News Logo
หน้าแรก
อิสราเอลตัวแปรสำคัญในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน

อิสราเอลตัวแปรสำคัญในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน

10 เม.ย. 2569 17:08
ผู้ชม 6 คน

ในวันอังคารที่ผ่านมา (7 เม.ย.2569) ก่อนเส้นตายที่สหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านต้องเปิดให้มีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซไม่ถึง 2 ชม.

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อนำเอาเสนอของทั้งสองฝ่ายมาหารือในรายละเอียดกัน ทำให้หายนะจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โดยสหรัฐฯ ได้รับการปลดชนวนไปชั่วคราว และนำไปสู่ความหวังว่าปัญหาอิหร่านจะสามารถแก้ไขได้ด้วยสันติวิธี

การเจรจาโดยตรงระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านจะมีขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานในวันที่ 11 เม.ย. 2569 สหรัฐฯ นำทีมโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนส์ ส่วนอิหร่านนำโดยนาย โมฮัมหมัด กาลีบัฟ ประธานรัฐสภา โดยจะนำข้อเสนอ 15 ประการของสหรัฐฯ และข้อเสนอ 10 ประการของอิหร่านมาหารือกัน เพื่อหาจุดร่วมและต่อรองในจุดต่าง เป้าหมายเพื่อจัดทำความตกลงสันติเพื่อยุติการสู้รบในที่สุด

หลังการประกาศหยุดยิงชั่วคราวโดยสหรัฐฯ ฝ่ายอิหร่านก็ตอบสนองโดยการอนุญาตให้เรือวิ่งผ่านช่องแคบโดยไม่มีการสกัดกั้น แต่ไม่ถึง 24 ชม.อิหร่านก็ทำการปิดกั้นการเดินเรืออีกครั้งหนึ่ง

เนื่องอิสราเอลเปิดการโจมตีครั้งใหญ่ในภาคใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นที่มั่นของกองกำลังฮิสบุลลาห์พันธมิตรใกล้ชิดของอิหร่าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับพันคน ฝ่ายอิหร่านจึงถือว่า เป็นการแสดงความไม่จริงใจในการเจรจาของฝ่ายสหรัฐฯ (ผ่านอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่ร่วมทำสงครามกับอิหร่าน) แสดงถึงความเปราะบางของการเจรจาความตกลงสันติภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในชั้นนี้ เราจึงควรมาค่อยๆทำความเข้าใจกันในข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายที่มีประเด็นที่เป็นอ่อนไหวและสาธารณะอาจยังมีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจน ดังนี้

1)ข้อเสนอ 15 ประการของสหรัฐฯและข้อเสนอ 10 ประการของอิหร่านที่ปรากฏในสาธารณะนั้นล้วนแต่เป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อเสนอทางการ ดังนั้น รายละเอียดบางอย่างจึงยังดูสับสน

2)โดยรวม ประเด็นที่สหรัฐฯให้ความสำคัญสูงสุดคือ เรื่องความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการปิดช่องแคบฮอร์มุส รองลงมาก็เป็นเรื่องขีปนาวุธและการยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค

3)ประเด็นสำคัญของฝ่ายอิหร่านอยู่ที่ การรับประกันว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านด้วยกำลังในอนาคต การชดเชยความเสียหาย การยุติโจมตีกองกำลังพันธมิตรใกล้ชิดอิหร่าน(ฮิสบุลลาห์ ฮามาส และฮูตี) สิทธิในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ และช่องแคบฮอร์มุส

4)เรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกนั้น จริงๆแล้วในการเจรจาที่โอมานเป็นคนกลาง 3 ครั้งก่อนสงครามนั้น ดูเหมือนว่าใกล้จะบรรลุความเข้าใจร่วมกันมากแล้ว แต่มีการตัดสินใจใช้กำลังโจมตีอิหร่านเสียก่อน

ผู้เจรจาหลักของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ทั้งนาย คุชเนอร์ (Khusner) และนาย วิทคอฟ (Witkoff) ต่างก็เป็นผู้เจรจาชุดเดิม ขณะที่อิหร่านยืนยันท่าทีมาตลอดว่าไม่มีเป้าหมายในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จึงน่าจะหาท่าทีร่วมกันได้

5)เรื่องที่ผูกอยู่กับการเจราเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างแนบแน่นคือ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในกรอบต่างๆ โดยการยินยอมในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านก็เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรนั่นเอง

6)ส่วนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่อิหร่านถูกโจมตีแล้ว อันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสหรัฐฯ แต่อิหร่านก็ได้พิสูจน์ศักยภาพของตนว่า สามารถคุมการเข้า-ออกช่องแคบได้โดยสมบูรณ์และสหรัฐฯเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก

ดังนั้น ช่องแคบฮอร์มุซจึงถือเป็นไพ่ตายในการเจรจาต่อรองของอิหร่าน วัตถุประสงค์เพื่อชูประเด็นความสำคัญของอิหร่านต่อเศรษฐกิจโลกและค่าผ่านทางที่เก็บก็จะเป็นแหล่งรายได้เป็นที่นำมาใช้ฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม

อีกทั้งการควบคุมช่องแคบยังมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้ประเทศอาหรับเพื่อนบ้านที่ผ่านมาไม่ค่อยลงรอยกับอิหร่านจะต้องให้ความเกรงใจอิหร่านมากขึ้น (เพราะคุมประตูเข้า-ออกสินค้ากว่า 90%)

7)สำหรับการพัฒนาขีปนาวุธและการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธของมุสลิมชิอะห์ในภูมิภาคนั้น จริงๆแล้วเป็นประเด็นความมั่นคงของอิสราเอลมากกว่า

แต่จากการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่หลังการประกาศหยุดยิง (เพื่อตอบโต้ฮิสบุลลาห์)โดยตีความเองว่าเลบานอนไม่อยู่ในกรอบการเจรจา ทั้งที่ปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางการเจรจารอบนี้ยืนยันว่าอยู่ในวาระการเจรจามาตลอด ชี้ให้เห็นว่าอิสราเอลจะมีศักยภาพสำคัญในการเป็นผู้ล้มการเจรจาได้ไม่ยาก

8)เรื่องที่ยากที่สุดเรื่องหนึ่งในการเจรจาน่าจะอยู่ที่การถอนกำลังทหารสหรัฐฯออกจากฐานทัพในภูมิภาค เพราะเป็นข้อเสนอฝ่ายเดียวของอิหร่าน และเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจอธิปไตยของประเทศเหล่านั้นด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่สหรัฐฯ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้คือ หากสหรัฐฯ ถอนตัวแล้วจีนอาจเข้ามาแทนที่

สรุปได้ว่า ในห้วงเวลา 2 สัปดาห์น่าจะไม่เพียงพอที่จะให้สองฝ่ายบรรลุความตกลงกันได้ครบทุกเรื่อง

แต่สุดท้ายแล้วเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซคงต้องมีความสำคัญอันดับแรก ซึ่งจะต้องมาพร้อมกับเรื่องสิทธิในการควบคุมดูแลและเก็บค่าผ่านทาง โดยต้องหาข้อยุติเรื่องการห้ามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อแลกเปลี่ยนกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรไปพร้อมๆกัน

โดยความสำเร็จหรือล้มเหลวของการเจรจาจะขึ้นกับว่า สหรัฐฯ สามารถควบคุม/โน้มน้าวอิสราเอลให้สนับสนุนการเจรจาสันติภาพได้มากแค่ไหน

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขออย่าให้เป็น สงกรานต์ สุดท้ายของใครเลย
ขออย่าให้เป็น สงกรานต์ สุดท้ายของใครเลย