โครงการ TH-Ai Passport กระตุกสังคมให้ตั้งคำถามมากมายว่าโปร่งใสและคุ้มค่าจริงหรือ หลายวันก่อนสื่อมวลชนตั้งคำถามอีกว่า “ทำไมหลายโครงการรัฐ ถึงมีเอกชนมาเขียนทีโออาร์ให้” ฟังแล้วผมมีคำตอบ 2 มุมที่เป็นความจริงทั้งคู่
มุมแรก คือหลักการ
เจ้าหน้าที่รัฐในฐานะผู้ซื้อไม่ได้มีความรู้ไปทุกเรื่อง และยังต้องข้อมูลที่อัพเดทเพื่อกำหนดราคากลาง สเปก และเงื่อนไขตลาดของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ให้ตรงกับสภาพปัจจุบัน เมื่อเทียบกับความต้องการและวงเงินที่มี ดังนั้นจึงต้องเชิญเอกชนมาพบ
ทางด้านเอกชนก็ยินดีช่วยเพื่อหวังโอกาสทางการค้า เพราะอย่างน้อยก็รู้ความต้องการซื้อล่วงหน้าและสามารถป้อนข้อมูลของตนให้ผู้ซื้อเข้าใจ
มุมที่สอง คือด้านมืดที่รู้กันทั่วไป
การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีเวลาเขียนทีโออาร์หรือไม่มีความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก่อน เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ในชีวิตจริงมันมีเบื้องหลังที่มาพร้อมคอร์รัปชัน นั่นคือ
มีการวางแผนร่วมกับเอกชนเพื่อล็อคสเปกหรือผูกเงื่อนปมในทีโออาร์ ให้พวกตนได้เปรียบในการประมูลงาน และมีกำไรมากพอนำมาแบ่งปันกัน
เกิด “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” ในกรณีที่เอกชนได้เตรียมสินค้าหรือบริการไว้แล้ว เมื่อตกลงกับผู้มีอำนาจสำเร็จ ขั้นต่อไปต้องให้เอกชนรายนั้นมาร่วมเขียนเขียนทีโออาร์ในส่วนที่เกี่ยวกับ “เทคนิค” เพราะเขารู้ตื้นลึกหนาบางของเทคโนโลยี ตลาดและการแข่งขันของสินค้านั้นดี รวมถึงรู้กลวิธีปกปิด ซ่อนปม กีดกันคู่แข่งขัน กำหนดเงื่อนไขและตั้งงบประมาณให้สูงสุดกู่
เทคนิคการเขียนทีโออาร์ให้ขายสินค้าได้ราคาแพง
สิ่งที่ได้ฟังจากแวดวงธุรกิจและพบเห็นบนสื่อออนไลน์เสมอ คือ “ทีโออาร์เป็นเข็มทิศและทางเดินในการจัดซื้อ จงเขียนให้เปิดกว้าง เข้าข้าง มีทางออกให้ตนเองเสมอ”
ดังนั้น ต้องเขียนสเปคให้สูงกว่า ฟังดูแตกต่างและพิเศษกว่า ใช้ชื่อสินค้าและลักษณะคุณสมบัติแปลกๆ เขียนนอกกรอบที่คุ้นเคยของราชการ เพื่อให้คนอื่นสับสนหาข้อมูลเปรียบเทียบยาก
เข้าใจได้ว่า การที่เอกชนเขียนได้เก่งและรวดเร็วเพราะมีแรงจูงใจทางธุรกิจและมีบุคลากรที่ช่ำชองในสินค้าและบริการของเขา ถ้าหากเป็นโครงการมูลค่าสูงเขายังสามารถระดมความร่วมมือจากซัพพลายเออร์ในตลาด หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักกฎหมายมาสนับสนุน อย่าลืมว่า พวกเขาใช้เวลาวางแผนมานานแล้วก่อนที่สังคมจะได้รับรู้
ทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ลดการพึ่งพาเอกชนในการเขียนทีโออาร์ เช่น
สร้างแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้เจ้าหน้าที่สืบค้นได้ง่าย
ACT Ai ระบบที่รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อฯ ภาครัฐจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ย้อนหลังไป 10 ปี ราว 40 ล้านรายการ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปดูทีโออาร์/ราคา/เงื่อนไขต่างๆ ได้ “ง่ายและฟรี”
สินค้าและบริการแปลกใหม่ เช่น ระบบ Ai และ Application & Software ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงของหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้แม้จำเป็นมากขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงมีเวลาที่แต่ละหน่วยงานจะหาข้อมูลและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้าน IT หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี่ของรัฐและเอกชน
ปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานกำหนดสเปคสินค้าและบริการได้ตามใจโดยไม่จำเป็น
รัฐจัดให้มีศูนย์หรือผู้ให้คำปรึกษา
เปิดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อมูล
มีบทลงโทษบริษัทที่หน่วยงานรัฐจ้างมาเป็นปรึกษาหรือผู้พัฒนาระบบ หากพบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีการกระทำที่ทุจริตหรือประมาทเลินเล่อ




