"China wants to get inside your head" !! เทคโนโลยีเชื่อมสมองกับคอมพิวเตอร์ Brain-Computer Interface BCI เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างของ Future Technology ที่เขียนไว้ใน China’s 15th Five Year Plan เพื่อเป้าหมายครองโลกแห่งอนาคตของจีนนะคะ
แผนพัฒน์จีน จีนคิดใหญ่มองไกล
นิตยสาร The Economist เพิ่งเผยแพร่บทความ "China wants to get inside your head" วิเคราะห์เป้าหมายหลักที่จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยี Brain-Computer Interface (BCI) เพื่อเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้
1. การแพทย์และการรองรับ สังคมผู้สูงอายุ (Medical & Healthcare)
การรักษาผู้ป่วยอัมพาตและโรคทางระบบประสาท:
เป้าหมายเร่งด่วนคือการช่วยเหลือ #ผู้ป่วยอัมพาต, ผู้บาดเจ็บที่ไขสันหลัง, และผู้สูญเสียการได้ยินหรือการพูด ให้สามารถกลับมาสื่อสารด้วยความคิดในสมอง เพื่อควบคุมอุปกรณ์ดิจิทัล (รวมถึงรถเข็นหรือหุ่นยนต์) ได้ด้วยความคิดใช้สมองคิดสั่งการ (ไม่ต้องใช้มือกดปุ่มสั่งการ หรือสั่งด้วยเสียง)
เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข:
รัฐบาลจีนต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้เพื่อผลิตอุปกรณ์การแพทย์ BCI ใน ราคาที่เข้าถึงได้ (ตั้งเป้ากดราคาชิปฝังสมองให้เหลือราว ๆ $200 หรือประมาณ 7,000 บาท) เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีน
2. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นผู้นำด้าน #เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Technology)
การยึดครองส่วนแบ่งโลก:
จีนตั้งเป้าที่จะสร้างบริษัท BCI ระดับโลกให้ได้ภายในปี 2030 โดยต้องการใช้ ความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ในการผลิตอุปกรณ์ BCI ทั้งแบบฝังในร่างกายและแบบสวมใส่ เพื่อ ส่งออกไปตีตลาดโลก ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งฝั่งตะวันตก
3. การก้าวข้ามจาก "การรักษา" ไปสู่ "การเพิ่มศักยภาพมนุษย์" (Human Augmentation)
สะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับ AI:
ผู้เชี่ยวชาญและสตาร์ทอัพในจีนมองว่า BCI คือ #โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ในการเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (Silicon-based AI)
เครื่องมือสำหรับผู้บริโภคทั่วไป:
นอกเหนือจากทางการแพทย์ จีนกำลังพัฒนา BCI สำหรับตลาดทั่วไป (Consumer) เช่น #หมวกจับคลื่นสมอง เพื่อตรวจวัดความพร้อมและความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์, อุปกรณ์ควบคุมเกม, และระบบสั่งการอุปกรณ์อัจฉริยะในบ้าน โดยไม่ต้องใช้มือ
4. ความมั่นคงและยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics & Security)
แข่งขันและท้าชนกับสหรัฐฯ:
จีนต้องการลบภาพจำที่เป็นฝ่ายไล่ตามเทคโนโลยีของชาติตะวันตก (เช่น Neuralink ของ Elon Musk) และเปลี่ยนผ่านขึ้นมาเป็น "ผู้กำหนดมาตรฐานสากล" ในการจัดเก็บและถอดรหัสข้อมูลคลื่นสมอง (EEG)
การควบคุม Data ที่มีค่าที่สุด:
ข้อมูลทางความคิดและคลื่นสมองถือเป็น Data ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลขั้นสูงสุด (Biometric data) ซึ่งรัฐบาลจีนมองว่าเป็น สินทรัพย์ความมั่นคงของชาติ ที่ต้องได้รับการปกป้องและควบคุมผ่านกฎหมายอย่างเข้มงวด
ขอย้ำว่า นี่เป็นแค่ตัวอย่างกรณีศึกษาเดียวนะคะ ในแผน 5 ปี ฉบับ 15 ของจีนยังมีเรื่องล้ำๆ ให้โลกต้องตะลึงอีกหลายด้าน เช่น Biomanufacturing แล้วจะมีอะไรอีกบ้าง ส่องใน ppt ของอ.ษรได้เลยค่า




