลายสาเหตุของความขัดแย้งได้เร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์กับจีนเท่านั้น

@ จีนจะทำอะไรได้บ้างในปัญหานี้

ฉากทัศน์ที่น่าจะเป็นไปได้ คือ จีนตระหนักว่าสิ่งแรกยที่ต้องรีบแก้ไขคือ ทำอย่างไรไม่ให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งหมายถึงความจำเป็นที่ต้องลดความตึงเครียดของสถานะการณ์ระหว่างอิหร่าน-ประเทศอาหรับให้ได้เร็วที่สุด

ตามข้อเท็จจริง การโจมตีฐานทัพงและที่พักพิงของทหารสหรัฐฯ ที่ผ่านมายังไม่ได้ก่อความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากนัก(ต้องการผลทางสัญลักษณ์มากกว่า) ดังนั้น หากจีนจะใช้พลังการเจรจาโน้มน้าวที่มีอยู่มหาศาลให้ประเทศอาหรับชะลอแผนการตอบโต้ทางทหารต่ออิหร่าน เพื่อลดการลุกลามของสถานะการณ์(จนควบคุมไม่ได้)

แลกกับการระงับการโจมตีประเทศอาหรับอื่นๆ พร้อมกับให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยกเลิกการปิดช่องแคบฮอร์มุส ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของจีนในฐานะคนกลางผู้ประสานประโยชน์และการเป็นพลังที่สร้างความสมดุลของภูมิภาค (regional stabilizing force) มีความสูงเด่นขึ้นทันที

ประเทศอาหรับเองก็อาจจะกำลังหาทางลงที่ไม่เสียหน้าจากการถูกโจมตี ทั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาจีนมีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้มีการปรับความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับซาอุดีฯ จนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมาแล้ว และหากประเทศอาหรับสามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับอิหร่านได้ระดับหนึ่ง (ในฐานะประเทศมุสลิมด้วยกันและมีอิสราเอลเป็นศัตรูร่วม) เกินดุลยภาพความมั่นคงของตะวันออกกลางก็จะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือและจะเป็นการลดทอนอำนาจสหรัฐฯกับอิสราเอลในฐานะอำนาจสูงสุด(dominant force) ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม (หมายเหต: ประเทศอาหรับไม่มีปัญหากับบทบาทในภูมิภาคของสหรัฐฯ แต่การรวมพลังอำนาจสหรัฐฯกับอิสราเอลเพื่อครอบครองภูมิภาคเป็นเรื่องรับไม่ได้)

ทั้งนี้ ในส่วนของอิหร่าน การโจมตีประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ เป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันให้ประเทศเหล่านี้ไปผลักดัีนสหรีัฐฯ ให้ยุติการรุกรานอีกทีหนึ่ง แต่เมื่อผลที่ได้รับออกมาตรงกันข้ามกับที่คาดหมาย การยินยอมตามจีนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญก็น่าจะเป็นทางลงที่ดี และยุงังเป็นการช่วยประหยัดยุทโธอาวุธในคลังที่เริ่มร่อยหรอไปอย่างรวดเร็ว โดยการเลี่ยงการเปิดศึกหลายด้านอีกด้วย

นอกจากนี้ ความสำเร็จในการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุส เพื่อการขนส่งพลังงานของโลกและการยกสถานะการเป็นพันธมิตรที่อิหร่านเกรงใจจะช่วยเพิ่มอำนาจในการเจรจาในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์สำคัญของจีน อื่นๆ เพราักวในช่วงการเยือนจีนของทรัมป์ ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. 2569 อีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม
วิกฤตซ้ำ “ตั๋วแพง” เที่ยวบินยกเลิก เบรกขึ้นค่าธรรมเนียม