ปัจจุบันไทยมีกฎหมายที่ใช้เพื่อการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันรวม 18 ฉบับ มี 2 องค์กรอิสระฯ คือ ป.ป.ช. สตง. กับอีก 4 หน่วยงานคือ ป.ป.ท. ปปง. ดีเอสไอ และ ตำรวจ ปปป.
เพื่อประโยชน์ในการศึกษา บทความนี้ได้จัดแบ่งกฎหมายเป็น 4 กลุ่ม ก่อนจะสรุปในช่วงท้ายว่า ทำไมเครื่องมือเยอะขนาดนี้ยังล้มเหลวในการควบคุมคอร์รัปชัน
1. จัดซื้อจัดจ้าง การลงทุนและการใช้ทรัพยากรรัฐ 3 ฉบับ
1.1 พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2562
1.2 พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว)
1.3 พ.ร.บ. การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (กฎหมาย พีพีพี - PPP.)
2. วางมาตรฐานการปฏิบัติราชการและการบริการประชาชน 3 ฉบับ
2.1 พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
2.2 พ.ร.บ. การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562
2.3 พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565
3. บริหารจัดการ กำกับดูแล การปฏิบัติหน้าที่และแนวปฏิบัติตน 5 ฉบับ
3.1 พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2540
3.2 พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
3.3 พ.ร.ฎ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
3.4 พ.ร.บ. มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562
3.5 พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561
4. กฎหมายที่กำหนดฐานความผิด มาตรการ และจัดตั้งหน่วยงานรัฐ 7 ฉบับ
4.1 ประมวลกฎหมายอาญา
4.2 พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502
4.3 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
4.4 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561
4.5 พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. 2559
4.6 พ.ร.บ. การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
4.7 พ.ร.บ. จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559
กฎหมายที่ยังต้องตราเพิ่มหรือแก้ไข
ปัจจุบันเราควรเพิ่มสนใจกฎหมายสำคัญที่ยัง “ไม่มี” หรือ “มี” แต่อยู่ระหว่างการแก้ไข เช่น พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม กฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) ซึ่งมีในกฎหมาย ป.ป.ช. บ้างแล้วแต่ยังไม่ครอบคลุมพอ พ.ร.ก. ว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน ตามที่กำหนดในแผนปฏิรูปประเทศฯ และ พ.ร.ป. ป.ป.ช.
กฎหมายที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD และ OECD Anti – Bribery Act เช่น มาตรการติดตามคืนทรัพย์สินของแผ่นดินที่เกิดจากการทุจริต มาตรการ “ผ่อนผันโทษ” (Leniency Program) ปรับปรุงมาตรการเอาผิดนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ชัดเจน มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 176 เป็นต้น
บทส่งท้าย
การมีกฎหมายและหน่วยงานจำนวนมาก ย่อมเกิดต้นทุนด้านงบประมาณและบุคลากร สร้างภาระในการปฏิบัติแก่บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนได้มหาศาล
มีคำถามเสมอว่า “ไทยมีกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านคอร์รัปชัน มากหรือน้อยเกินไป” คำตอบคงต้องพิจารณาจากผลที่ได้ว่า รวดเร็ว เด็ดขาด ครอบคลุมและคุ้มค่าเพียงใด แต่คอร์รัปชันที่ขยายตัวมากและรุนแรงทุกวันนี้ พิสูจน์ชัดว่า หน่วยงานต่างๆ ยังเคยชินกับการรักษาบทบาท อำนาจและผลงานของตนเอง ขาดการสนับสนุนเชื่อมโยง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบยาก ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ถูกแทรกแซง เห็นแก่พวกพ้องและเกรงใจผู้มีอำนาจ
ขณะที่คนโกงก็คือคนในหน่วยงานนั้นๆ ที่มีอำนาจ รู้จักช่องทางผลประโยชน์และกลไกภายในเป็นอย่างดี ดังนั้นต่อให้ออกกฎหมายหรือตั้งหน่วยงานเพิ่มมากเท่าไหร่ก็หยุดคอร์รัปชันไม่ได้!!

กฎหมายและหน่วยงานเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน




